Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า
    
กำลังแสดงผล 1 ถึง 12 จากทั้งหมด 12

ชื่อกระทู้: Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า

  1. #1
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า



    นอสตราดามุส จอห์น ดี (John Dee) เป็นนักโหราศาสตร์และแพทย์ที่เก่งกาจในพุทธศตวรรษที่ 21 แต่เขาก็ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเหมือนกับนอสตราดาม ุส ( Nostradamus) ผลงานชิ้นสำคัญของนอสตราดามุสที่ถูกตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2111 คือ Propheties ได้ถูกตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่นั้นมา
    ในช่วง 4 ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่คำทำนายฉบับสมบูรณ์ถูกตีพิมพ์ ทุกถ้อยคำ ที่มีอยู่ในโคลงหลายร้อยโคลง ก็ถูกวิเคราะห์และตีความหมายไปในหลายแบบ การแปลความหมายไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโคลงเขียนขึ้นด้วยภาษาฝรั่งเศสปนละตินและกรีก ถ้อยคำเป็นการอุปมาและไม่แจ่มชัด คำทำนายไม่ได้เป็นไปอย่างเรียงลำดับของเหตุการณ์ที่เ กิดขึ้นก่อนและหลัง จึงทำให้ยากที่จะเข้าใจ
    อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังเป็นที่นิยม ดังจะเห็นได้จากการนำคำทำนายและเรื่องราวของเขาไปแต่ งหนังสือ บทความ และภาพยนตร์ และการที่ผู้รอบรู้ต่างแข่งขันกันตีความหมายของโคลงท ำนาย
    นอสตราดามุส มีชื่อจริงว่า มิเชล เดอ นอสตราดาม (Michel De Nostradame ) เกิดที่จังหวัด เซนต์ เรมี(St.Remy) ในฝรั่งเศส ปี พ.ศ.2046 เขาได้เปลี่ยนจากนับถือศาสนายูดาห์ (Judaism) มาเป็นคริสต์ศาสนา

    นิกายโรมันคาทอลิก นอสตราดามุสเป็นเด็กฉลาดและขยัน เขาได้เข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ มหาวิทยาลัย มองต์เปลลีเยร์(Montpellier) เนื่องจากวิชาการแพทย์นั้นเน้นโหราศาสตร์และปรัชญาซึ ่งเป็นสิ่งที่เขาสนใจ เขาจึงมีชื่อเสียงในทางความคิดแปลกๆที่เขานำมาใช้ทาง การแพทย์
    สมัยนั้นเป็นสมัยของโรคระบาดที่ไม่มีใครเข้าใจสาเหตุ และการติดต่อของมัน การแพทย์ไม่มีทางรักษา นอสตราดามุสเชื่อว่า ยามีพลังรักษาได้ เขาจึงศึกษาและพัฒนายาจนประสบความสำเร็จ นอสตราดามุสได้ค้นคว้าและหาทางกำจัดโรคร้ายต่างๆจนกร ะทั่งภรรยาและลูกของเขาต้องติดโรคระบาดจนเสียชีวิต
    หลังจากนั้นเขาได้ออกเดินทางไปทั่วฝรั่งเศสและอิตาลี ค้นคว้าเรื่องยาและหาความรู้เพิ่มเติมทางยา นอสตราดามุสตั้งหลักอีกครั้งที่เมือง ซาลอง (Salon) แต่งงานใหม่และเริ่มการทำนายอนาคต วิธีการทำนายของเขา จะใช้ทั้งวิธีทำนายจากพื้นผิวสะท้อนและการคำนวณทางโห ราศาสตร์ แต่โดยมากแล้วการทำนายจะปรากฏแก่เขาเป็นนิมิต ซึ่งเขาบันทึกไว้เป็นโคลงเป็นร้อยๆโคลงมารวมกัน เรียกว่า ศตวรรษ (Centuries) หรือโคลงร้อยบท โคลงนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2098 และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในปี พ.ศ.2100
    นอสตราดามุส ถูกเรียกตัวให้เข้าเฝ้าพระราชินีแคทเธอรีน เดอ เมดีซีส์ (Catherine de Medicis) ด้วยพระองค์ประสงค์จะรู้อนาคตของราชวงศ์ ด้วยความสามารถของเขาทำให้ผลการทำนายเป็นที่พอพระทัย ของราชินี การทำนายหนึ่งในโคลงได้กล่าวถึงสาเหตุการสวรรคตของพร ะเจ้าอองรีที่ 2 (Henry II) พระสวามีของพระนางว่า จะสวรรคตในการต่อสู้ ความแม่นยำในการทำนายทำให้เขามีชื่อเสียงและเป็นที่จ ับตาขององค์กรทางศาสนา ที่คอยสอดส่องผู้ที่ใช้คุณไสยและทำนายอนาคตได้โดยพลั งปีศาจ นอสตราดามุสโชคดีที่มีอำนาจของพระราชินีคุ้มครอง และเขาก็พยายามเก็บตัวเงียบ เขาได้เผาห้องสมุดของตัวเองโดยอ้างว่า คาถาโบราณเป็นสิ่งอันตราย ต้องทำลายทิ้งให้หมด
    เขามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยจนสุขภาพทรุดโทรมในปี พ.ศ.2109 เจ็ดปีหลังจากนอสตราดามุสเสียชีวิต พระเจ้าอองรีที่ 2 เสด็จสวรรคต จากนั้นโคลงร้อยบทก็ถูกพิมพ์อย่างสมบูรณ์ โคลงพยากรณ์ของนอสตราดามุส มีความคลุมเครือและยากที่จะตีความหมาย ผู้รู้ที่ทำการตีความหมายของโคลงพบว่า นอสตราดามุส มีนิสัยชอบใช้ชื่อย่อและรหัสแทนชื่อคนและสถานที่ นอสตราดามุสลังเลที่จะพยากรณ์อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเกรงว่า ผู้นำของโลกจะไม่สามารถยอมรับความจริงได้ และเขาก็เกรงต่ออำนาจศาสนจักรที่คอยจ้องจับผิดเขาอยู ่ และเกรงต่อการลบหลู่ผู้มีอำนาจเนื่องจากคำทำนายของเข า
    ก่อนที่นอสตราดามุสจะเสียชีวิต เขายอมรับความคลุมเครือของโคลงและเพื่อเป็นการแก้ปัญ หา เขาได้นำคู่มือถอดรหัสโคลงชื่อ Carte Blanche และมอบให้กับผู้ถอดรหัสไว้เป็นเครื่องชี้นำ คู่มือได้ช่วยให้การตีความหมายโคลงเป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับผู้ตีความหมายสมัยใหม่ที่พยายา มหาวิธีถอดรหัสโดยแทนค่าคำด้วยตัวอักษรบางตัว และอ้างว่าพบรหัสใหม่ที่ทำให้ถอดความได้ง่ายขึ้น แต่ไม่เป็นที่นิยม


    คนที่พยายามจะเขียนคำพยากรณ์ของนอสตราดามุสขึ้นมาใหม ่ด้วยการตีความหมายอย่างละเอียดนั้น อาจเข้าใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงของนอสตราดามุสผิดไป นอสตราดามุสได้เขียนโคลงทำนายไว้ เปรียบได้กับศาสนาพยากรณ์แห่งชีวิต เอาไว้อ้างอิงเมื่อยามมีปัญหา เมื่อเกิดคำถามก็ให้อ้างอิงถึงโคลงและจะพบคำตอบได้ หากคำทำนายไม่เป็นจริงตามที่บอกก็มีคำอธิบายความผิดพ ลาดเสมอ ตีความหมายผิดบ้าง ผิดเวลาบ้าง ต่างกันไปบ้าง
    ความเชื่อที่มนุษย์มีต่อการทำนายนั้น เป็นไปโดยไม่ได้บังคับ มีบางครั้งที่ความเชื่อนั้น ถูกบังคับและมีเบื้องหลัง เช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกนาซีได้จัดให้โหรชาวสวิสผู้เชี่ยวชาญในการแปลโคลง ของนอสตราดามุส เพื่อให้เขาทำโคลงปลอมที่ชี้ให้เห็นถึงคำทำนายว่าเยอ รมันจะชนะ ทางฝ่ายอังกฤษ ก็ทำเช่นเดียวกันโดยปลอมโคลง 50 โคลง ที่มีความหมายถึงความตายและความพ่ายแพ้ของฮิตเลอร์ (Hitler)

    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  2. #2
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า

    ชื่อของ นอสตราดามุส โหรผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอายุเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้านี้ถ ูกยกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ อย่างเช่นการไฮแจ็คเครื่องบินพาณิชย์ที่บรรทุกผู้โดย สารร้อยกว่าชีวิต ก่อนจะพุ่งเข้าชน อาคารธุรกิจชื่อดังของโลกอย่าง เวิล์ด เทรดเซนเตอร์ ในกรุงนิวยอร์ก เหตุการณ์หลังจากการชนนั้น ถูกนำไปผูกกับคำทำนายของเขาอย่างช่วยไม่ได้ นอสตราดามุสเขียนเอาไว้ที่ เซ็นจูรี่เล่ม 6 โคลงบทที่ 97 ว่า“ ท้องฟ้าจะถูกเผาผลาญ ณ องศาที่ 45 เพลิงจะพุ่งเข้าสู่เมืองใหม่ในบัดดล ดวงไฟใหญ่จะแตกกระจายทะลวงพุ่งขึ้นมา” “ มาบัส (mabus ) จะตายในไม่ช้าจะมีการฆ่าหมู่คนและสัตว์อย่างสยดสยอง ทันใดนั้นการแก้แค้นจะปรากฎขึ้นจากร้อยแผ่นดิน ความกระหาย อดอยาก จะเกิดชึ้นเมื่อดาวหางโคจรผ่านมา.....” “ ศาสนาที่มีชื่อเหมือนทะเลจะมีชัยการต่อต้านนิกายของอ ะดาลูนกาทิฟผู้บุตรพวกหัวดื้อ พวกโศกเศร้าตำหนินิกายจะกลัวเกรงอาลิฟ กับ อาลิฟ ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสอง....”นั่นคือโคลงที่ว่ากันว่ าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะตีความไปในทางเดียวกัน เพราะ นอสตราดามุสเขียนแบบไม่ค่อยจะติดต่อเป็นเรื่องเป็นรา วเท่าใดนัก ที่สำคัญเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องของเวลาอย่างแน่ชัด แต่กระนั้นหลายคนตีความว่า ยามที่นอสตราดามุสมองเห็นเครื่องบินพุ่งเข้าใส่ตึกเว ิล์ดเทรด ไม่แตกต่างไปจากหอกแหลมจากฟากฟ้าจะบินมาพร้อมกับลูกไ ฟ เพราะ หัวของเครื่องบินที่มีปีกนั้น ดูเผินๆก็ไม่แตกต่างกับหอกขนาดยักษ์เท่าใดนัก เช่นเดียวกับการชนก็เกิดการระเบิดทันทีจนเป็นลูกไฟไป ทั่วฟ้า ที่สำคัญเขาพูดถึงเมืองที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครา มว่าเป็น ดินแดนที่ 45 ตรงกับเส้นรุ้งที่ 45 อันเป็นที่ตั้งของมหานครนิวยอร์กเหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการที่นอสตราดา มุสกล่าวต่อว่า จะเกิดสงคราม ผู้คนจะล้มตายเมื่อมาบัสถูกฆ่าในเวลาไม่นานนับจากนี้ เพราะมีการตีความต่อว่า Mabus นั้น มาจากการย้อนชื่อต้นของ USaMA Bin laden (อุสมา บิน ลาเดน) ซึ่งเป็นคนที่สหรัฐมองว่าเป็นตัวการในการก่อวินาศกรร มครั้งนี้ ยิ่งถ้ามองตามคำทำนายต่อ หลายคนเชื่อว่า การตายของบินลาเดน จะเป็นจุดสิ้นสุดของยุคสันติภาพ และจะเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่และยาวนานกว่าทุกครั้ง โดยการแก้แค้นของพวกร้อยแผ่นดิน (United State) ซึ่งก็คือ สหรัฐนั่นเอง ส่วนอาวุธลับที่สหรัฐจะใช้จัดการกับขบวนการก่อการร้า ยจนกระทั่งเกิดการตายอย่างมากมายนั้น นอสตราดามุสใช้คำว่า ดาวหางมาเยือน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ดาวหางที่นอสตราดามุสเห็นจะเป็นระบบป้องกันภัยจากอวก าศที่สหรัฐภาคภูมิใจนักหนา เช่นเดียวกับเรื่องของความอดอยาก เพราะ เมื่อสหรัฐทราบว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง มาตรการแซงชั่น ป้องกันไม่ให้นำอาหารเข้าสู่ประเทศนั้นๆจะต้องเกิดขึ ้นอย่างแน่นอนก่อนหน้านี้มีคนพยายามตีความว่า นอสตราดามุส มั่ว ฝันเฟื่อง คำทำนายของเขาดูจะไม่เป็นจริง ส่วนใหญ่ที่คนเชื่อก็เพราะ เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว แลไปทึกทักตามที่นอสตราดามุสเขียนเอาไว้เอง เชื่อว่า หลายคนก็ยังหวังว่า คำทำนายของโหรบรรลือโลกคนนี้จะผิดอีกครั้งหนึ่ง เพราะ คงไม่มีใครอยากจะเจอกับสงครามโลกที่กินเวลายาวนานกว่ า 50 ปีอย่างแน่นอน เนื่องจากเขากล่าวเอาไว้ในอีกโคลงว่า ยุคของสันติจะกลับมาอีกครั้งในปี 2055ขออย่าให้คำทำนายเป็นจริงเลย!!





    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  3. #3
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า


    นอสตราดามุส ผู้ไขปริศนาจักรวาล
    หากท่านเป็นผู้หนึ่ง ที่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ บนโลกใบนี้ ท่านคงได้รับทราบ ข้อมูลข้างต้นมาโดยตลอด นั่นเป็นเพียงตัวอย่างคร่าว ๆ ที่ไม่ได้รวมถึง สถาพเศรษฐกิจของ หลายประเทศ ที่กำลังทำท่าจะประสบ กับปัญหากันอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้น คงเป็นความน่าเห็นใจ และสลดใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น กับเพื่อนร่วมโลก ของท่าน แต่ในอีกมุมมองหนึ่งนั้น อาจจะมีคนจำนวนหลายร้อย หลายพันคน ที่เกิดความรู้สึกหวาดหวั่น กับวิกฤตการณ์ ที่พร้อมใจกันเกิดขึ้น เหมือนนัดกันไว้ หลายคนเริ่มค้นหา คำทำนายเก่า ๆ ไม่ว่าจะเป็น คำทำนายของ นอสตราดามุส โหราจารย์โลก คำทำนายในมหาพีระมิด คำทำนายของนางจีน ดิกสัน คำทำนายของ เอ็ดการ์ เคย์ซี และคนอื่นๆ ที่มีการบันทึก คำพยากรณ์โลกไว้ ซึ่งเป็นที่ น่าประหลาดใจ ว่าคำทำนาย ล้วนออกมา ใกล้เคียง กันอย่าง เหลือเชือที่ว่า "โลกจะเกิดสงครามยื้ดเยื้อ ทำลายล้างซึ่งกัน และกันอย่างกว้างขวาง เกิดความ อดอยาก (ทุพภิกขภัย) พร้อมกับ ที่จะเกิดภัยธรรมชาติ ต่าง ๆ ทำลายล้าง มนุษยชาติ ตายกันเป็นเบือ"
    ท่านเป็นอีกคนหนึ่ง ใช่หรือไม่ที่ปักใจ เชื่อคำทำนายเก่าแก่ ที่ได้พูดกันต่อ ๆ ไปว่า "ปีค.ศ. 2000 จะถึงวันโลกาวินาศ" มีหลายคำทำนาย ที่กล่าวว่าจะมีอุกกาบาตลูกใหญ่ หลุดจากวงโคจร วิ่งชนโลก และผู้คนจะหนาวตาย เพราะดวงอาทิตย์ ไม่สามารถ ให้ความร้อนแก่มวลมนุษย์ได้ เหมือนกับ ไดโนเสาร์ที่ สูญพันธุ์ ไปด้วยวิธีนี้
    "ฤามนุษย์เรา จะสิ้นเผ่าพันธุ์ กันในคราวนี้เอง"

    ท่านโหราจารย์ นอสตราดามุส เป็นที่เชือถือกันทั่วโลกว่า เป็นผู้ที่รู้ถึง ชะตาโลก และได้ทำนายโลก ไว้อย่างแม่นยำ เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานโดยอ้างอีเมล ซึ่งส่งไปยังผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ระบุว่าา มิเชล เดอ นอสตราดามุส ได้ทำนายการสิ้นพระชนม์ และมีพีธีพระศพขอเจ้าหญิงไดอาน่าได้อย่างแม่นยำ โดยในอีเมล อ้างคำทำนาย ของนอสตราดามุส เป็นศตวรรษที่ 2 บทกวีที่ 28 ทั้งที่เป็น ภาษาฝรั่งเศส และแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีใจความว่า "ลูกชายคนสุดท้ายของชายที่มีชื่อเดียวกับพระผู้เป็นเจ ้า จะนำเจ้าหญิงไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ อดีตพระชายาของ เจ้าฟ้าชายชาร์วส์ มงกุฎราชกุมาร ของราชวงศ์อังกฤษ ไปสู่วันไป สู่วันพักผ่อนชั่วนิรันดร์"ซึ่งสร้าง ความประหลาดใจ ให้กับประชาชนอย่างยิ่ง เพราะพ่อของนายโดดี อัลฟาเยด ซึ่งเป็นเจ้าของ สรรพสินค้า "แฮร์รอด" ชื่อดังกลาง กรุงดอนลอน มีชื่อว่า โมฮัมหมัด" ซึ่งเป็นชื่อของพระเจ้าใน ศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ นาย โด อัล ฟาเยด เป็นเพือนชาย คนสนิทของ เจ้าหญิงไดอาน่า ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทางรถยนต์ด้วยกันที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจากอีเมลนี้ ได้แพร่หลายออกไปยัง หมู่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่เรียกได้ว่ามี จำนวนหลายล้านคน ถึงแม้ว่า คนกลุ่ม นี้จะมี ความสามารถ และมีวิทยาการ ก้าวหน้าสมัยใหม่ แต่ที่น่าจะ เป็นที่เชื่อได้ว่า ความเชื่อใน สิ่งลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ ยังคงมีอยู่ในหมู่คนจำนวนมาก ไม่น้อยเลยทีเดียว และนั่นย่อมจะส่งผล ให้เกิดข้อกังขาเพิ่มมากขึ้นว่า "คำทำนายล่วงหน้า ที่ท่านนอสตราดามุส ได้ทำนายไว้ จะเป็น จริงหรือไม่" สำหรับเรื่องนี้ คุณอรรณวิโรจน์ ศรีตุลา โหรดัง ก้องฟ้าเมืองไทย ได้ให้ความเห็น เมื่อวันที่ 3 ต.ค 40 ว่า "เหตุการณ์ ค.ศ. 2000 สำหรับ ประเทศไทยนั้น ตนเชื่อแน่ว่า จะไม่เป็นที่น่าวิตก เพราะตนได้ด ูแล้วว่าดวงเมืองของไทย นั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังดีอยู่ดังนั้น ตนจึงเชื่อแน่ว่า เมืองไทย จะไม่เกิดภัยพิบัติ อย่างที่ เป็นห่วงกัน อย่างแน่นอน"

    หากเราลองมองดูเหตุการณ์ รอบ ๆ ตัวเรา ไม่ว่า จะเป็นสถานการณ์ใด เราพอจะสรุปได้ อย่างชัดเจนว่า " ขณะนี้ วัฎจักร แห่งความเลวร้าย ของธรรมชาติกำลังถล่มโลก" อย่างไม่สงสัย และองค์การอวกาศ นาซา ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ภาพที่ได้ จากดาวเทียมฝรั่งเศส-สหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ ที่รู้จักกันดีในเอล นิโน จะส่งผล กระทบต่อ ภูมิอากาศโลก ไปทั่ว อย่างน้อย ขณะนี้ก็ส่งผล ให้เกิดความแห้งแล้ง อย่างรุนแรงใน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ อเมริกากลาง-ใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดียแล้ว ปรากฏการณ์ เอล นิโน หรือความดัน ของ บรรยากาศ และน้ำใน มหาสมุทร ที่ส่งผลกระทบ ต่อภูมิอากาศ รอบโลกจะ เกิดขึ้น ทุกๆ 2-7 ปี สำหรับ ครั้งล่าสุด เป็นครั้งที่ 10 ในรอบ 40 ปี ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแทบจะเรียกได้ว่า ไม่ว่างเว้น แม้แต่ตารางนิ้วเลยทีเดียว แถวอเมริกากลาง อเมริกาใต้ ต้องเผชิญกับ สถาพความแห้งแล้ง คล้ายกับสภาวะ ใน อินโดนีเชีย เจ้าของปัญหากลุ่มหมอกควัน แม้กระทั่ง ออสเตรเลีย ก้อเกิดปัญหา ความแห้งแล้ง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนที่เปรู เอกวาดอร์ โมแซมเบิร์ก แซมเบีย และอีกหลายประเทศ ที่นอกจาก การเกิดปัญหาภัยแล้ง พืชผลเพาะปลูก ไม่ได้ผลแล้ว ยังจะมีแนวโน้ม การขาดแคลนอาหาร อันเนื่องมาจาก อากาศอันเลวร้าย ในไม่ช้านี้ด้วยซ้ำไป ถ้าหาก จะนำวิกฤตการณ์ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ขึ้นมาสรุป ถามว่าตรงกัน กับคำทำนาย ของนอสตราดามุส ที่ทำนายไว้ว่า "จะเกิดภัยพิบัติที่ รุนแรง และ กระจายไปทั่ว พื้นจักรวาล จะเกิด มหาสงคราม ที่ทำลายล้างกัน อย่างรวดเร็ว และรุนแรง" หรือไม่ คำตอบก็คือว่า อาจจะใช่ เพราะ สถานการณ์ อันเลวร้าย ในขณะนี้กำลัง เกิดขึ้นเรียกว่า แทบทุกหย่อมหญ้า ของพื้นโลก

    แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราทำตัวให้เป็นกลาง และลองถาม ย้อนกลับไปว่า เพราะเหตุใด สถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเกิดขึ้น กับโลกของเรา คำตอบที่ออกมา ก็คือเพราะมนุษย์เรา เป็นตัวการสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญ หรือเป็น เฟืองที่คอยดึง ให้สภาพการณ์ของโลก ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตาม วันเวลา จากการที่มนุษย์ มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีเทคโนโลยีก้าวไกล ทำให้เกิดการแข่งขัน ยื้อแย่ง และทำลายล้างซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะได้ ครองความเป็นใหญ่ เป็นผู้นำ มนุษย์หวังเพียงความร่ำรวย และความเป็นมหาอำนาจ ก่อให้เกิด การล้างทำลายกัน ฟาดฟันกัน ใช้มันสมอง อันชาญฉลาด ในการคิดค้นสร้างอาวุธ ร้ายแรง หลายจำพวก ยิ่งทำลายล้างได้มาก และรวดเร็วได้ เท่าไรยิ่งถือว่า ประสบผลสำเร็จมากขึ้น มนุษย์ พยายามตักตวง ผลประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่จนถึงขั้นทำลายอย่างล้างผ ลาญ เพื่อให้ได้มากที่สุดโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะติดต ามมา ความต้องการ ที่เกินขีดจำกัด ทำให้ระบบนิเวศ ที่เคยมีสมบูรณ์ กลับต้องมาแปรเปลี่ยนไป ทำให้ชั้น บรรยากาศของโลกเปลี่ยนแปลง เกิดความปรวนแปร ของดินฟ้าอากาศ ส่งผลให้ ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทวีความรุนแรง เกินกว่า ที่ควรจะเป็น

    คำทำนาย ของ นอสตราดามุส อาจจะต้องเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน ถ้ามนุษย์ ยังไม่หยุด ทำลายล้าง และ ฟุ่มเฟือย ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ บทเรียนต่าง ๆ มากมาย ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ที่เกิดขึ้น ในแต่ล่ะประเทศ ยังคงตราตรึง อยู่ในใจของใครหลายคน และ ถูกลบเลือน ไปจากใจ ของใครอีกหลายคนเช่นกัน

    เราจะใช้ชีวิต ในวันนี้อย่างหวาดกลัว และรอคอย ผลของการทำนาย ให้เป็นจริง อย่างนั้นหรือ ดังนั้น ในเวลานี้ สิ่งที่ทุกคน ควรกระทำ ถึงแม้ว่า จะได้ชื่อว่า วัวหายล้อมคอก ก็ตาม ก็คือการ รีเอ็นจิเนี่ยริ่ง การกระทำ ของตนเอง โดยให้ ทุกการกระทำ ก่อผลประโยชน์ ต่อมวลมนุษยชาติ มากที่สุด ช่วยกันฟื้นฟู สภาพแวดล้อม ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ให้จงได้ ถึงแม้ว่า คำทำนาย ของนอสตราดามุส จะเป็นจริงหรือไม่ ก็ตามแต่ ถ้าหากเราไม่ประมาทแล้ว เชื่อแน่ว่า อย่างน้อยที่สุด เราทุกคน จะสามารถซึมซับ และเผชิญหน้า กับเหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้น นั้นได้ โดยไม่ประมาทอย่างแน่นอน
    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  4. #4
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool เบื้องหลังชีวิตของ"Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า"

    นอสตราดามุส เกิดตอนเที่ยงวันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2046 หรือ ค.ศ.1503นับมาถึงวันนี้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ อายุก็กำลังย่างเข้า 500 ปี นอสตราดามุสเป็นโหรผู้ยิ่งใหญ่ เป็นโหรชาวยุโรป ที่ยอดเยี่ยมที่สุด และเขาเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ โลกมนุษยชาติ
    คำพยากรณ์ส่วนใหญ่ของเขาได้พิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ.1550 ก่อนที่เขาจะสิ้นชีวิตประมาณ 16 ปี และปรากฏต่อมาว่า คำพยากรณ์ที่เขากล่าวไว้ได้กลายเป็นความจริงทั้งสิ้น
    นอสตราดามุสเป็นผู้ให้กำเนิดชื่อ ปาสเตอร์, นโปเลียน, ฮิตเลอร์ , ฟรังโก มาก่อนนานหลายศตวรรษกว่าบุคคลที่ชื่อดังกล่าวนั้น จะเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลกเสียอีก
    นอสตราดามุส สามารถมองเห็นเหตุการณ์ของโลกในอนาคตล่วงหน้าถึง 400 ปี คำพยากรณ์ของเขาที่กล่าวไว้ในศตวรรษที่ 16 หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สงครามโลก ภัยพิบัติ การเดินทางในห้วงอวกาศ
    เหตุการณ์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลกเช่น การลอบสังหาร อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ และ อดีตวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต เคนเนดี้ บทบาทของ ชาห์แห่งอิหร่าน และบทบาทการก้าวสู่อำนาจอันยิ่งใหญ่ของ อะยาตอลาห์ โคไมนี ได้ปรากฎให้เห็นเป็นจริงตลอดมาจนกระทั่งถึงศตวรรษนี้
    โหรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เกิดที่เมืองแซงต์ เรมีในมณฑลโปรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส มีชื่อจริงว่า มิเชล เดอ นอสเตรดาม หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อภาษาลาตินว่า " นอสตราดามุส " เป็นบุตรของ แจ็ค นอสเตรดาม พนักงานทะเบียนผู้มั่งคั่งกับ นางเรย์แนร์ เดอแซงต์ เรมี ซึ่งเดิมสืบเชื้อสายมาจากตระกูลชาวยิว และต่อมาได้เปลี่ยนการนับถือศาสนามาเป็นคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เมื่อนอสตราดามุสอายุได้ 9 ขวบ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้นอสตราดามุสสนใจเรื่องลึกลับต ่างๆ ของชาวยิวมาตั้งแต่เป็นเด็ก
    นอสตราดามุส มีพี่น้องสี่คนเป็นชายล้วน และเขาเป็นพี่ชายคนโต ในบรรดาพี่น้องด้วยกันนอสตราดามุสจัดว่าเป็นบุคคลที่ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก นอกจากนั้นนับว่าเขาโชคดีที่ " ยัง เดอ แซงต์ เรม " ีปู่ของเขาเป็นแพทย์และโหรที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นผู้ช่วยสอนวิทยาการต่างๆ ให้ด้วย เช่นภาษากรีก ลาติน เฮบรู วิชาคณิตศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ วิชาสมุนไพร การแพทย์เบื้องต้น และวิชาดาราศาสตร์
    โดยเฉพาะวิชาดาราศาสตร์นั้นปู่ของเขาได้สอนให้รู้จัก วิธีใช้เครื่องมือดาราศาสตร์โบราณ สำหรับใช้หาตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้า และวิชาที่สำคัญที่สุดอีกวิชาหนึ่ง ซึ่งนอสตราดามุสให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ วิชาโหราศาสตร์ ซึ่งในสมัยนั้นเป็นวิชาที่ต้องเรียนควบคู่ไปกับวิชาด าราศาสตร์เสมอ
    ครั้นปู่ของเขาเสียชีวิตลง นอสตราดามุสก็กลับไปอาศัยอยู่กับผู้ปกครองตามเดิม ต่อมาเขาก็ได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาล ัยเอวิกนอน ซึ่งถือเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรก ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเป็นนักศึกษาที่ฉลาดปราชญ์เป รื่องที่สุดคนหนึ่ง
    นอสตราดามุส สามารถเรียนรู้วิทยาการต่างๆได้อย่างรวดเร็ว เขาได้สอนให้ เพื่อนนักเรียนด้วยกันได้เข้าใจเกี่ยวกับการโคจรของด าวพระเคราะห์ โดยเฉพาะเขาได้เน้นว่า โลกของเราหมุนรอบตัวเอง และโตจรรอบดวงอาทิตย์
    ...นี่ก็แสดงให้เห็นว่า นอสตราดามุสสนับสนุนความเชื่อตามทฤษฎีของ โคเปอร์นิคัส ก่อนยุค กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชั้นนำของโลกกว่าร้อยปี
    เมื่อปี ค.ศ.1522 แจ็ค นอสเตรดาม บิดาของเขาตัดสินใจที่จะให้ นอสตราดามุสเจริญรอยตามปู่ของเขาซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย ์ ดังนั้นจึงได้ส่งเขาไปศึกษาต่อทางการแพทย์ที่มหาวิทย าลัยมองต์เปลิเย ปรากฏว่าในขณะนั้น นอสตราดามุส มีอายุได้ 19 ปี และประสบความก้าวหน้าในการเรียนแพทย์เป็นอย่างมาก
    หลังจากศึกษาแพทย์ที่สถาบันการแพทย์แห่งนี้ได้สามปี เขาก็ได้รับปริญญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิต ต่อจากนั้นก็ได้เดินทางไปหาประสบการณ์ทางการแพทย์ โดยได้เดินทางไปยังชนบทแถบเมืองตูลูซ มณฑลนาร์บองเน และเมืองบอร์โดซ์ เพื่อช่วยรักษาคนป่วยจากโรคระบาด
    ถึงตอนนี้ เราจะหยุดเล่าเรื่องของนอสตราดามุสไว้ก่อน เดียวค่อยเล่าต่อ .......................ตอนนี้เรามาดูดวงชะตาของเขาซ ิว่า ดาวดวงไหนที่ทำให้เขาสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้เป็นร้ อยๆปี
    นอสตราดามุส เกิดตอนเที่ยงวัน ดังนั้น ลัคนาของเขาจึงอยู่ที่ราศีเมษ เจ้าเรือนลัคนาของเขาคือดาวอังคารได้ตำแหน่งเป็นนิจ (หมายถึงความเสื่อม ถอยกำลัง) ทำให้เลือดลมไม่ค่อยดี รวมทั้งกระดูกและไขข้อเสื่อม ซึ่งในบั้นปลายชีวิตของเขาได้รับความทรมานมาก แล้วตอนท้ายจะเล่าให้ฟัง
    หลังจากที่ได้ตระเวนไปตามเมืองต่างๆ เช่น เมืองนาร์บองเน คาร์คัสซองเน ตูลูซ บอร์โดซ์ ฯลฯ นอสตราดามุส ก็ได้เดินทางกลับไปยังเมืองเอวิกนอน จากความสนใจเรื่องเวทมนต์ และศาสตร์ลึกลับของคนโบราณเขาได้ใช้ชีวิตช่วงนี้ค้นค ว้าจากหนังสือต่างๆ ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยอย่างขะมักเขม้น
    หลังจากนั้นเป็นเวลานานเกือบสี่ปีที่ นอสตราดามุส ได้ตระเวนไปยังเมืองต่างๆเขาก็ได้กลับไปศึกษาแพทย์ใน ระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมองต์เปลิเยอีกครั้งหนึ ่ง โดยสมัครเข้าเรียนเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1529
    ในขณะศึกษา เขารู้สึกมีความขัดแย้งกับทฤษฎีและแนวการสอนของอาจาร ย์มาก เนื่องจากเขาเห็นว่า บางอย่างล้าสมัยน่าจะได้มีการยกเลิก ปรากฎว่าเขากลายเป็นศัตรูทางความคิดของเพื่อนนักศึกษ าและคณาจารย์เป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นความรู้ความสามารถของเขาไม่มีใคร ปฏิเสธ ได้ ในที่สุดเขาก็สามารถเรียนสำเร็จจนได้ปริญญาเอกสมความ ตั้งใจ
    หลังจากเรียนจบแล้ว นอสตราดามุส ยังทำหน้าที่ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัยมองต์เปลิเยหนึ่งป ี แต่เนื่องจากทฤษฎีใหม่ที่เขานำมาสอนนักศึกษา ได้กลายเป็นปัญหากับบรรดา นักศึกษาและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก จนเกิดการขัดแย้งหนัก
    ดังนั้นเขาจึงได้ลาออก แล้วเดินทางไปหางานทำที่อื่น เขาได้เปลี่ยนงานบ่อยครั้ง จากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มั่นคง แต่เขาถือว่าได้ประสบการณ์แห่งชีวิตมากขึ้น
    ตลอดชีวิตการเดินทางของเขาที่ผ่านมา นอสตราดามุส มักจะแต่งกายโดยสวมหมวกแบบนักศึกษาผู้คงแก่เรียน และสวมเสื้อคลุมยาว มองดูราวกับเป็นชาวยิวที่ถูกพระเยซูสาปให้พเนจรร่อนเ ร่ไป จนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาโปรดโลกใหม่อีกครั้งหนึ่ง
    ขณะที่ นอสตราดามุส ปฏิบัติงานอยู่ที่เมืองตูลูซ เขาก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจาก จูเลียส์ เซซาร์ สกาลิเกอร์ นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของยุโรปในยุคน ั้น เชิญไปเที่ยวที่เมืองเอเจน นอสตราดามุส รีบตอบรับคำเชิญทันที
    หลังจากที่ได้เดินทางไปพักอยู่ที่บ้านของสกาลิเกอร์ไ ด้ไม่นานนัก เขารู้สึกชอบบรรยากาศและผู้คนที่เมืองนี้มาก ต่อมาปี ค.ศ.1534 ก็ได้ตัดสินใจแต่งงานกับสาวสวยคนหนึ่งแห่งเมืองเอเจน นี้เอง ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมี ความสุขตลอดมา จนได้บุตรชายและบุตรสาวอย่างละคน ซึ่งดูเหมือนว่าชีวิตของเขาจะสมบูรณ์แล้ว ในช่วงนี้งานและชื่อเสียงของ นอสตราดามุส ก้าวหน้ามาก
    ขณะที่ นอสตราดามุส กำลังใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุขก็มีเรื่องเศ ร้าเข้ามากระหน่ำชีวิตเขาอย่างหนัก นั่นคือโรคระบาดได้แพร่เข้ามาสู่เมืองเอเจนอย่างรวดเ ร็ว ทั้งๆ ที่เขาและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองช่วยกันต่อต้านรักษาคน ป่วยอย่างหนัก แต่ก็ไม่อาจต่อต้านโรคระบาดครั้งนี้ได้
    เขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนแทบไม่มีเวลาให้กับครอบค รัว แต่เขากลับชะล่าใจเนื่องจากคิดว่าได้
    หาทางป้องกันไว้แล้ว อีกประเด็นหนึ่งก็มั่นใจว่าสกาลิเกอร์เพื่อนบ้าน คงเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลืออยู่ด้วย แต่ในที่สุดมัจจุราชแห่งโรคร้ายก็ได้คร่าชีวิตลูกและ ภรรยาของเขาไปอย่างน่าเศร้าใจที่สุด
    นอสตาดามุสรู้สึกเสียใจ และคาดไม่ถึงว่าภรรยาและลูกของเขาต้องพ่ายแพ้แก่โรคร ะบาดครั้งนี้ จนถึงกับเสียชีวิต เขาถึงกับโกรธสกาลิเกอร์มากถึงกับมีการต่อว่าและโต้เ ถียงกันถึงขั้นแตกหักเสียเพื่อนไปเลย
    ในตอนหลัง นอสตราดามุส ก็เกิดเรื่องทะเลาะกับญาติทางฝ่ายภรรยาซึ่งพากันบีบบ ังคับให้เขาคืนทรัพย์สินเดิมทั้งหมด แต่ภายหลังจากจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มตระเวนไปตามเมืองต่างๆ อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ลืมความเศร้าทั้งหลายที่มีสุมอ ยู่ในใจ
    จากหลักฐานที่ปรากฏทราบว่า นอสตราดามุส ได้เริ่มเดินทางไปยังเมืองลอร์เรน ต่อไปยังเมืองเวนิช และซิซิลี เขาได้พบปะบรรดาเภสัชกรและบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมือ งต่างๆ เหล่านั้นเป็นจำนวนมาก
    ความสามารถในการมองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตเริ่มปรากฏ.. ......
    ในช่วงที่ นอสตราดามุส เดินทางไปตามเมืองต่างๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี และซิซิลีนี้เอง ความสามารถในการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ล่วงหน้า เริ่มปรากฏขึ้นกับตัวเขาเองอย่างน่าประหลาด
    เหตุการณ์สำคัญที่ นอสตราดามุส ได้สร้างความแปลกใจแก่คนทั่วไปก็คือครั้งหนึ่งในเดือ นมีนาคม ที่เมืองอันโคนา ขณะที่เขานั่งบนหลังล่อไปตามถนนสายหนึ่งได้สวนทางกับ กลุ่มพระนิกายโรมันคาทอลิกหลายกลุ่ม แต่มีกลุ่มหนึ่งซึ่งมีพระหนุ่มชื่อ เฟลิซ เปอเร็ตติ อดีตคนเลี้ยงหมูได้เดินมาด้วย
    ครั้น นอสตราดามุส เหลือบไปเห็นเข้า เขารีบลงจากหลังล่อแล้วเดินไปหา พร้อมทั้งคุกเข่าลงเบื้องหน้าเป็นการคารวะด้วยความเล ื่อมใสศรัทธา
    พระหนุ่มเฟลิซรู้สึกประหลาดใจมาก จึงถาม นอสตราดามุส ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า เหตุใดจึงคุกเข่าต่อหน้าท่าน นอสตราดามุส ได้ตอบไปโดยไม่ลังเลใจเลยว่า
    " ที่คุกเข่าเบื้องหน้าอยู่ในขณะนี้ ก็เพื่อคุกเข่าแสดงความเคารพพระคุณเจ้าองค์สันตะปาปา ผู้ประเสริฐ"
    บรรดาพระทั้งหลายที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกแปลกใจมา ก และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจคำกล่าวของ นอสตราดามุส ต่อหน้าพระหนุ่มรูปนั้นอีกเลย
    ......กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1585 หลังจาก นอสตราดามุส สิ้นชีวิตไปแล้ว 19 ปี พระหนุ่มเฟลิซ ซึ่งได้เลื่อนตำแหน่งจากพระราชาคณะชั้น สูง ได้รับแต่งตั้งเป็น องค์สันตะปาปาซิกซ์ทุสที่ 5 ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก
    นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก ที่คำทำนายรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าของ นอสตราดามุส ได้กลายเป็นความจริงในเวลาต่อมา
    ทำนายชะตาลูกหมู
    อีกครั้งหนึ่ง เมื่อ นอสตราดามุส ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ไร่องุ่นของ ซินยอเดอ ฟลอรินวิลล์ ขณะที่เดินทางผ่านกลางไร่องุ่น ซินยอ เดอ ฟลอรินวิลล์ คิดที่จะทดสอบความสามารถในการทำนายของ นอสตราดามุส จึงได้ชี้ให้ นอสตราดามุส ดูลูกหมูสำหรับหันสองตัวที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ ตัวหนึ่งสีขาว อีกตัวหนึ่งสีดำ พร้อมทั้งกล่าวว่า
    " ไม่ทราบว่าชะตากรรมของลูกหมูทั้งสองตัวนี้จะเป็นอย่า งไรต่อไป ท่านพอจะทำนายได้มั้ย "
    นอสตราดามุส หัวเราะเบาๆ แล้วตอบว่า
    "อํอ ได้ซิครับท่านซินยอ เชื่อไหมครับว่า เย็นนี้พวกเราจะได้รับประทานเนื้อลูกหมูตัวสีดำ ส่วนลูกหมูตัวสีขาวจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของสุนัขป ่า"
    เมื่อซินยอทราบเรื่องนี้ จึงได้โอกาสเล่นกลกับ นอสตราดามุส ทันที ครั้นได้เวลาว่าง เขารีบตรงไปหาพ่อครัวในคฤหาสน์กลางไร่องุ่น และได้สั่งให้ฆ่าลูกหมูสำหรับหันตัวสีขาวเพื่อเสิร์ฟ งานเลี้ยงในเย็นวันนั้น
    ปรากฏว่าพอถึงงานเลี้ยงตอนกลางคืน ซินยอ เดอ ฟลอเรนวิลล์ ได้บอก นอสตราดามุส ว่า
    " ทราบไหมว่า ขณะนี้พวกเรากำลังรับประทานเนื้อหมูตัวสีขาว ที่ท่านบอกว่ามันจะเป็นอาหารของสุนัขป่านั้น ก็เป็นอันว่าสุนัขป่าไม่มีทางได้ลิ้มรสเนื้อของมันเล ย "
    นอสตราดามุส สั่นศีรษะ แล้วได้กล่าวตอบว่า
    " ่ใช่ๆๆ….เนื้อหมูที่พวกเรากำลังทานกันอย่างเอร็ดอร่อ ยนี้ผมขอยืนยันว่าเป็นเนื้อลูกหมูสีดำตามที่ผมทำนายไ ว้แล้วนั่นแหละครับ " ในที่สุด พ่อครัวซึ่งยืนคอยดูแลงานเลี้ยงอยู่ใกล้ๆ ได้กล่าวว่า
    " ครับ.. ใช่ครับ…. นอสตราดามุส พูดถูกแล้วครับ…ผมใคร่ขอเล่าความจริงดังนี้
    ขณะที่ผมจะนำเนื้อลูกหมูสีขาวลงกระทะทอดและย่างบนเตา ไฟที่เตรียมไว้ บังเอิญผมหันหลังมัวพะวงเตรียมเครื่องปรุง ปรากฏว่ามีสุนัขตัวหนึ่งแอบเข้าไปในครัว และได้คาบเอาเนื้อลูกหมูสีขาวที่ใส่ไว้ในตะกร้าเล็กๆ ไปกิน ครั้นผมเข้าไปเห็นเข้ารู้สึกตกใจมาก จึงวิ่งไล่กวดตามมันไป แต่ไม่ทัน
    ดังนั้นผมจึงตันสินใจฆ่าลูกหมูสีดำแทน หลังจากย่างและทอดเสร็จแล้ว ก็นำมาจัดวางไว้บนจานที่ตั้งอยู่บนโต๊ะรับรองในงานเล ี้ยง ดังที่ท่านกำลังรับประทานกันอยู่ในขณะนี้ไงครับ "


    ในปี ค.ศ.1514 นอสตราดามุสได้ตัดสินใจตั้งหลักฐานการดำรงชีพที่เมือ งมาร์ซาลซ์ และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนี้ ก็ปรากฎว่าที่มณฑลโปรวองซ์ประสบกับอึทกภัยครั้งยิ่งใ หญ่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ก่อให้เกิดโรคระบ าดอย่างรวดเร็วซากศพที่ลอยตามน้ำ และน้ำที่ไหลบ่าท่วมท้นไปยังที่ต่างๆ ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง นอสตราดามุสได้เดินทางไปช่วยเหลือร่วมกับแพทย์และเจ้ าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ แต่ในตอนหลังบรรดาแพทย์ส่วนใหญ่พากันอพยพหลบหนีไป พร้อมกับประชาชนที่มุ่งหน้าไปยังมณฑลอื่นชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่เมืองเอกซ์ เมืองหลวงของมณฑลโปรวองซ์เหลือแพทย์อยู่ไม่กี่คน และในที่สุดก็เหลือนอสตราดามุสต่อสู้กับโรคระบาดตามล ำพัง เขาต้องทำงานอยู่ท่ามกลางคนป่วยนับจำนวนหมื่น ต้องเผชิญกับอากาศเสียและน้ำเป็นพิษตลอดเวลา นอสตราดามุสรู้สึกหมดหวังตั้งแต่เขาเดินทางไปถึงครั้ งแรกที่เห็นคนป่วยหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เย็บผ้าห่อศพคลุมร่างตัวเองไว้ เนื่องจากเธอคิดว่าไม่มีทางรอด และคงจะไม่มีใครทำลายศพเธอได้เมื่อเธอตายแล้วนอสตราด ามุสได้พยายามรณรงค์ให้ผู้คนอพยพไปอยู่ในที่มีอากาศบ ริสุทธิ์แลให้ต้มน้ำทุกชนิดให้สุกก่อนที่จะนำไปใช้ ต่อมาที่เมืองลีอองซ์กำลังประสบเคราะห์กรรมเนื่องจาก โรคไอกรนระบาดอย่างหนัก ต่างพากันร้องขอให้ทางการรีบช่วยเหลือโดยด่วน นอสตราดามุสก็ได้เดินทางไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ผลจากการที่ได้แนะนำชาวบ้านให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเ ขาปรากฎว่าสามารถช่วยชีวิตชาวเมืองลีอองซ์ไว้ได้เป็น จำนวนมาก และด้วยคุณความดีดังกล่าว ชาวเมืองลีอองซ์ได้มอบรางวัลให้เขาเป็นทองคำหนึ่งถุง แต่เขาได้นำไปแจกจ่ายแก่คนยากจนตามชานเมือง ก่อนที่จำเดินทางกลับไปยังเมืองมาร์ซาลซ์ ในปี ค.ศ. 1547 นอสตราดามุสได้ตัดสินใจสร้างบ้านหลังหนึ่ง ระหว่างเมืองเอวิกนอนกับเมืองมาร์ซาลซ์ ต่อมาหลังจากเขาเดินทางกลับไปที่เมืองซาโลน เขาก็แต่งงานกับเศรษฐีนีม่ายคนหนึ่งชื่อ แอน พอนสาร์ทเกเมลล์ และได้ย้ายไปพักที่บ้านสร้างใหม่ (บ้านพักที่นอสตราดามุสเคยอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับย่านเพลซ เดอ ลา พวาซองเนรี กับ ย่านถนนบูเลวาร์ดนั้นยังปรากฎซากอยู่จนกระทั้งบัดนี้ ) เหตุการณ์โลก บันทึกคำพยากรณ์ในอนาคต ในช่วงที่นอสตราดามุสใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักหลังใหม่ ใกล้ย่านเพลซ เดอ ลา พวาซองเนรีนี้เอง เขามีเวลาว่างมากขึ้น ทำให้มีเวลาศึกษาค้าคว้าเรื่องลึกลับที่เกิดกับตัวเข าเองได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาพเหตุการณ์ของโลกในอนาคต ได้ผุดขึ้นในจิตและความคิดของเขาราวกับสายน้ำที่หลั่ งไหลมาจนท่วมท้นสองฟากฝั่งเลยที่เดียว ถึงกับทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจบันทึกไว้ในสมุดตามลำด ับเหตุการณ์ได้หลายเล่ม และได้กลายเป็นหนังสือรวบรวมคำพยากรณ์ที่มีค่าสูงแก่ ชาวโลกในที่สุด ในยามว่างตอนกลางคืน นอสตราดามุสมักจะใช้เวลาเข้าไปศึกษาหนังสือเกี่ยวกับ ศาสตร์เร้นลับเล่มหนึ่งภายในห้องตามลำพัง จนทำให้เขามีสมาธิแก่กล้า สามารถมองเห็นเหตุการณ์และบุคคล ตลอดจนกระทั่งสิ่งต่างๆ ที่สำคัญซึ่งเกิดขึ้นกับโลกเราในอนาคตได้โดยตลอด ทราบไหมครับว่า หนังสือเล่มนี้ที่เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้นอสตราดามุสประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการพยา กรณ์ชื่ออะไร? เป็นหนังสือที่หายากที่สุด ซึ่งนอสตราดามุสโชคดีที่ได้พบเข้าโดยบังเอิญ ในขณะที่เดินทางตระเวนไปตามเมืองต่างๆ หนังสือเล่มนี้ชื่อ "De Mysteriis Egyptorum" นับวันชื่อเสียงของนอสตราดามุสทางด้านโหราศาสตร์ยิ่ง โด่งดังมากขึ้น เมื่อปี 1554 ยัง ไอเมส เดอ ชาวิกนี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัวเน ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ไปสมัครเป็นลูกศิษย์ของนอสตราดามุส เพื่อศึกษาค้นคว้าทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ ต่อมาศิษย์ผู้นี้นับว่ามีบทบาทสำคัญมาก หลังจากนอสตราดามุสสิ้นชีวิตไปแล้ว เขาได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับคำพยากรณ์ของนอสตราดามุส ไว้หลายเล่ม ในปี 1555 นอสตราดามุสสามารถรวบรวมคำพยากรณ์เหตุการณ์ของโลกในอ นาคตได้ครบร้อยบทพอดี บทโคลงคำพยากรณ์ครบร้อยตอนนี้ เขาให้ชื่อว่า "เซนจูรี" และคำพยากรณ์แตะละตอนจะเป็นคำโคลงประมาณ 4-5 บรรทัด ซึ่งสาเหตุที่ต้องเขียนเป็นคำโคลงในเชิงปรัชญานี้ เนื่องจากในสมัยนั้น ผู้ที่ค้นพบสิ่งแปลกใหม่มักจะถูกมองว่าเป็นคนชั่วร้า ย หรือพ่อมดหมอผ๊ที่ขัดกับจารีตประเพณีของบ้านเมือง บางแห่งถึงกับมีการสั่งประหารชีวิตบุคคลดังกล่าวเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ นอสตราดามุสจึงได้เขียนคำทำนายในลักษณะเป็นคำโคลงไว้ ผู้ที่จะอ่านเข้าใจจำเป็นต้องถอดรหัสคำโคลงออกมาเสีย ก่อนจึงจะทราบได้ว่านอสตราดามุสกล่าวถึงอะไร นอสตราดามุส ตั้งใจที่จะเขียนคำทำนายรวมไว้เป็นหมวด (Century) จำนวน 10 หมวด หรือประมาณื 1000 คำพยากรณ์ คำพยากรณ์ของเขาแต่ละตอนแต่ละคำ จะเขียนเป็นคำโครงที่เข้าใจยากและคลุมเครือ มีศัพท์หลายภาษา ทั้งภาษาฝรั่งเศส ภาษาท้อง ถิ่นโปรวองซ์ ภาษาอิตาเลียน กรีกและลาติน บทโคลงคำพยากรณ์ร้อยบทสามหมวดแรกของนอสตราดามุส ได้มีผู้พิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ปี 1555 ที่เมืองลีอองซ์ ในสมัยนั้นเนื่องจากหนังสือมีราคาแพงมาก จึงเป็นที่เผยแพร่ในกลุ่มคนรวยอ่านกันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตามราชสำนักในประเทศต่างๆทั่วยุโรป ในระยะแรกๆที่หนังสือคำพยากรณ์ของนอสตราดามุสพิมพ์ออ กเผยแพร่ ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของบรรดาราชสำนักต่างๆเป็นอย่างย ิ่ง เรื่องราวที่นับว่าท้าทายผู้อ่านเป็นอย่างมากก็คือ คำทำนายเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ฝรั่งเศส ถึงกับพระราชินีแคทธริน เดอ แมดิซี แห่งฝรั่งเศส ได้มีพระราชกระแสรับสั่งให้นำตัวนอสตราดามุสเข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทโดยด่วน ดังนั้น นอสตราดามุสจึงได้เดินทางไปยังปารีสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ปี 1556 การเดินทางใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น แทนที่จะเป็นเวลาสองเดือนตามปกติ ทั้งนี้ก็เนื่องจากพระราชินี แคทธรินมีพระราชกระแสรับสั่งให้จัดม้าด่วนไปรับนอสตร าดามุสเป็นกรณีพิเศษ

    ยังมีต่อครับ อดใจอีกหน่อยจะทะยอยนำลงให้อ่านกันอย่างมันส์ สะใจเลยครับ

    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  5. #5
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า

    ผู้ทำลายโลก

    การพยากรณ์ของนอสตราดามุส นับจากจุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุด คริสต์ศตวรรษที่ 21 เขาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในสังคมมนุษย์ จะมีคนเลวร้ายมาเกิดในลักษณะของผู้ต่อต้านพระคริสต์ หรือ แอนตี้ไครสต์ รวม 3 ราย โดยเขาได้ทำนายอนาคตของแอนตี้ไครสต์ 2 คนแรกได้อย่างแม่นยำ คนแรกคือ นโปเลียน โบนาปาร์ต ความทะเยอทะยานของเขาทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปมากกว่า 2 ล้านคน ส่วนคนที่ 2 คือ เด็กน้อยเกิดในครอบครัวยากจนในส่วนลึกสุดของยุโรปตะว ันตก เมื่อเติบใหญ่ขึ้นจะใช้วาทะศิลป์เป็นสื่อนำ ชักจูงผู้คนมากมายให้คล้อยตาม ชื่อเสียงและอำนาจแผ่กำจรไปทั่วราชอาณาจักรตะวันออก
    นอสตราดามุสระบุชื่อไว้ในคำทำนายของเขาว่า ฮิสเตอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ว่าใกล้เคียงกับชื่อจริงของ อด๊อร์ฟ ฮิสเลอร์ แล้ว คำว่า "ฮิสเตอร์" ในภาษาลาตินยังหมายถึงแม่น้ำ ดานูปอันเป็นแหล่งกำเนิดของฮิตเลอร์อีกด้วย
    จอมทำลายล้างโลกล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีเครื่องหมา ยกางเขนที่หงิกงอ หรือสวัสดิกะ ตามจิตทัศน์ของนอสตราดามุสหรือที่เรารู้จักกันในนามข องจอมเผด็จการฮิตเลอร์ ใช้เวลา 6 ปี ทำสงครามใหญ่น้อยแผ่รัศมีความขัดแย้งไกลไปทั่วโลก ทำให้มีผู้คนล้มตายถึง 50 ล้านคน ค่าเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเมินเป็นเงินสูงถึง 1 พันล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตามค่าเงินตราในปี ค.ศ. 1950 ทั้งรวมไปถึงความเสียหายทางด้านจิตใจและศีลธรรมของสั งคมมนุษย์ ที่มีส่วนทรุดโทรมไปเพราะสงคราม

    จอมเผด็จการ อด๊อฟ ฮิตเลอร์
    ตามบันทึกของนอสตราดามุสเขาเอ่ยชื่อ ฟรังโก นายพลแห่งสเปน และเขาได้กล่าวถึงมุสโสลินี ผู้นำชาวอิตาเลี่ยน ทำให้งานบันทึกของนอสตราดามุสที่เกี่ยวกับฮิตเลอร์ และสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้กลายเป็นงานชิ้นเอกที่มีบทบาทถูกนำในใช้ในการสงคร ามระหว่างอังกฤษกับเยอรมันอย่างน่าทึ่งที่สุด เพราะหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษได้ใช้คำพยากรณ์ของน อสตราดามุส

    อด๊อฟ ฮิตเลอร์และ มุสโสลินี

    ซึ่งนอสตราดามุสได้ทำนายวาระสุดท้ายของ จอมเผด็จการฮิตเลอร์ไว้ค่อนข้างละเอียด ดังนี้
    "ภายในป้อมที่ปิดล้อมจมลงสู่ความลึกด้วยแรงระเบิดผู้ท รยศจะถูกกลบฝังทั้งเป็นไม่เคยมีปรากฏการณ์ที่น่าเศร้ าเกิดขึ้นแก่พวกแซกซอน(เยอรมนี)อย่างนี้มาก่อน
    หนังสือโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายพันธมิตรถูกแทรกซึมแจกจ่ ายไปทั่วเยอรมนีและประเทศที่ถูกยึดครอง แม้จะเป็นเหมือนหนังสือเทพนิยาย แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ฝ่ายเยอรมันเกิดความเคลือบ แคลงขึ้นภายในจิตใจเป็นส่วนมาก แต่การทำนายถึงวาระสุดท้ายของฮิตเลอร์ บางคนพูดว่าเป็นการทำนายที่ผิดพลาด เพราะวาระสุดท้ายของฮิตเลอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการถ ูกระเบิดฝังทั้งเป็นในหลุมบังเกอร์ แต่เกิดจากการทำอัตวินิบาตกรรมด้วยปืนพก 2 วันหลังจากที่ทราบข่าวการถูกแขวนคอของจอมเผด็จการมุส โสลินีแห่งอิตาลี สงครามสิ้นสุดลงโดยที่เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ และกำแพงเบอร์ลินกั้นเขตแดนระหว่างซีกตะวันออกกับตะว ันตก


    นอสตราดามุสยังเห็นเหตุการณ์ของสงครามข้ามไกลมาอีกซี กโลกหนึ่ง ในเซนจูรี่ 3 โคลง 11 ของเขาบันทึกว่า
    "ที่เป็นของอาทิตย์อุทัยจะไม่สามารถข้ามทะเลได้อย่างป ลอดภัยส่วนต่าง ๆ ของเอเชียจะถูกเปลี่ยนแปลง…"
    คำทำนายดังกล่าวตรงกับความจริง เหตุหนึ่งที่ทำให้กองทัพญี่ปุ่นแพ้ในสงครามโลกครั้งท ี่ 2 ก็เนื่องมาจากเส้นทางลำเลียงทางทะเลของญี่ปุ่นถูกตัด ขาด บรรดายุทธปัจจัยต่าง ๆ ไม่อาจส่งไปหนุนป้อนหน่วยรบตามเกาะต่าง ๆ ได้ทันการ เพราะถูกกองเรือพิฆาตและเรือดำน้ำ รวมทั้งกองกำลังทางอากาศของสหรัฐในแถบแปซิฟิกถล่มทำล ายจนย่อยยับ
    นอสตราดามุสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเ อียดอ่อนก่อนล่วงหน้าเป็นเวลาหลายร้อยปี
    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  6. #6
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool Nostradamus ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า

    สายฟ้าฟาดมหาบุรุษ



    ภาพพี่น้องตระกูลเคนเนดี้
    นอสตราดามุสได้ทำนายถึงชะตากรรมของประธานาธิปดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ โดยกล่าวถึงอสัญกรรมของผู้นำของสหรัฐไว้ดังนี้



    "The sudden death of the first personage
    Will have caused a change and put another to rule :
    Soon but too late be comes to hight position of young age,
    By land and sea it will be necessary to fear him."



    "การถึงแก่อสัญกรรมกระทันหันของบุคคลสำคัญคนแรกจะเป็น เหตุนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและอีกผู้หนึ่งจะขึ้นปกครอ งแทนเขาก้าวขึ้นมาในตำแหน่งสูงเร็วด้วยวัยหนุ่มแต่ล่ าช้าเกินไปทั้งทางบกและทะเล(ผู้คน)จะต้องเกรงกลัว(อำ นาจบารมี)ของเขา"
    ตอนเที่ยงของวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 เป็นวันที่โลกตะลึงกับเหตุการณ์ที่ ประธานาธิปดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ถูกฆาตกรรมลงที่เมืองดัลลัส มีการจับได้ตัวผู้ถูกสงสัยว่าเป็นฆาตกร ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ แต่ในระยะเวลาไม่กี่วัน ขณะที่ชาวอเมริกันกำลังโศกเศร้าถึงการเสียชีวิตของผู ้นำที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของเขา แจ๊ค รูบี้ เจ้าของไนท์คลับ ได้ปรี่เข้ายิงออสวอล์ในระยะเผาขนจนถึงแก่ความตาย ในขณะที่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้ าที่ตำรวจ ก่อนที่จะมีการไต่สวนให้ปากคำ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองดัลลัสได้สั่งปิดคดีนี ้อย่างลุกลนน่าสงสัย เพราะถือว่าจำเลยผู้กระทำผิดได้เสียชีวิตไปแล้วนอสตร าดามุสได้เขียนทำนายเรื่องนี้ไว้ ในขณะที่ชาวอเมริกันยังไม่สามารถหาข้อยุติเกี่ยวกับข ่าวลือ แต่นอสตราดามุสได้เขียนเรื่องนี้ไว้ก่อนเหตุการณ์จะเ กิดขึ้นจริง ๆ หลายร้อยปี


    ภาพขณะประธานาธิปดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ถูกลอบยิง

    "The great man will be struck down in the day by a thunderbolt,The evil dead predicted by the bearer of a petition : According to the prediction another falls at night time.Conflict in Riems, London, and pestilence in Tuscany"
    "บุรุษที่ยิ่งใหญ่ถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ การกระทำชั่วนั้นได้มีการพยากรณ์ไว้ก่อนแล้วตามคำทำน ายอีกคนหนึ่งจะล้มในยามราตรี ความขัดแย้งในรีมส์ ลอนดอน และโรคระบาดในทัสคานี"
    โคลงบทข้างต้นนี้ หากตีความแล้วบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่นอสตราดามุสกล่าวถึ งนั้น เป็นชะตากรรมของพี่น้องตระกูลเคนเนดี้อย่างแน่นอน ในประโยคที่ 2 และ 3 ก็เป็นความจริงเพราะมีนักพยากรณ์หญิงชาวอเมริกัน จีน ดิกซ์สัน ได้พยากรณ์การถูกฆาตกรรมของจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ตั้งแต่ปี 1956 แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ส่วนอีกคนหนึ่งล้มในยามราตรีได้แก่ รอเบิร์ต เคนเนดี้ ผู้น้อง ถูกกระสุนปืนยิงในระยะเผาขน ขณะที่เพิ่งเสร็จจากการกล่าวสุนทรพจน์หลังชนะการหยั่ งเสียงในพรรค เพื่อส่งเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิปดีใน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
    รัฐบาลอเมริกาได้แต่งตั้งกรรมมาธิการวอร์เรนขึ้น เพื่อสอบสวนคลี่คลายคดีนี้ แต่กลับทำให้ทุกอย่างมืดมนขึ้นไปอีก โดยมีข่าวลือว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยได้แก่ กลุ่มมาเฟียทรงอิทธิพล กลุ่มที่สองได้แก่ขบวนการพวกคิวบาของประธานาธิปดี ฟิเดล คาสโตร และกลุ่มที่สามไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน F.B.I. การเพ่งเล็งหาผู้กระทำผิด จะออกมาในรูปแบบใด แต่ที่แน่ ๆ นอสตราดามุสได้ระบุในบันทึกการทำนายเหตุการณ์ตอนนี้ไ ว้อย่างน่าสนใจ แถมยังกล่าวไว้อีกว่า จะมีบุคคลหนึ่งที่อาจจะมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นผู้รู้และกำเบื้องหลังความจริงของการฆาตกรรมประธ านาธิปดี จอนห์ เอฟ เคนเนดี้ ไว้ทั้งหมด

    ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ถูก แจ๊ค รูบี้ ยิง
    "The ancient work will be accomplished,from the roof evil ruin will fall on the great man,Being dead they will accuse an innocent of the dead : the guilty one is hidden in the misty woods."เมื่อหนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทม์ของอังกฤษได้ตีแผ่เรื่อ งราวนี่ ยิ่งทำให้ทราบว่า ทั้ง ๆ ที่พี่น้องตระกูลเคนเนดี้ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว แต่ยังปรากฎว่ามีการฆ่าปิดปากผู้รู้เห็นเหตุการณ์ ที่เป็นประจักษ์พยานในคดีนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 3 ปี พยานในคดีนี้ถูกฆ่าตายไปแล้วถึง 18 คน แม้กระทั่งนาย แจ๊ค รูบี้ เจ้าของไนท์คลับฑูตมรณะของกลุ่มมาเฟีย ก็ยังเสียชีวิตในที่คุมขังของเมืองลอสแองเจลิสอย่างน ่าเคลือบแคลง หนังสือพิมพ์ซันเดย์ไทม์ได้กล่าวสรุปเรื่องนี้ว่า การพบจุดจบของพยานทั้ง 18 คน ในคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องตระกูลเคนเนดี้ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญไม่ได้เป็นอันขาด หรือถ้าจะเกิดขึ้นได้โดยบังเอิญ ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณไว้แล้วว่า จะมีโอกาสเพียง 1 ใน ล้านต่อล้านส่วน และที่แน่นอนที่สุดก็คือ มีผู้พยายามจะทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องที่บังอิญจริง ๆ เสียด้วย



    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  7. #7
    Member bizzii_galz's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    สถานที่
    ไร้สังกัด
    ข้อความ
    253
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน

    ช่างยาวอารายหยั่งงี้

    แต่ก้ออ่านจนจบเลย......
    "That I love you
    I have loved you all along
    And I miss you
    Been far away for far too long
    I keep dreaming you'll be with me
    and you'll never go
    Stop breathing if
    I don't see you anymore"

    e-mail : bizzii_galz@hotmail.com
    llllllllll.◇ⓚⓐⓔⓦ◇.llllllllll

  8. #8
    Senior Member jarusclub's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Jarus classic club
    ข้อความ
    325
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน

    /\6 /\6 /\4
    ]

  9. #9
    Member ฅนเร่ร่อน's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    อายุ
    33
    ข้อความ
    160
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    Cool

    อ่านไปอ่านมามันเพลินดีอะคับ เหอๆ เลยเอามาลงให้อ่านกันเผื่อชอบ
    " ในทางที่มืดมน . . . ย่อมมีหนทางสว่าง . . . ในวันที่เลวร้าย . . . ย่อมมีวันที่งดงาม "
    ____________________

  10. #10
    วีไอพี smegma's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    ไม่มี
    อายุ
    30
    ข้อความ
    306
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน

    อ่านปวดตาเลย




    ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫ ♪ ♫
    " ฉันไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ และก็ไม่เคยเที่ยวไปกล่าวอ้างเช่นนั้น... ก่อนที่คุณจะชี้นิ้ว
    ตำหนิใคร มั่นใจหรือเปล่าว่ามือคุณสะอาดพอ.... บางทีในขณะที่คุณกำลังประนามใคร อาจมีใครกำลัง
    พิพากษาคุณอยู่ก็ได้"

  11. #11
    Member Ga_zilla's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    ขี่คนเดียว........สบายใจ
    ข้อความ
    219
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน

    copy ไปอ่านละ เหอ เหอ thanks ja
    Vespa ของข้าพเจ้า คือจิตวิญญาณของข้าพเจ้าเช่นกัน


  12. #12
    @-- 07/07/2007 --@ "ซามูไรเดอร์"'s Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    รถโบราณ ม.นเรศวร
    ข้อความ
    54
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน


    ยาวดีจังเลยครับ...จัดทำเป็นวรสารได้เลย


Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •