มาชมแผ่นเสียงกันดีกว่า - หน้า 6
    
หน้าที่ 6 จากทั้งหมด 7 หน้า แรกแรก 1 2 3 4 5 6 7 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 76 ถึง 90 จากทั้งหมด 95

ชื่อกระทู้: มาชมแผ่นเสียงกันดีกว่า

  1. #76

    มาตรฐาน



    น้องเบียร์ วันนี้ผมส่งแผ่นเสียงไปให้แล้วนะครับแต่ไม่ได้ส่งเคร ื่องไปให้นะ๕๕๕

    ไม่รู้จะทันวันเสาร์ป่าว ขอให้ทันแล้วกัน โชคดีครับ/\2

  2. #77

    มาตรฐาน

    "Elton John"

    เซอร์เอลตันจอห์น เป็นชื่อที่ใช้ในการแสดงเท่านั้น เพราะชื่อจริงของเขาคือ"เรจินัลด์เคนเนธ ดไวท์ ( Reginald Kenneth Dwight ) เป็นชาวอังกฤษอีกแล้วนะครับเกิดวันที่ 25 มีนาคม 1947 เกิดที่มิดเดิลเซ็กซ์ เขตติดต่อกับ ลอนดอน ในประเทศอังกฤษ













    รูป รูป  

  3. #78

    มาตรฐาน

    Elton John เรียนการเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก เขาใช้ความสามารถในการเล่นเปียโน เข้าเรียนฟรีเป็นนักเรียนทุน ในสถาบันการดนตรีของอังกฤษ เขาเริ่มเรียนตั้งแต่อายุ 11 ปี จนกระทั่ง 15 ปี ในช่วงวัยรุ่น จอห์น มีศิลปินคนโปรดคือ "บัดดี้ ฮอลลีย์ เขาพยายามทำตัวเลียนแบบ ฮอลลีย์ ด้านรูปลักษณ์ ขนาดนำแว่นแบบของ ฮอลลีย์มาสวมทั้งๆที่สายตาปกติ จนกระทั่งไม่กี่ปีต่อมาสายตาของเขาก็สั้นลงจริงๆ













    รูป รูป  

  4. #79

    มาตรฐาน

    หนทางด้านดนตรีของ " Elton John " เริ่มตั้งต้นเมื่อปี ค.ศ. 1960 เขากับเพื่อนร่วมกันตั้งวงดนตรีชื่อ " เดอะ คอร์เวตต์ส " แต่เขามาพบเพื่อนคู่หูที่ทำให้เขาก้าวร่วมกันจนสู่คว ามสำเร็จ คือ " เบอร์นี เทาปิน " ( Bernie Taupin ) ซึ่งเป็นกวี และนักแต่งเพลงฝีมือดี ในปี ค.ศ. 1967 ช่วงเวลานี้เองที่เขาใช้ชื่อ เป็นชื่อในการแสดง " เอลตัน เฮอร์คิวลิส จอห์น " เป็นชื่อในการแสดง โดยนำเอาชื่อเพื่อนสองคนมาใช้คือ เอลตัน ดีน กับ ลอง จอห์น บัลดรี
    เอามาผสมผสานกันจนกลายเป็น " เอลตัน เฮอร์คิวลิส จอห์น "

    อัลบั้มแรกของคนคู่ จอห์น-เทาปิน ชื่อ " Empty Sky " วางแผงจำหน่าย ในปี ค.ศ. 1970 ขณะที่เพลงฮิตของเขาเพลงหนึ่งคือ " Yong One " ซึ่งอยู่ในอัลบั้มของเขาชื่อ " Elton John













    รูป รูป  
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย panna : 10-01-2006 เมื่อ 00:36

  5. #80

    มาตรฐาน

    " Elton John " เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในยุโรปและอเมริกา มีผลงานดีเด่นมากมาย ที่คุ้นหูคนไทยเรามากน่าจะเป็น " Crocodile Rock " ที่ฟังครั้งใดก็คึกคัก " Border Song", "Honky Tonk Woman", และเพลง "Candle In The Wind 1997" ที่เขาแต่งและขับร้องเอง เพื่อเป็นเกียรติแด่องค์หญิง "ไดอานา" เป็นเพลงที่ไพเราะมาก













    รูป รูป  

  6. #81

    มาตรฐาน

    " Elton John " ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น "CBE" จากราชวงศ์อังกฤษในปี ค.ศ. 1995 และได้เป็นอัศวินแห่งราชสำนัก ในปี ค.ศ. 1998 จากสิ่งที่เขาได้มอบให้สังคม ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงจากเสียงเพลง หรือประโยชน์จากองค์กรการกุศล ที่เขาก่อตั้งขึ้นและกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของผู้ด้อย โอกาสอีกมากมาย/\7













    รูป รูป  
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย panna : 10-01-2006 เมื่อ 00:37

  7. #82
    Senior Member original_beIR's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    ข้อความ
    693
    ขอบคุณ
    5
    ได้รับขอบคุณ 3 ครั้ง ใน 3 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน ขอบคุณครับ

    พี่เอกครับ ได้รับแผ่นเสียงแล้วครัย แต่ลองเอาหูแนบดูมันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยครับ
    ปล.1 ที่ได้รับช้าเพราะคนส่งเอาไปฟังแน่ๆเลย
    ปล.2 เดี๋ยวอาทิตย์นี้จะเอาไปฟังครับ แล้วจะถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ชมครับ

  8. #83

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ original_beIR
    พี่เอกครับ ได้รับแผ่นเสียงแล้วครัย แต่ลองเอาหูแนบดูมันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยครับ
    ปล.1 ที่ได้รับช้าเพราะคนส่งเอาไปฟังแน่ๆเลย
    ปล.2 เดี๋ยวอาทิตย์นี้จะเอาไปฟังครับ แล้วจะถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ชมครับ

    ถูกต้องแล้วครับที่ไม่ได้ยินเสียงครับ ลืมบอกไปครับ คือก่อนส่งไปให้ ผมเอาเสียงออกหมดแล้ว ถ้าจะฟังจริงๆ ต้องไปซื้อเสียงมาใส่ครับ/\3

  9. #84
    Senior Member PH_UD's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    -
    ข้อความ
    2,697
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    15

    มาตรฐาน

    ลงอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แฟนๆเรียกร้องงงงงงง/\7

  10. #85

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ PH_UD
    ลงอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แฟนๆเรียกร้องงงงงงง/\7

    รับทราบครับพี่/\2

    พอดีช่วงนี้ใกล้สอบแล้วครับเลยไม่ค่อยมีเวลาค้นหาข้อ มูลใหม่ๆครับ ลองค้นดูข้อมูลเก่าๆดูก็มาเจอศิลปินอีกท่านที่น่าสนใ จ ลองชมดูครับ/\7

    Cliff Richard

    Cliff Richard มีชื่อจริงว่า Harry Webb เขาเกิดที่ อินเดีย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ.1940

    Cliff Richard เป็นนักร้องที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลงานที่ออกมาในแนวป๊อปร็อกมักจะได้รับความนิยมสูง เพลงที่ได้รับความนิยมเช่น Move It ปี 1958 ซึ่งเป็นเพลงฮิตเพลงแรกของเขา Living Doll ปี 1959 It's All in the Game ปี 1963 และอีกเพลงที่รับความนิยมสูงสุดทุกคนรู้จักเพลงนี้ดี เพราะเคยนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ที่โด่งดังมากในอดีตนั่ นก็คือเพลง "The Yong Ones" ครับ













    รูป รูป  
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย panna : 20-01-2006 เมื่อ 01:47

  11. #86
    aoon's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    สถานที่
    -
    ข้อความ
    331
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    13

    มาตรฐาน beatles

    เยี่มเลยครับ ผมก็เป็นสาวกbeatles เหมือนกัน มี2 แผ่นน่าจะต่างจากที่ท่านมีอยู่













    รูป รูป    

  12. #87

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับคุณaoon ที่เอาแผ่นเสียงสวยๆมาให้ชมครับ/\2

    ผมเองก้ไม่ใช่แฟนพันธ์แท้เท่าไหร่ครับ คือที่เก็บก้จะออกไปในแนวสะสมมากกว่าครับ ใหนๆ ก็สะสมแล้วก้ลองหาข้อมูล มาเผยแพร่ครับ จะได้ช่วยกันอ่าน ช่วยกันจำครับ(ต้องขออภัยเจ้าของข้อมูลด้วยครับ ที่ไปก๊อบมาโดยไม่ได้รับอนุญาต/\4 )

    ดีใจครับที่มีสาวก The beatles ในนี้ ยังงัยเข้ามาคุยบ่อยๆครับ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เผื่อมีคนอื่นๆ ที่สนใจครับ/\7

    "The Beatles"
    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่วงสี่เต่าทอง จะสลายวง พวกเขาก็ออกอัลบั้มประวัติศาสตร์ชิ้นสุดท้ายออกมา มีชื่อว่า "Let It Be" ซึ่งความหมายของมันคงจะพอบอกได้แล้วว่าสถานการณ์ภายใ นวงเลวร้ายจนต่างฝ่ายต่างหมดความพยายามที่จะประสานรอ ยร้าว และปล่อยให้เหตุการณ์เป็นไปตามครรลองของมัน นั่นคือทางใครทางมัน

    อัลบั้ม "Let It Be" วางจำหน่ายในอังกฤษ วันที่ 8 พฤษภาคม 1970 ขณะที่อีก 10 วันต่อมาก็วางจำหน่ายในอเมริกา จัดเป็นอัลบั้มที่ 14 ของ "The Beatles" ในอัลบั้มนี้บรรจุเพลงไว้ 12 เพลง "Let It Be" เป็นเพลงลำดับที่ 6

    เชื่อว่าแฟนเพลงของ "The Beatles" คงจะทราบถึงความร้าวฉานภายในวงอยู่ไม่น้อย พวกเขาจึงพยายามจึงได้อุดหนุนอัลบั้มดังกล่าวอย่างอุ ่หนาฝาคั่ง เพื่อเป็การสะสมด้วยเหตุที่ว่าต่อไปจะไม่มีวง "The Beatles" ให้เห็นอีกแล้ว และในที่สุดเพลง "Let It Be" ก็ขึ้นอันดับหนึ่งในแบบซิงเกิล ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 1970

    เนื้อหาของเพลง "Let It Be " ซึ่งจอห์น กับ พอล ร่วมกันแต่ง มีความสละสลวยงดงาม ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกแต่ประการใดเลย มีเพียงความสงบเย็นของร่มเงาแห่งศาสนา มาช่วยทำให้จิตใจผ่องใส มองโลกได้กว้างขึ้น และมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป อีกทั้งเพลงนี้ยังชี้ให้เห็นในทุกๆช่วงว่า สิ่งที่คิดว่าเลวร้าย หรือผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย ก็ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ขึ้นมาได้ เมื่อมีสติมีปัญญาที่จะไตร่ตรอง

    Let it be = เป็นสำนวน หรือ idiom ซึ่งมีความหมายว่าอย่ารบกวน หรือ ขัดจัหวะผู้อื่น (Not disturb or Interfere with somebody) ก็คือให้ตามใจเขานั่นเอง อยากทำอะไรก็ทำ แต่ความหมายในเพลงจะหมายถึงปล่อยเหตุการณ์ให้ผ่านไป อย่าไปวิตกกงวลอะไรมากนัก เรามาเริ่มแปลกัเลยดีกว่านะครับ

    Let It Be = ปล่อยให้มันเป็นไป (ช่างมันเถอะ)

    When I find myself in times of trouble
    คราใดที่ฉันมีความทุกข์

    Mother Mary comes to me
    พระแม่มารีจะมาเยือน

    Speaking words of wisdom, let it be.
    และกล่าวคำเตือนสติว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมันเถิด

    wisdom หมายถึง ปัญญา word of wisdom ก็คือ คำพูดที่ทำให้เราเกิดปัญญา มีศัพท์อยู่คำหนึ่งซึ่งน่ารู้ "wisdom teeth" หมายถึง "ฟันกราม"นะครับ มีทั้งหมด 4 ซี่นะครับ

    And in my hours of darkness
    ในช่วงเวลาที่มืดมน

    ใช้คำว่า "hours" มาเปรียบเทียบเวลาหมายถึง "ในห้วงเวลาเหล่านั้น"
    เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่น "in my hours of happiness" หมายถึง "ในห้วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของฉัน"

    "She is standing right in front of me"
    พระแม่มารีจะมายืนอยู่เบื้องหน้าฉัน

    Speaking words of wisdom, let it be.
    และกล่าวคำเตือนสติว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมันเถิด

    let it be, Let it be, let it be, let it be
    ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ

    Whisper words of wisdom, let it be.
    กล่าวคำเตือนสติว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิดไปเถอะ

    And when the broken hearted people living in the world agree
    และยามผู้ที่หัวใจแตกสลาย ที่อยู่บนโลกต่างเห็นพ้องกันว่า

    There will be an answer, let it be.
    ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ช่างมันเถอะ

    For though they may be parted
    แม้ว่าอาจจะพรากจากกัน

    There is still a chance that they will see
    แต่ยังมีโอกาสที่จะได้พบกันอีก

    There will be an answer, let it be.
    ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ช่างมันเถอะ

    let it be, Let it be, let it be, let it be
    ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ, ช่างมันเถอะ

    And when the night is cloudy,
    และยามที่ค่ำคืนเต็มไปด้วยเมฆครึ้ม

    There is still a light that shines on me,
    ก็ยังคงมีแสงส่องลงบนตัวฉัน

    I wake up to the sound of music
    เสียงดนตรีไพเราะปลุกฉันขึ้นมา

    Mother Mary comes to me
    พระแม่มารีจะมาเยือน

    Speaking words of wisdom, let it be.
    และกล่าวคำเตือนสติว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ช่างมันเถิด

    Whisper words of wisdom, let it be.
    กล่าวคำเตือนสติว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ให้มันเกิดไปเถอะ

    /\7 /\7 /\7

  13. #88

    มาตรฐาน

    อัพเดทหน่อยครับ/\7

    วันนี้ขอแนะนำเวปไซต์ แผ่นเสียงของนักสะสมคนไทยซักหน่อยครับ

    แผ่นสวยๆดูเพลินๆ/\2

    http://www.thaistock.org/gallery/

  14. #89

    มาตรฐาน

    เข้ามาอับเดท ซะหน่อยสำหรับคนที่ชอบฟังเพลง/\7

    วันนี้ อยากจะนำเสนอเจ้าของเสียงอันทรงพลังแต่แฝงไปด้วย ความเหงา เศร้า สำหรับผมแล้วคิดว่าเป็นนักร้องอีกคนหนึ่งที่น่าสนใจ แล้วน่าเก็บแผ่นเสียงของนักร้องคนนี้ครับ

    Tracy Chapman เกิดเมื่อวันที่ 30 เดือน มีนาคม ค.ศ.1964 ที่รัฐ Ohio/\2

    สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ครับ
    http://www.about-tracy-chapman.net/biography.htm













    รูป รูป    

  15. #90

    มาตรฐาน


    ผมก็ชอบนักร้องคนนี้มากครับ
    โดยเฉพาะชุดแรกของเธอ เมื่อก่อนผมต้องฟังทุกวันเลย........
    เห็นแล้วคิดถึง ต้องกลับไปคุ้ยเอามาฟังซักหน่อยแล้ว.........
    This and a little
    kick will get you
    and your BMW
    about anywhere.

หน้าที่ 6 จากทั้งหมด 7 หน้า แรกแรก 1 2 3 4 5 6 7 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •