ประวัติ Punk
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 1 2 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 15 จากทั้งหมด 23

ชื่อกระทู้: ประวัติ Punk

  1. #1
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน ประวัติ Punk



    ประวัติโดยระเอียดของ "punk"

    --------------------------------------------------------------------------------

    พั้งค์ (Punk) เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกสิ่งของหรือบุคคลที่ไร้สาระหรื อโจรกระจอกซึ่งมีที่มาจากความหมายที่แท้จริงคือ สารจุดไฟหรือไม้แห้งที่ใช้จุดไฟแต่มีสิ่งหนึ่งที่นำค ำนี้ไปใช้เรียกคือ “ Punk Music “ และดนตรีพังก์นี่เองที่ทำให้คำนี้ไม่มีวันหายไปเฉกเช ่นดนตรีร็อคในขณะที่ดนตรีป๊อปของวงเดอะบีทเทิ่ลส์ ( The Beatles ) กำลังครองความนิยมทั่วโลกในช่วงปลายยุค ‘60s เรื่อยมาจนข้ามเข้าสู่ยุค ‘70s แม้ทางฝั่งอเมริกาช่วงนั้นเริ่มมีแวดวงอันเดอร์กราวน ด์มิวสิค โดยมีวงอย่าง The Fugs ที่ทำดนตรีแปลกแยกจากวงอื่นๆ และนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมแล้วก็ตาม แต่คำว่า ‘ Punk Music ‘ ก็ยังไม่ถูกนำมาใช้จนกระทั่งวงอาร์ต-ร็อคอย่าง The Velvet Underground ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 1966 ได้ส่งผลให้เกิดการแตกหน่อทางดนตรีให้กับศิลปินหน้าใ หม่มากมายให้กล้าสร้างผลงานดนตรีใหม่ๆออกมา ที่โด่งดังที่สุดคือ Iggy Pop & The Stoogers แต่นั่นเป็นเพียงแค่ซีนดนตรีของเมืองดีทรอยด์เท่านั้ นภาพที่ชัดเจนที่สุดของพังก์นั้นอยู่ในมหานครนิวยอร์ คเมื่อวง The Dolls หรือ New York Dolls ฟอร์มวงดนตรีขึ้นมาในปี 1972 ชื่อเสียงเรื่องภาพลักษณ์ที่ชอบแต่งหน้าแต่งตาเหมือน ผู้หญิงบวกกับการแสดงสดที่ดิบเถื่อนก็กระจายสู่วงกว้ างข้ามฝั่งมาจนถึงมหานครลอนดอนในอัง กฤษแล้วโลกก็รู้จักวงที่ทำดนตรีเข้าขั้นแปลกแยกและกบ ฏเข้าข่ายของคำว่าพังก์แท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทความทางดนตรีหรือนิยามก็ตามและต่อมาวง พังก์ทั้งหลายก็ถือกำเนิดขึ้นวงอย่าง The Heartbreakers, Suicide, Mc5 , The Modern Lovers , Talking Heads หรือ The Ramones คือวงที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่วงการดนตรีพังก์ฟากฝั ่งอังกฤษมากที่สุดดนตรีพังก์นั้นถือกำเนิดมาจากความค ิดของคนหนุ่มชนชั้ นกลางจนถึงชนชั้นกรรมาชีพโดยมีความปรารถนาที่จะหลีกห นีสังคมที่ไม่เคยเห็นอกเห็นใจหรือช่วยเหลือเกื้อหนุน ต่อพวกเขาเลยและคิดว่าสิ่งที่พวกเขาคิดพูดและแสดงออก นั้นไร้สาระโดยสิ้นเชิง
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  2. #2
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน สาขาต่างของ punk

    ]

    สาขาต่างของ "พังค์

    --------------------------------------------------------------------------------

    UK 82 - พั้งค์จากอังกฤษ ในยุค 80's เป็นยุคหลังของพั้งค์คลื่นลูกแรกอย่าง The Sex Pistols, The Clash, The Jam เป็นยุคที่คนประนามว่า "พั้งค์ตายแล้ว"เพราะพั้งค์ไม่ได้รับควานนิยมในวงกว้ างเท่าวงรุ่นก่อ นแต่มันกลับวางรากฐานสำคัญๆให้แวดวงพั้งค์ทั่วโลกและ อ ยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน "Punk's Not Dead"


    ANARCHIST PUNK - วงพั้งค์ที่มีเนื้อหาฝักใฝ่อนาธิปไตยอย่างสุดขั้วเสื ้อผ้าหน้าผม การแต่งกายที่หลุดโลก มีชีวิตที่แปลกแยกออกจากสังคม วงเด่นๆคือ The Exploited, G.B.H, Conflict, Chaos U.K.


    Oi! - พั้งค์ที่แต่งกายแนวเดียวกันกับพวกสกินเฮดพวกแก๊งค์ส กู๊ตเตอร์ ก็คือ เวสป้า แลมเบร็ตต้า(ถ้าพี่น้องสังเกตคนขับสกูตเตอร์ที่อังกฤ ษบางคนจะโกนหัว) และ พวกฮูลิแกนดนตรีจะเบากว่า อนาคริสต์ พั้งค์ ดนตรีโจ๊ะๆ มีเมโลดี และชวนโยกสุดๆแต่ก็ไม่ทิ้งความหนักหน่วงของดนตรีร็อค วงเด่นๆ คือ Blitz, The Bussiness, Cock Sparrer, 4 Skin คำว่า Oi! นั้นเป็นเหมือนคำอุทานของพวกพั้งค์และที่มาอีกอย่างน ึงก็คือมาจากเพลง Oi! Oi! Oi! ของวง Cockney Reject

    HARDCORE PUNK - เริ่มต้นในอเมริกาโดยวงอย่าง Minor Threat, Bad Brain, รับอิทธิพลมาจากพั้งค์ยุคปลาย 70 และมาพัฒนาเรื่องโครงสร้างดนตรีกระชับและสั้นขึ้นอีก (วงพั้งค์ยุคแรกเล่นเพลงละ 3 นาทีเค้าก็ว่าสั้นกันแล้ว) มีอิทธิพลค่อนข้างมากไม่แพ้ UK 82 และได้วางรากฐานให้กับอเมริกันฮาร์ดคอร์และฮาร์ดคอร์ ทั่วโลกและเป็นต้นกำเนิดของลัทธิ "Straight Ege" และเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตอย่างเคารพตัวเองมาถึงปัจ จุบัน วงเด่นๆ Black Flag, Dead Kennedy, Crucifix, The Circle Jerk


    ANARCHO PUNK - เรียกอีกอย่างว่า Peace Punk ดนตรีค่อนข้างยาวเริ่มต้นในยุค 80 โดยวงอังกฤษอย่าง Crass , Antisect วงเด่นๆคือ Aus Rotten (วงนี้สุดยอดโว้ย!!!!) ,Oi Polloi, Resist And Exist


    __________________
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  3. #3
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    SWEDISH - Swedish Punk, Swedish Hardcore, หมายถึงวงดนตรีจากประเทศสวีเดนเราจะรู้ดีว่าประเทศสว ีเดนนั้นมีวงเมทัลหนักกระโหลกม ากมายและดนตรีก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองเช่น Swedish Death, Swedish Black เช่นเดียวกันกับดนตรีพั้งค์สวีเดนมีวงเด่นๆดังๆมากมา ยและดนตรีที่รับอิทธิพลมาจา กวงอังกฤษอย่าง Discharge นั้นก็ทำให้วงจากสวีเดนนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวค่อนข้าง สูงมีความโหดความหนักกว่าฮาร์ดคอร์พั้งค์ในยุคเดียวก ัน รวมถึงอิมเมจดุดัน ผมแหลมชี้ฟูเสื้อหนังปักหมุดที่ถอดแบบพั้งค์อังกฤษมา ทีเดียว วงเด่นๆคือ Anti Cimex, Mob 47, Shitlickers, Moderat Likvidation, Crude SS, Totalitar และอีกมากมายวงจากสวีเดนนี้มีอิทธิพลให้วงรุ่นหลังได ้ไม่แพ้วงจาก อังกฤษและอเมริกาเลยทีเดียว
    FINISH - Finish Punk, Finish Hardcore, วงดนตรีจากเพื่อนบ้านสวีเดนอย่างประเทศฟินแลนด์ในด้า นอื่นๆประเทศฟินแลนด์อาจไม่ได้มีอะไรเด่น แต่ในยุค 80 วงจากประเทศนี้ก็มีมาอาละวาดเหมือนกันและยังทรงอิทธิ พลถึงทุกวันนี้ วงเด่นๆ KAAOS, RIISTETYT, APPENDIX


    JAPANCORE - Japcore วงดนตรีพั้งค์ ฮาร์ดคอร์ จากแดนปลาดิบอย่างที่รู้กันว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างในปร ะเทศนี้รวมถึงวงดนตรีพั้งค์ชั้ นหัวกระทิมากมายตั้งแต่ยุค 80 เป็นต้นมา มีวงเด่นๆอย่าง Confuse, Kuro, G.I.S.M และรวมถึงวงโคตร D-beat อย่าง Discloseที่เป็นที่รักของคอพั้งค์ทั้งโลกา แต่ kawakami นักร้องนำตายห่าไปแล้ว ญี่ปุ่นมีวงดนตรีอยู่หลากหลายสไตล์แต่ที่เป็นที่เชิด หน้าชูตาก็คือ ฮาร์ดคอร์ พั้งค์และพั้งค์ในแบบเอ๊กซ์ตรีมอีกมากมาย วงเด่นๆ Confuse, Kuro, G.I.S.M, Death Side, Disclose, Final Blood Bath, Battle of Disarm
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  4. #4
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    ]

    D-BEAT - D = Discharge BEAT = drum beat, drum stlye แนวดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Discharge อย่างเต็มๆทั้งดนตรี เนื้อหา โลโก้ ด้วยริทึ่มกลอง และสัดส่วนของดนตรีแบบ Discharge มีวงแนวนี้ออกมามากมาย แต่วงที่ถือว่าเป็นเจ้าพ่อของแนวนี้ก็คือ Disclose จากญี่ปุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะถอดแบบ Discharge มาเลยก็ว่าได้แต่ดนตีก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจาก D-beat จะได้รับอิทธิพลมาจาก Discharge แล้วยังได้รับอิทธิพลจากวงอย่างสวีเดนอย่าง Anti Cimex, Shitlickers, Mob 47 มาเต็มๆ D-beat นับเป็นแนวดนตรีแนวหนึ่งที่ได้รับความนิยมในแวดวงดนต รีพั้งค์อินดี้ใต้ดินวงเด่นในแนวนี้ Disclose, Final Blood Bath, Besthoven, Recharge, Diskonto รวมถึงวงเพื่อนบ้านเราอย่าง Apparatus วง D-beat จากมาเลเซียที่เริ่มสร้างชื่อเสียงในแวดวง


    STREET PUNK - พั้งค์ข้างถนนวันๆไม่ทำงานทำการ กินแล้วเมา เมาแล้วกิน street punk หมายถึงดนตรีพั้งค์แนวนึงที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเ ป็นอย่างสูงและหมายถึงแฟชั่นของพั้งค์พวกนี้ ซึ่งเป็นพั้งค์ในแบบที่คนทั่วไปรู้จักกันหัวหนามสีสั นแสบตาเสื้อหนังปักหมุด วงเด่นๆคือ The Casualties, The Unseen, The Virus, A Global Threat, Antidote, Action วงเหล่านี้บางครั้งก็มักเรียกว่า Hardcore Punk เหมือนกัน
    CROSSOVER - ดนตรีฮาร์ดคอร์ที่ผสมดนตรี Thrash เข้าไปเพราะว่าช่วงนั้นดนตรี Thrash & Speed กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงและวงฮาร์ดคอร์ก็ได้นำดน ตรีแทรชผสมเข้าไปให้เกิดความ รุนแรงกร้าวร้าวกว่าฮาร์ดคอร์ทั่วไปวงเด่นๆ D.R.I, Amagedom, Concret Sox


    SKATE PUNKพังค์ยุคใหม่ค่อนข้างได้รับควมนิยมเหมือนกันจะแต ่งตั วสมัยใหม่บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี้แหละpunk ชอบเล่นพวก skateบอร์ดคนทั่วไปเรียกว่าเด็กบอร์ดบางคนก็คิดว่าพว กฮิพฮอพวงที่ได้รับความนิยม NOFX,No Use,New Fround,panywise
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  5. #5
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    อ้าว เลือกเอา ว่าชอบกัน แบบไหน นี้ล่ะ โว๊ย PUNKไม่ใช่แฟชั่น ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ขอบคุณ เปี๊ยก แห่ง Destroy Circle สำหรับ บทความ
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  6. #6
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    --------------------------------------------------------------------------------


    พังค์ร็อก

    พังค์ร็อก (Punk rock) เป็นดนตรีร็อกประเภทหนึ่ง (โดยมากมักเรียกสั้นๆว่า พังค์) มีการเคลื่อนไหวและเป็นที่รู้จักในช่วงกลางทศวรรษที่ 70 พังค์ร็อกได้พัฒนาระหว่างปี 1974 และ 1977 ในสหรัฐอเมริกา,สหราชอาณาจักร และ ออสเตรเลีย โดยมีวงอย่าง เดอะ ราโมนส์, เซ็กซ์ พิสทอลส์ และ เดอะ แคลช ที่เป็นที่รู้จักในฐานะแนวหน้าของดนตรีประเภทนี้
    ในยุคต้นพวกพังค์ร็อก ได้รับอิทธิพลจากร็อกแอนด์โรล ในยุคต่อมามีหลายวงพัฒนาโดยการผสมผสาน แนวดนตรีร็อกเข้ากับฟังค์กี้ และ สกา ลักษณะของสไตล์ดนตรีแบบ พังค์ร็อกมีลักษณะท่วงทำนองที่รุนแรง หยาบกระด้าง ด้วยการขาดทักษะการของการเล่นดนตรี ส่วนการร้องก็จะเป็น "ตระโกน"หรือ "บ่น" และแฝงนัยยะของ "การต่อต้าน " และการยกย่อง "ความเป็นเลิศ"[1]
    พังค์ร็อกกลายเป็นกระแสนิยมหลักในสหราชอาณาจักรตั้งแ ต่ปลายทศวรรษที่ 70 แต่ความโด่งดังในที่อื่นมีในจำกัด จนกระทั่งทศวรรษที่ 80 พังค์ร็อกได้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเล็กๆ ทั่วทุกมุมโลก ส่วนมากจะถูกปฏิเสธจากดนตรีกระแสหลัก โดยพังค์ร็อกในรุ่นต่อมาได้พัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของดนต รีอัลเทอร์เนทีฟและได้รับความนิยมเหมือนตอนที่ได้รับ ความนิยมในช่วงแรก

    ลักษณะ

    ปกอัลบั้มแรกของ เดอะราโมนส์พังค์ยุคแรกมีจุดความก้าวร้าว ซึ่งดูไกลจากร็อกในต้นยุคทศวรรษที่ 70 ที่อ่อนไหวและฟังดูรื่นหู[2] ทอมมี ราโมน มือกลองวงเดอะ ราโมนส์ เคยกล่าวไว้ว่า "ในช่วงแรกของการเริ่มต้น วงยุค 60 หลายวง ได้ปฏิรูปและมีความน่าตื่นเต้น แต่โชคไม่ดีที่อยู่ได้ไม่นาน พวกเรารู้ว่าต้องการสิ่งที่ต้องการคือความบริสุทธิ์ และไม่ต้องการ ร็อกแอนด์โรล"[3]
    จอห์น โฮล์มสตรอม บรรณาธิการนิตยสาร พังค์ แฟนไซน์ให้ความเห็นกับการเกิดของพังค์ร็อกว่า "พังค์ร็อกเกิดขึ้นเพราะดนตรีร็อกในช่วงนั้นดูน่าเบื ่อ อย่าง บิลลี โจเอล ,ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล ที่ถูกเรียกว่าร็อกแอนด์โรล โดยร็อกแอนด์โรลมีความหมายกับหลายๆคนว่า ดนตรีขบถและป่าเถื่อน"[4]
    ในคำวิจารณ์ของโรเบิร์ต คริสต์เกาอธิบายไว้ว่า "มันก็คือวัฒนธรรมย่อยอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธการเมื อง ความสมบูรณ์แบบ และ นิทานปรัมปรางี่เง่าของพวกฮิปปี้"[5] ในทางตรงกันข้ามแพตติ สมิธเอ่ยในรายการสารคดี 25 ปีของพังค์ว่า "พังค์และฮิปปี้มีจุดร่วมเหมือนกันคือ ต่อต้านร็อกแอนด์โรล ในบางครั้งก็ปฏิเสธไม่เฉพาะร็อกกระแสหลักและวัฒนธรรม "[6] ในปี 1977 เมื่อพังค์ในก้าวสู่กระแสหลักในสหราชอาณาจักร ถูกเรียกว่า "ปีศูนย์" (Year Zero) [7] การหวนสู่ความหลังถูกทิ้งไป แต่ได้รับแนวความคิดแบบไร้จริยธรรมเข้าไป โดยวงเซ็กซ์ พิสทอลส์มีคำขวัญว่า "ไร้อนาคต" (No Future) [8]
    วงพังค์มักเลียนแบบโครงสร้างดนตรีที่เปลือยเปล่าและก ารเรียบเรียงดนตรีของดนตรีแนวการาจร็อก ในช่วงทศวรรรษที่ 60[9] นิตยสารพังค์ ไซด์เบิร์นส ในปี 1976 ได้ล้อเลียนโดยภาพวาด 3 คอร์ด มีคำอธิบายว่า "นี่คือคอร์ด นี่อีกคอร์ด และนี่คอร์ดที่สาม ตอนนี้ฟอร์มวงได้แล้ว"[10]
    เครื่องดนตรีจะประกอบด้วย กีตาร์ไฟฟ้า 1 หรือ 2 ตัว ,เบสไฟฟ้า,ชุดกลอง ในช่วงแรกพังค์ร็อกดูสับสน จอห์น โฮล์มสตรอม กล่าวว่า "พังค์คือร็อกแอนด์โรลในสายตาคนที่ไม่รู้เรื่องดนตรี มากนัก แต่รู้สึกได้ถึงความต้องการที่จะปลดปล่อยตัวเองในดนต รี"[11] การร้องของพังค์บางครั้งฟังเหมือนเสียงขึ้นจมูก และบ่อยครั้งที่จะตะโกนแทนที่จะร้อง ความซับซ้อนของกีตาร์บ่งบอกถึงความหลงผิดในตัวเอง[12]
    เบสกีตาร์มักจะเป็นพื้นฐานทั่วไปโดยมีส่วนช่วยพยุงเม โลดี้ของเพลง มีมือเบสวงพังค์บางวงอย่าง ไมค์ วัตต์ และ ฌอง-แจ็คส์ เบอร์เนล แห่งวงเดอะ สเตรนเจอร์ส จะเน้นเบสขึ้นมา มือเบสหลายๆวงมักใช้ปิ๊กมากกว่าการใช้นิ้วเนื่องจากค วามรวดเร็วต่อเนื่องของโน้ต กลองโดยทั่วไปจะหนักและดูแห้ง จะมีการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เพลงพังค์มักมีความยาวระหว่าง 2 ถึง 2 นาทีครึ่ง มีบางเพลงมีความยาวน้อยกว่า 1 นาทีก็มี เพลงพังค์ในช่วงแรกรับอิทธิพลจากร็อกแอนด์โรลคือมีท่ อนประสานเสียง อย่างไรก็ตามวงพังค์รุ่นใหม่อาจรวมแนวเพลง โพสต์-พังค์ และ ฮาร์ดคอร์พังค์ จะไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าว ฮาร์ดคอร์พังค์ กลองจะเร็วขึ้น เนื้อเพลงจะกึ่งตะโกน เสียงกีตาร์ฟังดูก้าวร้าว[13]
    ภาคเนื้อร้องโดยทั่วไปจะเป็นการพูดกันตรงๆ โดยจะวิจารณ์สังคมการเมือง[14] เช่นเพลง "Career Opportunities" ของวงเดอะ แคลช,"Right to Work" ของวงเชลซี เป็นต้น ยังมีเพลงที่มีเนื้อหาตึงเครียดในลักษณะต่อต้านความร ัก พรรณาถึงความสัมพันธ์ของชายหญิงและเรื่องเพศสัมพันธ์ อย่างเพลง "Love Comes in Spurts" ของวง เดอะวอยดอยด์ส
    วี. เวลกล่าวว่า "พังค์เป็นนักปฏิวัติวัฒนธรรม เผชิญหน้ากับความมืดของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พวกอนุรักษ์นิยม ข้อห้ามทางเพศ ได้ขุดในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนออกมาโดยคนรุ่นใ หม่อย่างสมบูรณ์"[15]
    รูปแบบการแต่งกายของชาวพังค์ พวกเขาใส่ที-เชิร์ต สวมแจ็คเก็ตมอเตอร์ไซค์ กางเกงยีนส์ เป็นการยกย่องอเมริกันกรีซเซอร์ในยุคทศวรรษที่ 50 ในยุคทศวรรษที่ 80 การสักและการเจาะได้รับความนิยมในหมู่นักดนตรีพังค์แ ละแฟนเพลง

    ยุคก่อนพังค์ร็อก

    การาจร็อกและม็อด

    ในช่วงต้นและกลางยุคทศวรรษที่ 60 วงดนตรีการาจร็อก ได้ยอมรับว่าเป็นต้นกำเนิดของดนตรีพังค์ เริ่มต้นในหลายๆที่ทางอเมริกาเหนือ วงเดอะ คิงส์เม็น การาจร็อกจากพอร์ทแลนด์ โอรีกอน ได้เปิดตัวด้วยเพลงดัง "Louie, Louie" เพลงเก่าที่นำมาทำใหม่ในรูปแบบพังค์ร็อก[16]
    รูปแบบซาวนด์ที่น้อยของวงการาจร็อกหลายๆวงได้รับอิทธ ิพลมาจาก วงเดอะ คิงค์ส กับเพลงดัง "You Really Got Me" และ "All Day and All of the Night" ในปี 1964 ได้ถูกบรรยายว่าเป็นต้นแบบของเพลง 3 คอร์ด ของวงเดอะ ราโมนส์ในปี 1978 กับเพลง 'I Don't Want You'[17]
    วงเดอะ ฮูกับเพลง "My Generation" ก็ได้อิทธิพลมาจากวง เดอะ คิงค์ส[18] ซึ่งวงเดอะ ฮูและ เดอะ สมอลล์ เฟสเซส เป็นวงร็อกยุคก่อนหน้าที่เป็นที่รู้ดีกันว่ามีอิทธิพ ลให้กับวง เซ็กซ์ พิสทอลส์[19] ในปี 1966 ม็อดได้ลดความนิยมในสหรัฐอเมริกาไป การาจร็อกในอเมริกาเสื่อมความนิยมไปในไม่กี่ปี แต่แนวดนตรีใหม่ที่มาแทนคือ การาจ ซิช (garage psych) เช่นวง เดอะ ซีด ที่ต่อมาเป็นที่รู้จักในแนว โพรโตพังค์

    โปรโตพังค์

    ในปี ค.ศ. 1969 มีวงจากมิชิแกน 2 วงได้ออกอัลบั้มแนวโปรโตพังค์ ถือได้ว่ามิชิแกนมีความเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางของโปร โตพังค์ ต่อมาวง MC5 จากดีทรอยต์ ออกอัลบั้ม Kick Out the Jams "ทางวงได้ตั้งใจให้ออกมาหยาบและดิบ" เขียนโดยนิตยสารโรลลิ่ง สโตนโดย เลสเตอร์ แบงส์ "เพลงส่วนใหญ่จะค่อนข้างไม่แตกต่างกันเลย เพลงมีโครงสร้าง 2 คอร์ดแบบดิบๆ คุณจะเคยได้ยินมาก่อนกับวงอย่าง ซีดส์ ,บลู เชียร์,เควสชัน มาร์ค แอนด์ เดอะ มิสทีเรียนส์ และ เดอะ คิงส์เม็น ความแตกต่างคือ การหลอกลวง โดยปกปิดบางส่วนของความซ้ำซากด้วยเสียงที่น่าเกลียด ในท่อน "I Want You Right Now" ฟังดูเหมือนเพลง "I Want You" ของวงเดอะ ทร็อกส์"[20]
    ฤดูร้อนในปีนั้น วงเดอะ สตูกส์ ได้ออกอัลบั้มแรกโดยมีอิกกี้ ป็อป เป็นนักร้องนำ อัลบั้มนี้โปรดิวซ์โดย จอห์น เคล อดีตสมาชิกวงร็อก เดอะ เวลเว็ต อันเดอร์กราวนด์ อัลบั้มนี้เป็นแรงบันดาลใจไม่ทางตรงก็ทางอ้อมให้กับก ารเกิดของดนตรีพังค์[21]
    ทางฝั่งตะวันออก วงนิวยอร์กดอลส์ ได้ถือกำเนิดแฟชั่นร็อกแอนด์โรลแบบดุร้าย ที่ต่อมารู้จักกันในนามของ แกลมพังค์ (glam punk)[22] ในโอไฮโอ วงร็อกอันเดอร์กราวนด์ได้ปรากฏออกมา นำโดย เดโว, เดอะ อีเลทริค อีลส์ และ ร็อกเก็ต ฟอร์ม เดอะ ทูมบส์ ในลอนดอน ดนตรีร็อกได้กลับคืนสู่สามัญ และได้ปูพื้นให้นักดนตรีหลายคนสู่วงการเพลงพังค์เช่น วงเดอะ สเตรนเจอร์ส,ค็อค สปาร์เรอร์ และ โจ สตรัมเมอร์ ซึ่งต่อมาคือสมาชิกวงเดอะ แคลช[23]
    ในออสเตรเลีย วงการาจร็อกรุ่นใหม่หลายวงได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับ เดอะ สตูกส์ และ MC5 ที่มีซาวน์ดนตรีที่ใกล้เคียงกับความเป็นพังค์ที่สุด ในบริสเบน วงเดอะ เซนตส์ ได้เล่นเพลงดิบๆแบบอังกฤษ และได้ทัวร์ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 1965[24] สถานีวิทยุเบิร์ดแมนได้เล่นเพลงการแสดงสดเล็กๆนี้ด้ว ย แต่ความคลั่งไคล้ได้ตามมาถึงซิดนีย์


    ที่มาของคำว่าพังค์

    ก่อนกลางทศวรรษที่ 70 คำว่าพังค์ เป็นคำเก่าแก่ที่มีความหมายคลุมเครือ มักใช้อธิบายถึงผู้ชายหากิน พวกนักเลงอันธพาล นักเลงหัวไม้[25] เลคส์ แม็คนีลอธิบายว่า "เมื่อคุณดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวการตามล่าคนร้ายของต ำรวจ เวลาตำรวจจับผู้ร้าย พวกเค้ามักจะพูดว่า 'you dirty Punk' ถ้าครูเรียกคุณอย่างนั้นก็หมายความว่า คุณต่ำที่สุด"[26] ความหมายของคำว่าพังค์ชัดเจนขึ้นโดย นักวิจารณ์เพลงร็อก เดฟ มาร์ชในปี 1970 เมื่อเขาได้อธิบายลักษณะดนตรีและทัศนคติของวงเควสชัน มาร์ค แอนด์ เดอะ มิสทีเรียนส์ [27] เดือน มิถุนายน 1972 นิตยสารแฟลชได้จัดอันดับ "เพลงพังค์สิบอันดับ" แห่งทศวรรษที่ 60[28]
    ในปี 1975 พังค์ได้ใช้อธิบายถึงการกระทำหลายๆอย่างของวง แพตติ สมิธ กรุ๊ป ,เดอะ เบย์ ซิตี้ โรลเลอร์ส และ บรู๊ซ สปริงสทีน[29] ที่นิวยอร์ก คลับ CBGB คลับที่หาแนวเพลงใหม่ๆ เจ้าของคลับคือ ฮิลลี คริสตัล ส่วนจอห์น โฮล์มสตรอมได้ให้เครดิต นิตยสารอควาเรียนเกี่ยวกับพังค์ว่า "เป็นการอธิบายว่าอะไรเกิดขึ้นใน CBGB บ้าง"[30] ซึ่งต่อมา โฮล์มสตรอมร่วมกับ แม็คนีล และ เก็ด ดันน์ ทำนิตยสารที่ชื่อว่า "พังค์" เปิดตัวปลายปี 1975 ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของคำว่าพังค์[31] โฮล์มสตรอมกล่าวว่า "มันเป็นอะไรที่ดีที่คำนี้มันดังขึ้นมา เราคิดคำนี้ได้ก่อนที่ใครจะคิดได้ เราต้องการขจัดร็อกแอนด์โรลงี่เง่าออกไป สิ่งที่เราต้องการคือความสนุกและน่าตื่นเต้น"[32]

    ประวัติ

    นิวยอร์ก

    คลับ CBGB ในนิวยอร์กต้นกำเนิดของนิวยอร์กดพังค์สามารถสืบต้นตอ ไปถึงปลายยุคทวรรษที่ 60 กับวัฒนธรรมขยะ และ ต้นยุคทวรรษที่ 70 กับการเคลื่อนไหวของอันเดอร์กราวนด์ร็อก มีจุดศูนย์กลางอยู่แถว เมอร์เซอร์ อาร์ทส เซ็นเตอร์ ใน กรีนิช วิลเลจที่ที่ นิวยอร์ก ดอลส์ได้แสดง[33] ในปี 1974 CBGB ได้กลายเป็นสถานที่ประจำของวงดนตรีที่เล่นเพลงเสียงด ังๆ และดนตรีที่ซับซ้อน ริชาร์ด เฮลล์ได้ริเริ่มรูปแบบการแต่งตัวแบบ แจ็คเก็ตหนัง เสื้อทีเชิร์ตขาดๆ กางเกงขาสั้น ทรงผมที่ดูสกปรก[34]
    ต้นปี 1975 เฮลล์ได้เขียนเพลง "Blank Generation" โดยได้บันทึกเสียงกับวงใหม่ เดอะ วอยดอยด์ส ที่ออกวางขายในปี 1976[35] เดือน สิงหาคม 1975 บลอนดีย์ได้ออกซิงเกิ้ล "Little Johnny Jewel" คำวิจารณ์ของ จอห์น วอล์กเกอร์อธิบายว่า "นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของเพลงในนิวยอร์ก"[36] อีกคนนึงที่เล่นประจำที่คลับนี้คือ แพตติ สมิธ ที่ได้พัฒนาในรูปแบบของผู้หญิง อัลบั้มแรกคืออัลบั้ม Horses ที่โปรดิวซ์โดย จอห์น เคล ออกวางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 1975[37]
    ไซร์ เรคคอร์ดส ได้ออกแผ่นแรกกับ เดอะ ราโมนส์ ซิงเกิ้ล "Blitzkrieg Bop" ถือเป็นการเปิดตัวของพังค์อย่างเป็นทางการ ออกวางขายช่วงเดือนธันวาคม[38] และมีนิตยสารใหม่ๆเกิดขึ้นพร้อมกับศิลปินอย่าง เวลเว็ต อันเดอร์กราวนด์ ,เดอะ สตูกส์ และ นิวยอร์ก ดอลลส์ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ CBGB และ แม็กซ์ แคนซัส ซิตี้ มีศิลปินเช่น เดอะ ราโมนส์ ,เทเลวิชัน,เดอะ ฮาร์ทเบรกเกอร์ส,แพตติ สมิธ,บลอนดีย์,ทอล์กกิง เฮดส์ และอื่นๆ[39] คำว่าพังค์เริ่มเป็นที่รู้จักทั่วไป ริชาร์ด เฮลล์ได้ริเริ่มลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมา

    สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย

    หลังจากที่ได้ทำงานจัดการกับวงนิวยอร์ก ดอลส์ ในระยะเวลาสั้นๆ มาลคอล์ม แม็คลาเรน ได้กลับมาลอนดอนเดือนพฤษภาคม 1975 เขาได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่เขาเห็นใน CBGB โดยเขาได้เปิดร้าน SEX ร้านเสื้อผ้าที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น ขายเสื้อผ้าขาดๆ เครื่องห้อยต่างๆ ชุดหนังต่างๆ โดยต่อมาได้รับความนิยมในหมู่พังค์[41] เขาก็ได้มีส่วนร่วมกับวง เดอะ สแวงเกอร์ส ที่ต่อมาคือวง เซ็กซ์ พิสทอลส์
    4 กรกฎาคม ค.ศ. 1976 วงเดอะ ราโมนส์และเดอะ สเตรนเจอร์ส ได้เปิดคอนเสิร์ตที่ราวด์เฮาส์ในลอนดอน โดยมีผู้ชมร่วม 2 พันคน[42] คืนต่อๆมา สมาชิกวงเซ็กซ์ พิสทอลส์ และเดอะ แคลช ได้ร่วมคอนเสิร์ตกับวงเดอะ ราโมนส์[43] คอนเสิร์ตเหล่านี้เป็นจุดสำคัญของวงการพังค์ร็อกในอั งกฤษที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น[44] หลายเดือนผ่านไปมีวงพังค์เกิดขึ้นอีกหลายวง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวงเซ็กซ์ พิสทอลส์[45] ในลอนดอนได้เกิดวงอย่าง เดอะ แดมน์ด,เดอะ ไวเบรเตอร์ส,เดอะ สลิตส์ ,เอ็กซ์-เรย์ สเป็กซ์ ,ซุสซีย์ แอนด์ เดอะ บานชีส์,อีทเตอร์, เดอะ ซับเวอร์วีฟส์ ,เดอะ แอดเวิร์ตส์, และในเชลซีมีวงเกิดอย่าง เจเนอเนอเรชัน เอ็กซ์ และวง แชม69 ก็เริ่มต้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง เฮอร์แชม ส่วนในแมนเชสเตอร์ เกิดวงอย่าง เดอะ บัซค็อกส์ ที่ต่อมาคือวง วอร์ซอว์ และจอย ดิวิชัน ที่หลายๆที่ในอังกฤษ วงเหล่านี้ได้ทดลองดนตรีทดลอง และมีหลายวงอย่าง เดอะ แจม ,ค็อก สปาร์เรอร์ ก็ได้ลองมาสู่กระแสพังค์
    คลินตัน เฮย์ลิน นักเขียนคอลัมน์ร็อกได้อธิบายไว้ว่า "วงแกล็มเหล่านี้ได้รับอิทธิพลของวัยรุ่นต้นยุคทศวรร ษที่ 70 อย่าง ที.เร็กซ์,สเลด และ ร็อกซี มิวสิก[46]
    ในขณะที่พังค์ได้เข้าถึงสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับวงการใต้ดินในออสเตรเลีย
    กลับมาสู่ที่อังกฤษ เพลง "Anarchy in the U.K. " โดยเซ็กซ์ พิสทอลส์ ขึ้นชาร์ทในเดือน กันยายน 1976 และวงเดอะ เซนต์ เป็นวงพังค์วงแรกที่ไม่ใช่วงจากอเมริกาที่ออกขายซิงเ กิ้ล คือเพลง "(I'm) Stranded"[47] ทางฝั่งออสเตรเลีย ที่เพิร์ธ วงพังค์อย่าง ชีพ นาสตีส์ได้เริ่มฟอร์มวง
    เดอะ แดมน์ด เป็นวงพังค์จากอังกฤษวงแรกที่ออกซิงเกิ้ลโดยออกเพลง "New Rose"[48] ต่อมาเซ็กซ์ พิสทอลส์ ,เดอะ แคลช,เดอะ แดมน์ด และ เดอะ ฮาร์ทเบรกเกอร์ส ได้รวมกันออกทัวร์ที่ชื่อว่า Anarchy Tour แสดงคอนเสิร์ตทั่วสหราชอาณาจักร โดยหลายที่ในทัวร์ถูกยกเลิกไปเนื่องจากสื่อได้วิจารณ ์ในแง่ร้าย[49]

    คลื่นลูกถัดไป

    วงมิสฟิตส์ ในปี 1979ในขณะที่กระแสพังค์ร็อกได้แพร่ขยายอย่างรวดเร็วใ นสหราชอาณาจักรตั้งแต่ช่วงปี 1976 โดยในปี 1977 วงรุ่นใหม่ได้รับความนิยมทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ แคนาดา กระแสนิยมอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ มีการจัดการอย่างกระตือรือร้นโดย เจ้าของคลับ ผู้จัดคอนเสิร์ต ในสถานที่ต่างๆอย่าง โรงเรียน โรงรถ โกดังเก็บของ มีการโฆษณาโดยใช้ใบปลิว ใบปิด นิตยสารสำหรับแฟนเพลง เป็นลักษณะแบบ D.I.Y (do-it-yourself) ซึ่งต่อต้านการค้าแบบธุรกิจ[50]
    ความแพร่หลายของแคลิฟอร์เนียพังค์เริ่มขึ้นและพัฒนาใ นช่วงต้นปี 1976 มีวงอย่าง เดอะ เวียโดส,เดอะ ดิลส์, เดอะ สครีเมอร์ส, เดอะ ดิกกีส์,เอ็กซ์, เดอะ โก-โกส์, เดอะ ซีโรส์ และ เดอะ แบกส์ ในแคลิฟอร์เนีย[51] และพังค์ได้เติบโตในซานฟรานซิสโก ,วอชิงตัน ดีซี ส่วนในนิวยอร์กที่ที่เป็นต้นกำเนิดของพังค์ มีความนิยมในแนวย่อยใหม่อย่าง "โนเวฟ" แต่วงดั้งเดิมอย่าง เดอะ ราโมนส์ ก็คงยังเล่นอยู่ ในนิวเจอร์ซี วงมิสฟิตส์ ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงนั้น โดยในปี 1978 ได้พัฒนาแนวทางจนเป็นที่รู้จักกันในแนว ฮอร์เรอร์พังค์ ในแคนาดา ได้กำเนิดวงพังค์อีกมากมาย เช่น เดอะ ดีมิกซ์ ,เดอะ โกเวอร์เมน เป็นต้น
    ในช่วงปี 1978-79 ฮาร์ดคอร์พังค์ได้เกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียใต้และวอชิง ตัน ดีซี ฮาร์คอร์พังค์มีลักษณะดนตรีแบบใหม่ที่ดูวัยรุ่นกว่า นิยมในหมู่ชานเมือง ต่อต้านพวกปัญญาชน และรุนแรงยิ่งกว่า ในลอสแองเจลิส พังค์เป็นที่รู้จักในชื่อ ฮอลลีวูดพังค์ และ บีชพังค์ โดยเป็นที่นิยมในแถบเซาธ์เบย์ และ ออเรนจ์ เคาน์ตี[52] และด้วยความโดนเด่นของฮาร์ดคอร์พังค์ วงแคลิฟอร์เนียพังค์เริ่มที่จะกลับมาทำฮาร์ดคอร์พังค ์ เช่นวงเดอะ โก-โกส์ และ เอ็กซ์ ซึ่งประสบความสำเร็จในกระแสหลัก[53]
    พังค์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกระแสเพลงใต้ดิน ในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียในช่วงยุคทศวรรษที่ 70 ในสหราชอาณาจักรพังค์ในอังกฤษมีความหลากหลายมากขึ้น และเข้าสู่กระแสหลัก[54] วงเดอะ แคลชกับอัลบั้มแรก สามารถขึ้นชาร์ทอันดับที่ 12 ในเดือนพฤษภาคม 1977 วงเซ็กซ์ พิสทอลส์ มีซิงเกิ้ลฮิตอันดับ 2 คือเพลง God Save the Queen และมีวงหลายๆวงเกิดขึ้น ในชื่อที่เป็นที่รู้จักในแนว "สตรีทพังค์" ความหลากหลายของเพลงขยายไปมากขึ้นโดยมีการใช้เครื่อง ดนตรีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น วงรุ่นใหม่หลายๆวงใช้เครื่องสังเคราะห์เสียง[55] วงเดอะ แคลชได้นำเพลง Police and Thieves มาทำใหม่ในสไตล์จาไมกา เร้กเก้[56] ส่วนวงยุคแรกๆอย่าง เดอ สลิตส์ และ เดอะ โพลิส ได้ทำเพลงผสมพังค์ในสไตล์เร้กเก้และสกา เป็นเพลงรูปแบบใหม่ ในชือแนว "ทู โทน" อย่างเช่นวง เดอะ สเปเชียลส์,เดอะ บีท ,แมดเนสส์ เป็นต้น[57]
    ในเยอรมณีตะวันตก วงไอดีล,เอ็กซ์ตรบรีต และ นีนา ได้รับความนิยมในเพลงกระแสหลัก ส่วนในฝรั่งเศส ศิลปินแนวพรี-พังค์อย่าง ลู รีดได้เรียกตัวเองว่า les punk[58] พังค์ยังได้รับความนิยมในประเทศอื่นๆอย่าง เบลเยียม ,เนเธอร์แลนด์,ญี่ปุ่น,สวิตเซอร์แลนด์ และ สวีเดน

    ความหลากหลายของพังค์

    ในช่วงปลายยุคทศวรรษที่ 70 ดนตรีพังคได้แตกแยกแขนง ไปหลากหลายทิศทาง โดยได้ผสมผสานความเป็นศิลปะ ของกลุ่มคนชั้นกลางผู้ต้องการความแตกต่าง และกลุ่มคนชั้นแรงงาน[59] นี่เป็นที่มาของเพลงแนว นิวเวฟ และ โพสต์-พังค์ โดยหลายวงได้ทำการทดลองแนวดนตรีไปในทิศทางอื่น เช่นแนว ฮาร์ดคอร์พังค์ และ Oi! และ อะนาร์โค-พังค์ ในบขณะที่ ป็อปพังค์มีคนเคยกล่าวว่า เป็นการรวมระหว่างแอ็บบ้า กับ เซ็กซ์ พิสทอลส์[60]
    ความหลายหลายได้เกิดขึ้น หลายๆแนวเริ่มรวมกันกับแนวอื่น อย่างเช่นวงเดอะ แคลชในอัลบั้ม London Calling ได้รวมเร้กเก้ สกา อาร์แอนด์บี ร็อกอะบิลิตี้ กับพังค์ ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดอัลบั้มหนึ่งก็ว่าไ ด้[61]

    นิวเวฟ

    นิวเวฟเป็นแนวเพลงย่อยของพังค์แรกๆ ในช่วงนั้นวงอย่าง ทอล์กกิง เฮดส์,บลอนดีย์,เดโว และ เดอะ โพลิซ ได้ทำให้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเพลงมีจังหวะที่สามารถเต้นรำได้ ทางภาคโปรดักชันที่ดูสละสลวยขึ้นกว่าพังค์ ทำให้เรียกว่า นิวเวฟ โดยมีองค์ประกอบของพังค์ยุคเริ่มแรกอยู่และแฟชั่น บวกความเป็นป็อปเข้าไปและดูอันตรายน้อยลง ตัวอย่างวงนิวเวฟเช่น เดอะ คาร์ส และ เอลวิส คอสเตลโลที่ได้รับความนิยมทั้งอังกฤษและอเมริกา
    ดนตรีนิวเวฟได้เข้าสู่แนวดนตรีกระแสหลัก มีพังค์เป็นต้นแบบ มีการรวมแนวเพลงอย่าง ทูโทนสกา เป็นต้น ต่อมากระแสเพลงแนวนิวโรแมนติกได้รับความนิยม เช่นวง ดูแรน ดูแรน และวงซินธ์ป็อปอย่าง ดีเพเช โมด ดนตรีนิวเวฟกลายเป็นวัฒนธรรมป็อปและการเกิดของสถานีโ ทรทัศน์ทางดนตรีช่อง เอ็มทีวี ในปี 1981 ที่ได้เล่นเพลงประเภทนิวเวฟอยู่[62]

    โพสต์-พังค์

    จอย ดิวิชัน วงแนวโพสต์-พังค์ในสหราชอาณาจักรแนวโพสต์-พังค์ ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง มีวงอย่าง เดอะ ฟอลล์ ,จอย ดิวิชัน,แกงก์ ออฟ โฟร์ เป็นต้น มีบางวงอย่าง ซุสซีย์ แอนด์ เดอะ บานชีส์ และ เดอะ สลิทตส์ได้แปลจากวงพังค์เป็นวงโพสต์-พังค์ ทางด้านดนตรีมักจะเป็นดนตรีทดลอง เหมือนวงแนวนิวเวฟ ลักษณะแนวเพลงนิวเวฟจะมีลักษณะไม่ค่อยจะเป็นเพลงป็อป ดูหม่นๆ ดูกัดกร่อน ในบางครั้งจะไม่มีท่วงทำนอง และได้รับอิทธิพลจากดนตรีอาร์ทร็อกอย่าง แคปเทน บีฟฮาร์ท และ เดวิด โบวี เป็นต้น ในทางเนื้อเพลงจะเป็นการเขียนเนื้อเพลงแบบใหม่[63]
    วงอย่าง นิว ออร์เดอร์ และ ยูทู ที่ดังข้ามไปฝั่งอเมริกาสู่กระแสหลัก แต่บางวงก็ดังในกลุ่มเล็กอย่าง แกงก์ ออฟ โฟร์ และ เดอะ เรนโคทส์ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีแนวเพลงได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในว ัฒนธรรมเพลงป็อปด้วย[64]

    ฮาร์ดคอร์พังค์

    ฮาร์ดคอร์พังค์มีลักษณะถึงความเร็ว จังหวะที่ก้าวร้าว และมักพูดถึงเรื่องการเมือง ถูกพัฒนาช่วงปลายทศวรรษที่ 70 ในสหรัฐอเมิรกา นักเขียนชื่อ สตีเวน บลุช กล่าวว่า "ฮาร์ดคอร์พังค์เริ่มมาจากแถบชานเมืองอันเงียบเหงาใน อเมริกา ผู้ปกครองที่ได้ย้ายเด็กออกจากเมืองใหญ่สู่ชานเมืองน ี้ ได้ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของเมืองและก็สุดท้ายก็จ บลงด้วยปีศาจพันธุ์ใหม่นี้"[65]
    ฮาร์ดคอร์พังค์เกิดขึ้นแถบทางใต้ของแคลิฟอรืเนียในช่ วงปี 1978–79 ตามมาด้วยวอชิงตัน ดีซี และแพร่ขยายไปทั่วอเมริกาเหนือและทั่วโลก[66]
    ในช่วงแรกวงแรกๆมี แบล็ค แฟลก และ มิดเดิล คลาส ,แบด เบรนส์ และ ทีน ไอดอลส์ ก็ได้เกิดขึ้นแทบ วอชิงตัน ดีซี[67] วงบางวงอย่าง เดด เคนเนดีส์ได้เปลี่ยนมาเป็นฮาร์ดคอร์พังค์ ส่วนในนิวยอร์กแนวนี้เริ่มเกิดขึ้นในปี 1981 โดยการนำอย่างวง แอกนอสติก ฟรอนต์,เดอะ โคร-แม็กส์,เมอร์ฟีส์ ลอว์ และ ยูธ ออฟ ทูเดย์[68]

    Oi!

    ปกอัลบั้มวงเดอะ โฟร์-สกินส์ ชุด The Good, The Bad & The 4-Skinsตามกระแสวงพังค์ยุคแรกในสหราชอาณาจักร อย่างวง ค็อค สปาร์เรอร์และ แชม69 ในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 คลื่นลูกต่อมาอย่าง ค็อคนีย์ รีเจคส์ ,แอนเจลิก อับสตาร์ทส์ ,เดอะ เอ็กซ์พลอยด์ และ เดอะ โฟร์-สกินส์ ได้หาสิ่งใหม่ๆ ให้กับชนชั้นกรรมาชีพ[70]
    วงเหล่นี้มักเรียกว่า รีลพังค์ หรือ สตรีทพังค์ แกรี บัชเชล ได้อธิบายแนวเพลง Oi! ว่า "แนวนี้ได้มาจากวง เดอะ ค็อคนีย์ รีเจคส์ ที่มักจะตะโกนว่า "Oi! Oi! Oi!" ก่อนที่จะเล่นเพลง แทนที่คำว่า "1,2,3,4!"[71] ส่วนเนื้อเพลงจะสะท้อนให้เห็นความแข็งกร้าว หยาบคาย แสดงสภาพความเป็นจริงในยุคมาร์กาเร็ต แธ็ตเชอร์ ในสหราชอาณาจักรช่วงปลายทศวรรษที่ 70 ถึงต้นทศวรรษที่ 80
    กระแสของ Oi! ถูกกระตุ้นโดยกระแสพังค์ในช่วงนั้น สตีฟ เคนต์นักกีตาร์มืออาชีพกล่าวว่า "พวกเด็กมหาวิทยาลัยมักจะใช้คำยาวๆ ในการแต่งเพลง และพยายามทำตัวเองให้เป็นศิลปิน"[72] ข้อบัญญัติอย่างนึงของ Oi!คือ ต้องไม่เสแสร้งและเข้าถึงได้ และ Oi! คือความเป็นจริงของพังค์ ที่ที่วงพวกนี้ได้เกิดขึ้น มันโหดร้ายและก้าวร้าวมาก[73]
    วง Oi! ในช่วงแรกจะไม่สนใจเรื่องการเมือง อย่างไรก็ตาม วง Oi! หลายวงเริ่มที่จะสนใจสกินเฮดแบบนาซี ถึงแม้วงหลายวงจะไม่ได้สนับสนุนนาซีก็ตาม บางครั้งกลุ่มสกินเฮดที่เหยียดสีผิวจะเข้ามาขัดขวางก ารแสดงคอนเสิร์ตของพวก Oi! โดยจะตะโกนคำขวัญของลัทธิฟาสซิสท์ และพยายามก่อความวุ่นวาย วง Oi! หลายวงได้ต่อต้านกับแฟนๆการเข้าถึงของกลุ่มคนชั้นกลา ง[74]
    เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 ในคอนเสิร์ตในเซาธ์ฮอล ที่มีวงอย่าง เดอะ บีซิเนส,เดอะ โฟร์-สกินส์ และ เดอะ ลาสต์ รีสอร์ต ถูกรอบวางระเบิดโดยกลุ่มเด็กวัยรุ่นชาวเอเชีย เพราะความเข้าใจผิดว่าเป็นงานของนีโอนาซี[75] หลังจากนั้นสื่อมวลชนได้ลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั ้งนี้เกี่ยวกับความถูกต้อง และเพลงแนว Oi! ก็ได้ลดความนิยมไป[76]

    อะนาร์โค-พังค์

    อะนาร์โค-พังค์ (Anarcho-Punk) มาจากคำสอง คือ อนาธิปไตย (Anarchism)(อนาธิปไตยหมายถึงแนวคิดการเมืองแบบไร้ผู ้นำ) และ พังค์ (Punk)เป็นแนวดนตรีที่สร้างงานดนตรีโดยเสนอเนื้อหาเช ิง อนาธิปไตย ซึ่งจริง ๆ แนวพังค์ร็อกก็เป็นแนวที่ต่อต้านระบอบแบบแผน และต่อต้านสังคมอนุรักษ์นิยมอยู่แล้ว[77]
    อะนาร์โค-พังค์ได้พัฒนาไปพร้อมกับ Oi! และกระแสอเมริกันฮาร์ดคอร์ ด้วยรูปแบบดนตรีพังค์ดั้งเดิม ตรงไปตรงมามาก (การใช้คอร์ดน้อย เมโลดี้เรียบ ๆ ในแบบพังค์) และการร้องแบบตะโกนโวยวาย เช่นวงอย่าง คราส, ซับฮิวเมนส์,ฟลักซ์ ออฟ พิงค์ อินเดียนส์,คอนฟลิกต์,พอยสัน เกิร์ลส์ และ อะพอสเติลส์ พยายามที่จะเปลี่ยนพังค์ร็อกที่ใส่แนวคิดทางด้านอนาธ ิปไตยเข้าไป[78]
    อะนาร์โค-พังค์ในยุคเริ่มนั้นเป็นการแสดงตัวตนและได้แสดงศิลปะ อย่างชัดเจนนอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนสโลแกน "DIY not EMI" (DIY = Do It Yourself) อันเป็นเหมือนการปฏิเสธค่ายใหญ่ และแสดงออกทางจุดยืนในการต่อต้านระบบทุนไปในตัว โดยอาศัยเครือข่ายและระบบความสัมพันธ์เป็นหลักในการเ ผยแพร่งาน อะนาร์โค-พังค์ได้แพร่ขยายไปยังแนวพังค์ย่อยแนวอื่น อย่าง พอยสัน เกิร์ลส,คอนฟลิกต์ พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นแนวฮาร์ดคอร์พังค์[77]

    ป็อปพังค์

    ด้วยความรักในวงเดอะ บีช บอยส์ และแนวบับเบิ้ลกัมป็อปในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 วงเดอะ ราโมนส์ได้ปูทางไว้ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ ป็อปพังค์[79] ในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 วงจากสหราชอาณาจักรอย่าง บัซค็อกส์ และ ดิ อันเดอร์โทนส์ ได้รวมแนวเพลงป็อปเข้ากับเนื้อเพลงแบบพังค์ทีดูรวดเร ็วและยุ่งเหยิง[80]
    ช่วงต้นยุคทศวรรษที่ 80 วงฮาร์ดคอร์ร็อกแนวหน้าแถบแคลิฟอร์เนียใต้ได้ย้ำโดยท ำเมโลดี้ที่สละสลวยมากขึ้นกว่าทั่วไป เอพิแทฟเรคคอร์ดสได้ค้นพบสมาชิกวงแบด รีลิเจียน ซึ่งต่อมาเป็นรากฐานให้กับวงป็อปพังค์หลายๆวง รวมถึง โนเอฟเอ็กซ์ ที่ได้รับอิทธิพลจากสกา และจังหวะของสเก็ตพังค์ ส่วนวงที่เชื่อมพังค์ร็อกด้วยเมโลดี้แบบป็อป เช่นวงเดอะ เควียร์ และ สครีชชิง วีเซล ได้กระจายทั่วประเทศ วงอย่างกรีน เดย์ ได้นำกระแสป็อปพังค์สู่กระแสหลัก และมีวงอย่างเดอะ แวนดาลส์ และ กัตเตอร์เมาธ์ ได้พัฒนาโดยรวมเมโลดี้แบบป็อปกับความตลกขบขันและก้าว ร้าวด้วยกัน[81]


    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  7. #7
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    พังค์ยุคใหม่

    อัลเทอร์เนทีฟร็อก

    โซนิก ยูธในปี 2005วงพังค์ร็อกใต้ดินเกิดขึ้นมาด้วยนับไม่ถ้วน ทั้งเกิดขึ้นมาโดยซาวด์ดนตรีแบบพังค์และได้ประยุกต์ใ นเจตนารมณ์ของ DIY สู่ความแตกต่างหลากหลายของดนตรี จนกระทั่งต้นยุคทศวรรษที่ 80 วงในสหราชอาณาจักรอย่างนิว ออร์เดอร์ และ เดอะ เคียวร์ (The Cure) ได้พัฒนาดนตรีรูปแบบใหม่โดยยึดหลักจากแนวโพสต์พังค์แ ละนิวเวฟ ส่วนในอเมริกาวงอย่าง H?sker D? และวงที่ตามมาอย่าง เดอะ รีเพลซเม็นต์ส ได้เชื่อมช่องว่างระหว่างแนวพังค์อย่างฮาร์ดคอร์และด นตรีที่ตอนนั้นเรียกว่า คอลเลจร็อก[82]
    ในปี 1985 นิตยสารโรลลิ่งสโตนได้เขียนเกี่ยวกับวงอย่าง แบล็ค แฟล็ก,H?sker D?,มินิทเม็น และเดอะ รีเพลซเม็นต์ส ว่า "วงพังค์ดั้งเดิมได้ผ่านไปแล้ว วงพังค์ร็อกอเมริกันที่ดีที่สุดได้เข้ามาแทน พวกเขาได้รู้จักว่าการเล่นดนตรีเป็นอย่างไร และได้ค้นพบเมโลดี้ การโซโล่กีตาร์ และเนื้อเพลงที่มีอะไรมากไปกว่าการตะโกนคำขวัญทางการ เมือง"[83] โดยช่วงสิ้นสุดทศวรรษที่ 80 วงเหล่านี้ได้แปลเปลี่ยนมาเป็นอัลเทอร์เนทีฟร็อก โดยอัลเทอร์เนทีฟร็อกได้รวมความหลากหลายของสไตล์ อย่าง อินดี้ร็อก ,กอธิกร็อก,กรันจ์ และอื่นๆ ทำให้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยอยู่ในต้นแบบของพังค์ร็อกส ู่กระแสนิยมทางด้านดนตรี[84]
    วงอัลเทอร์เนทีฟอย่าง โซนิก ยูธ ที่ได้โตขึ้นจากแนวโนเวฟ และวงจากบอสตันอย่างพิกซี่ ได้เริ่มมีกลุ่มคนฟังที่กว้างขวางขึ้น[85] ในปี 1991 วงเนอร์วาน่าได้เกิดขึ้นในกระแสของเพลงแนวกรันจ์ และได้ประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจกับอัลบั้มที่ 2 ของพวกเขา Nevermind เนอร์วาน่าได้สดุดีว่าพังค์เป็นอิทธิพลสำคัญของดนตรี พวกเขา[86] เคิร์ท โคเบนนักร้องนำวงเนอร์วาน่าได้เขียนไว้ว่า "พังค์คือดนตรีที่อิสระ มันพูด กระทำ และเล่นในสิ่งที่คุณต้องการ"[87] การประสบความสำเร็จขอวงเนอร์วาน่าได้เป็นตัวกระตุ้นใ ห้กระแสอัลเทอร์เนทีฟร็อกดังขึ้นมา และได้เป็นส่วนหนึ่งของแนวดนตรีที่ได้รับความนิยมในท ศวรรษที่ 90 ด้วย[88]

    เควียร์คอร์และ riot grrrl

    ในทศวรรษที่ 90 วงพังค์บางวงมีสมาชิกเป็นเกย์ อย่างเช่น ฟิฟธ์ คอลัมน์,ก็อด อีส มาย โค-ไพล็อต,แพนซี ดิวิชัน,ทีม เดร็ช และ ซิสเตอร์ จอร์จ พวกเขาได้พัฒนาเพลงแนวเควียร์คอร์ ถึงแม้ว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากพังค์ แต่ก็แพร่ขยายไปในแนวดนตรีที่หลากหลาย อย่างฮาร์ดคอร์ ,อินดี้ร็อก,พาวเวอร์ป็อป,โนเวฟ,น็อยส์ ,เอ็กซ์เพอริเม็นทอล และ อินดัสเทรียล เนื้อเพลงของเควียร์คอร์ มักจะเกี่ยวกับ ความอคติ,อัตลักษณ์ทางเพศ,สิทธิส่วนบุคคล โดยอาจกล่าวทั้งในทางขบขันหรือกิริยาท่าทางที่จริงจั ง
    ในปี 1991 คอนเสิร์ต Love Rock Revolution Girl Style Now ที่จัดขึ้นในโอลิมเปีย,วอชิงตัน ได้ประกาศการเกิดขึ้นของเพลงแนว riot grrrl[89] ศิลปินที่มาร่วมงาน รวมถึงวงหลายวงที่มีผู้หญิงเป็นแกนนำอย่าง บิกินิ คิลล์,แบรตโมบายล์ และ เฮฟเวนส์ ทู เบ็ตซี
    นักร้องนำวงบิกินิ คิลล์ ชื่อแคธลีน ฮานนา เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเพลงแนว riot grrrl ซึ่งต่อมาได้เข้าทำงานในแนวอีเลคโทรอาร์ตพังค์กับวง เลอ ทิกร์ ส่วนมือกีตาร์วงเฮฟเวนส์ ทู เบ็ตซี ชื่อ โคริน ทักเกอร์ และ แคร์รีย์ บราวสไตน์ จากวง เอ็กซ์คิวส์ 17 ต่อมาทั้งคู่ได้ร่วมกันตั้งวงอินดี้ร็อก/พังค์ ชื่อ สลีทเทอร์-คินนีย์

    อีโม

    คำว่าอีโมได้เคยถูกอธิบายเป็นหนึ่งในแนวย่อยของฮาร์ด คอร์พังค์ ที่มีต้นกำเนิดในวอชิงตันดีซีในช่วงกลางทศวรรษที่ 80 คำว่าอีโมมีที่มาจากข้อเท็จจริงที่สมาชิกในวง บางครั้งจะใส่อารมณ์ (emotional) ในการแสดง สังเกตได้จากวงอีโมในยุคแรกๆอย่าง ไรตส์ ออฟ สปริง,เอ็มเบลซ และ วัน ลาสต์ วิช
    วงอย่าง ซันนี่ เดย์ เรียล เอ็สเตต และ เท็กซัส อีส เดอะ รีซัน ได้แสดงเพลงอินดี้ร็อกในรูปแบบของอีโม ที่มีรูปแบบเพลงที่เป็นเมโลดี้มากขึ้น และลดความยุ่งเหยิงลงกว่าอีโมก่อนหน้านี้ วงแอนทอยช์ แอรโรว์ เล่นเพลงอีโมที่รุนแรงขึ้น ที่ต่อมารู้จักกันในชื่อ "สครีโม่" แฟนเพลงอันเดอร์กราวด์หลายคนอ้างว่าวงอีโมในปัจจุบัน แทบไม่มีคุณสมบัติของพังค์เลย[90]

    พังค์รีไววัล

    ดิ ออฟสปริง ปี 2001ในยุคเดียวกับเนอร์วาน่า วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกหลายวงในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ได้ตอบรับกระแสพังค์ ได้ช่วยให้พังค์ร็อกได้ฟื้นคืนชีพ ในปี 1994 วงพังค์ร็อกจากแคลิฟอร์เนียอย่าง กรีน เดย์ ,ดิ ออฟสปริง,แรนซิด และ แบด รีลิเจียน เป็นตัวสำคัญของความสำเร็จด้วยการช่วยเหลือจากเอ็มที วีและสถานีวิทยุที่โด่งดังอย่าง KROQ-FM[91] ถึงแม้ว่ากรีน เดย์และแบด รีลิเจียนจะอยู่ในสังกัดค่ายเพลงใหญ่ก็ตาม การประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างมากของกรีน เดย์และดิ ออฟสปริง ได้ปูทางให้ศิลปินแนวป็อปพังค์อย่างวง บลิงค์-182,ซิมเปิล แพลน,กู้ด ชาร์ล็อตต์ และ ซัม 41
    วงจากบอสตัน ไมตี้ ไมตี้ บอสสโตนส์ และวงแนวสกาพังค์จากแคลิฟอร์เนีย วงซับไลม์ ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ซึ่งต่อมาวงสกาพังค์อย่าง รีล บิ๊ก ฟิช และ เลส เดน เจค ก็ได้ได้การตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงในยุค 2000 วงอื่นที่มีรากมาจากฮาร์คอร์พังค์ อย่าง เอเอฟไอ มีเพลงขึ้นชาร์ทในยุค 2000 วงเซลติกพังค์ อย่างวง ฟล็อกกิง มอลลี และ ดร็อปคิก เมอร์ฟีส์ ได้รวมแนวเพลง Oi! เข้าไปด้วย
    การเกิดใหม่ของพังค์เห็นได้ชัดว่า ว่ากลุ่มคนที่ฟังพังค์ได้เข้าสู่กระแสหลัก[92] ซึ่งก็มีแฟนเพลงพังค์หลายคนได้ต่อต้านการเกิดเช่นนี้ อย่างความโด่งดังของวง ซัม 40 และ บลิงค์-182[93]






    "...จากกลุ่มวัฒนธรรมย่อยของคนขบถในนิวยอร์กถึงหมู่ช นชั้นผู้ใช้แรงงานในอังกฤษเมื่อหลายทศวรรษก่อน วันนี้ พังค์ กลายเป็นหนึ่งในกระแสวัฒนธรรมแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ในร ูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องราวของคนกลุ่มนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยอ ีกต่อไป..."

    เมื่อครั้งที่วงเซ็กซ์พิสทอลส์ (Sex Pistols) กำลังมองหานักร้องนำอยู่นั้นสตีฟโจนส์ มือกีตาร์ก็ได้บังเอิญพบกับ จอห์นนี่ร็อทเทน ในร้าน Sex ที่รู้จักกันดีว่าเป็นร้านของ วิเวียน เวสต์วูด (ในยุคนั้น) โจนส์ เล่าว่า

    "จอห์นเดินเข้ามาด้วยผมสีเขียวผมคิดว่าเขาเป็นคนที่ม ีหน้าตาดึงดูดมาก ผมชอบลุคของเขา เขาสวมเสื้อที่สกรีนว่า I Hate Pink Floyd เขามีบางสิ่งที่พิเศษมากในตัวเองแต่เวลาเขาพูดออกมา เขาก็เป็นไอ้ เ-ยตัวจริงเลย แต่เขาฉลาดมาก" นั่นคือที่มาที่ทำให้เซ็กซ์ พิสทอลส์ ได้นักร้องนำประจำวงคนแรก

    ส่วนตอนที่เซ็กซ์ พิสทอลส์ ขับไล่ เกลนแมทล็อค มือเบสประจำวงออกไปนั้นก็เกิดข่าวลือที่กลายมาเป็นตำ นานในหมู่ชาวพังค์ว่า เขาถูกขับไล่เพราะดันมีรสนิยมชอบวง เดอะ บีเทิลส์ แต่ตอนหลังโจนส์ก็ออกมาบอกว่าเหตุผลที่แท้จริงนั้นเป ็นเพราะว่าแมทล็อคไม่สามารถ เข้า กับคนอื่นภายในวงได้โดยให้คำอธิบายว่า "แมทล็อคล้างเท้าบ่อยเกินไป"

    หลังจากนั้นมือเบสของวงก็ถูกแทนที่โดยซิดวิเชียส แฟนคลับของวงที่เล่นกีตาร์ไม่เป็นแต่เข้ารวมวงได้เพร าะเขามีความเป็นพังค์ในตัวเอง มัลคอมแมคลอเรน ผู้จัดการวงในขณะนั้นบอกว่า

    "ตอนที่ซิดร่วมวงเขาไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้เลยแต่ควา มบ้าคลั่งของเขาเข้ากับวงเรา เขาเป็นอัศวินในชุดเสื้อเกราะแวววาวที่มาพร้อมกับการ ชูกำปั้น"

    ในเวลาเล่นคอนเสิร์ตแอมป์ของซิดจึงถูกหรี่หรือปิดเสี ยงอยู่เสมอ ส่วนเวลาเข้าห้องอัดก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีคนอื่นเข้ามาเล่นแทนเขาทุกครั้ง

    และนี่คือหนึ่งในจุดกำเนิดของเซ็กซ์ พิสทอลส์ วงพังค์ระดับตำนานซึ่งได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนมา แล้วทั่วโลก...



    พังค์ : ซับคัลเจอร์ของคนรุ่นใหม่

    พังค์มีรากและถิ่นกำเนิดอยู่ในนิวยอร์กโดยถือกำเนิดข ึ้นจากวงดนตรีอย่าง เดอะราโมนส์ (The Ramones), เทเลวิชั่น (Television), แพททิ สมิธ (Patti Smith) และ เดอะ บลอนดี (The Blondie) ในช่วงปลายทศวรรษที่60 ถึงต้น 70 อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่า ความเคลื่อนไหวของชาวพังค์ในยุคแรกนั้นไม่เป็นที่จับ ตามองมากนัก

    จนกระทั่งเกิดกระแสพังค์ในอังกฤษ เมื่อเด็กวัยรุ่นผู้ใช้แรงงานเริ่มโกรธเกรี้ยวต่อสัง คม แล้วหันมาแสดงออกด้วยการยืมสไตล์พังค์แบบนิวยอร์กมาใ ช้ จนทำให้เกิดวงดนตรีอย่าง เซ็กซ์ พิสทอลส์ และ เดอะ แคลช (The Clash) ขึ้นมา

    แทบไม่น่าเชื่อว่าวงดนตรีอย่างเซ็กซ์ พิสทอลส์ ที่มีช่วงอายุเพียง 3 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1975-1977 โดยออกสตูดิโออัลบั้มเพียง 1 ชุด 4 ซิงเกิล จะทำให้เกิดกระแสความนิยมพังค์อย่างรุนแรงที่อังกฤษใ นขณะนั้น จนก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของวัยรุ่นกลายมาเป็นวัฒนธรร มหลักอันเป็นสิ่งที่ชาวพังค์ต่อต้าน

    หลังจากการแตกวงของพวกเขาในปี1977 ทำให้ความเป็นพังค์ในกระแสหลักตายลง แต่ความเคลื่อนไหวของชาวพังค์นั้นมิได้หยุดลง หากแต่กลายมาเป็น ซับคัลเจอร์(Subculture) หรือกลุ่มวัฒนธรรมย่อยที่ไม่อิงกระแสหลักโดยอาศัยรสน ิยม ดนตรี การแต่งตัว ไลฟ์สไตล์เป็นตัวแบ่งประเภท โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติหรือศาสนา เพศ หรืออายุ

    พังค์ในยุคหลังจึงไม่ได้มีความหมายถึงแนวดนตรีเพียงอ ย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มีความเป็นปรัชญาในตัวเอง แสดงให้เห็นถึงมุมมองทางการเมืองและความมีอิสระของปั จเจกชน พังค์ที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก หรือเป็นแฟชั่นอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ถึงแม้จะพูดแบบนี้ แฟชั่นในแบบของพังค์ก็เป็นสิ่งโดดเด่นหรือเตะตา เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการประท้วง หรือการต่อต้านขนบธรรมเนียมประเพณีนิยมอันเป็นสิ่งที ่พังค์ยืนหยัดต่อสู้

    จากบทความเรื่องAnalysis of a Subculture Group: Punk โดยTara Swanepoel แสดงให้เห็นว่า กลุ่มพังค์ในฐานะที่เป็น ซับคัลเจอร์ นั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด อาทิเช่น กลุ่มคนซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่มักเป็นชนชั้นกลางผิวขาว มีฐานะ ต่างจากอดีตที่เป็นกลุ่มชนใช้แรงงาน โดยคนกลุ่มนี้มีทั้งคนที่เข้าร่วมกลุ่มพังค์ตั้งแต่อ ายุ 13 ปีขึ้นไป หรือมีลักษณะร่วมบางส่วนเช่น ฉลาด รักศิลปะ หมกมุ่นกับเรื่องของตัวเอง และมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

    แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้หมายความว่าห มดสิ้นยุคสมัยของพังค์หากแต่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนากา รของความเป็นพังค์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะพังค์ยังคงมีความดึงดูดในหมู่วัยรุ่นทั่วโลกเสม อ เช่น ในกลุ่มผู้เล่นสเกตบอร์ด อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเท่ของคนในแต่ ละยุคอีกด้วย



    ก่อกำเนิด พังค์สัญชาติไทย

    ว่ากันว่าตอนที่พังค์กำลังปฏิวัติโลกอยู่นั้นสิ่งทัน สมัยที่สุดที่คนไทยได้ฟังก็คือ เพลงแนวโปรเกรสซีฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวพังค์ทนไม่ได้ ทั้งดนตรีที่เต็มไปด้วยคอนเซปต์ ลีดกีตาร์ยาวเป็นสิบนาที ความซับซ้อนและอลังการของดนตรี เป็นสิ่งที่สาวกพังค์สุดจะทนด้วยเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้ว พังค์เริ่มเข้าสู่กระแสเลือดวัยรุ่นไทยตั้งแต่เมื่อไ รกัน

    "ดนตรีแนวพังค์เริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยจริงๆก็เ มื่อกลางยุคทศววรษ 90 หรือช่วงที่ดนตรีแนวช่วงอัลเทอร์เนทีฟดังมากๆ ที่ตอนนั้นมีคนไทยทำเพลงอัลเทอร์ออกมาเยอะๆ ช่วงที่ เซ็กซ์ พิสทอลส์ ดังจริงๆ คนไทยไม่ได้ฟังหรอก ตอนนั้นเราฟังเพลงแบบบุปผาชน โปรเกรสซีฟ

    อย่าง พิงค์ฟลอยด์ กันอยู่เลย หรือไม่ก็ฟังเพลงร็อคอย่าง แบล็ค แซบบาธ, เล็ด แซพพลิน เพราะในแง่การสื่อสารของเราไปไม่ถึง ผ่านมากว่าสิบปีเราถึงได้มาฟัง เซ็กซ์ พิสทอลส์ ฟัง เดอะ แคลช กับเขา" อาทิตย์พรหมประสิทธิ์ ดีเจและคอลัมนิสต์ดนตรีผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีร็อคฝั่ งอังกฤษให้ความเห็นถึงจุดกำเนิดของเพลงแนวนี้ในเมือง ไทย

    "ในบ้านเรากระแสเพลงแนวพังค์เกิดจากช่วงปลายยุค8 0 ต้น 90 ตอนนั้นมีรายการเพลง เรดิโอ แอคทีฟ ของไนต์สปอต เข้ามาปฏิวัติด้วยการเลิกเปิดเพลงร็อคเก่าๆ และเพลงป๊อปจ๋าๆ แต่เปิดเพลงแนวโมเดิร์นร็อคที่เป็นซาวนด์ดนตรีจากอัง กฤษยุค 80 แทน แล้วก็มีการเลือกเพลงจากยุค 70 เข้ามาเปิดด้วย อย่าง เซ็กซ์ พิสทอลส์, เดอะ แคลช, เดอะ แดมน์ด คนฟังก็เริ่มรู้ว่า มันไม่ได้มีแต่เพลงฮาร์ดร็อคเท่านั้นนะ

    "ช่วงนั้นป้าแต๋ว (วาสนา วีระชาติพลี) เป็นคนจัดรายการ เขาชอบพูดเกี่ยวกับวงดนตรี แล้วเป็นคนจัดรายการสนุก มีแฟนๆ ติดตามเยอะ ถือเป็นการเปิดโลกกว้างให้กับคนฟังที่ฟังเพลงฝรั่ง เด็กไทยที่ไม่ฟังเพลงไทย เขาก็ไม่มีอะไรจะฟังกัน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฮิพฮอพเพิ่งเข้ามา ในยุคแรก ก็ไม่ค่อยติดหูคนไทยเท่าไร พอมาเจอเพลงร็อคเท่ๆ เพลงร็อคสมัยใหม่เข้าก็เลยชอบ เพลงร็อคจะติดหูคนไทยมากกว่า"

    ดนตรีพังค์จึงแทบจะโดนใจวัยรุ่นคอเพลงสากลในยุคนั้นก ันถ้วนหน้า ทั้งความโดดเด่น ความบ้าคลั่ง การต่อต้านความเป็นฮีโร่ หรือ ร็อค สตาร์ การแหกกฎระเบียบอันเป็นสิ่งที่มาคู่กับความเป็นวัยรุ ่น ทั้งๆ ที่ในส่วนของดนตรีนั้น อาจจะเรียกได้ว่าธรรมดามาก เพราะดนตรีแนวนี้ถูกมองว่าใครๆ ก็สามารถเล่นได้ ไม่ว่าคุณจะรู้คอร์ดเพียง 3 คอร์ด หรือจะเล่นดนตรีไม่เป็นเลยก็ตาม เหมือนวลีสุดฮิตในหมู่พังค์ว่า

    Anyone can play in a punk band และ Every musician a fan and every fan in a band

    "พังค์คืออะไรที่แหกกฎเพราะจะว่าไป ดนตรีของมันเป็นอะไรที่กระป๋องกระแป๋งมากเลยนะ แต่ว่ามันมีความกล้าที่จะขัดกับคนอื่นเขา เอาราชวงศ์มาล้อเล่น พูดคำหยาบออกทีวี มีความหวือหวาในตัวเอง อย่างวงพังค์ยุคหลัง เช่นพวก Manic Street Preachers, Suade, The Stone Roses ก็เป็นพวกวงร็อคแหวกแนว แหวกมาตรฐาน นักร้องก็ไม่ไว้ผมยาว ไม่เล่นแสงสีบนเวที ไม่มีเพลงบัลลาด มีเนื้อหาในเพลงที่มากกว่า ความรัก เป็นการแหกกฎอย่างแท้จริง"

    ความแหกกฎ ที่ว่านี้จึงถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการออกแบบแฟชั่นอ ยู่เสมอด้วยความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

    "พวกแฟชั่นที่เอาพังค์มาเล่นกันก็น่าจะเป็นเพราะวัฒน ธรรมมันโดดเด่นพังค์นั้นตัวดนตรีมันธรรมดา สิ่งสำคัญคือ ความกล้าไม่เหมือนใคร การพูด ร้องเพลงหรือเล่นดนตรีก็แตกต่าง เวลาเต้นรำก็ใช้กระโดดเอาก็ไม่เหมือนคนอื่นเขา"

    ในแง่ของเนื้อหาทางดนตรีนั้นอาทิตย์มีความเห็นว่าดนต รีพังค์ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร แต่ยุคสมัยที่เกิดหลังจากพังค์หรือช่วง โพสต์-พังค์ กลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจและอยู่ในกระแสนิยมอย่าง วงรุ่นใหม่ อาทิเช่น เดอะฟิวเจอร์ เฮดส์, ฟรานซ์ เฟอร์ดินันด์, เดอะ สโตรคส์ เป็นต้น

    "ผมคิดว่าในแง่ของดนตรีโพสต์-พังค์ มันน่าสนใจกว่านะ เพราะว่าพังค์มันเป็นร็อคธรรมดา แต่ว่า โพสต์-พังค์ มันเกิดหลังพังค์ธรรมดา มีการหยิบซาวนด์มาทดลองมากกว่า อย่างเช่น ซาวนด์ของอิเล็กโทรนิกส์ เรกเก้ แอฟริกัน บีท แจ๊ส โฟล์ค เข้าไปใช้ มันเป็นเรื่องของไอเดีย พังค์เปรียบเสมือนคนเปิดประตู แต่ โพสต์-พังค์ มันเปรียบเสมือนการก้าวเข้าไป และทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป


    แต่ก็นั่นแหละในช่วงที่เกิดดนตรีแบบ โพสต์-พังค์ มันดังมากเมื่อประมาณปี 1977-1984 ดนตรีมันก็ไม่เคยมาถึงเมืองไทย เพราะว่ามันเป็นเพลงที่ฟังยากสำหรับคนไทย ต้องเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมแบบอังกฤษเราถึงจะชอบ แก่นของมันเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ค่อยเข้าใจ จะมีบางวงอย่าง ทอล์คกิ้ง เฮด ที่คนไทยพอฟังได้ แต่ก็ไม่นิยมกันอยู่ดี"

    ในมุมมองของอาทิตย์ พังค์ ได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมหนึ่งในสังคมยุคปัจจุบันไปแล้ว จากความเป็นมาอันยาวนานและการดำรงอยู่ของมันในทุกวัน นี้

    "ความเป็นพังค์มันคือกบฏ พังค์มันกลายเป็น คัลเจอร์ ไปแล้ว ผ่านมาหลายสิบปีก็ยังอยู่ แสดงว่ามันได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า มันเปลี่ยนโลกได้จริงๆ เรารู้สึกว่าการสร้าง คัลเจอร์ มันยาก แต่พังค์ใช้เวลาสร้างได้ปีเดียวยังอยู่มาจนถึงทุกวัน นี้"



    ท่วงทำนอง พังค์ ในกระแสแฟชั่น

    เมื่อตอนที่วิเวียน เวสต์วูด เปิดร้าน Let it Rock เป็นครั้งแรกในปี 1971 จนกระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น Sex ในภายหลังแล้วได้นำเสื้อผ้าที่เธอออกแบบไปให้สมาชิกภ ายในวง เซ็กซ์ พิสทอลส์ ใส่นั้น เธอคงไม่เคยคิดว่าต้นฉบับแฟชั่นพังค์แบบของเธอจะมีชี วิตยืนยาวและเป็นแรงบัลดาลใจให้ดีไซเนอร์รุ่นหลังมาจ นถึงทุกวันนี้

    กว่า30 ปีที่ผ่านมา พังค์ถูกหยิบยกมาใช้เป็นวัตถุดิบในการออกแบบในวงการแ ฟชั่นและกราฟฟิกอยู่เสมอ โดยยังคงจุดเด่นอย่างเดิมไว้ อาทิเช่น กราฟฟิกตัวหนังสือรกๆ คำพูดแรงๆ โดนๆ ซึ่งเห็นได้ชัดตามเสื้อยืดต่างๆ จนถึงงานกราฟฟิกที่เน้นแฮนด์เมดแบบปะติดเหมือนไม่ตั้ งใจ ซึ่งมักจะเห็นในงานดีไซน์ระยะหลัง ทดแทนดนตรีพังค์ดิบๆ แบบก้าวร้าวที่ดูจะซาไปในยุคหลัง อาทิตย์ให้ความเห็นถึงการกลับมาได้รับความนิยมของแฟช ั่นพังค์ ว่า

    "ช่วงนี้ที่แฟชั่นพังค์กลับมาฮิตก็น่าจะเป็นเพราะมัน ถึงเวลาแล้วมั้งไซเคิลของการ รีไววัล คัลเจอร์ มันจะต้องกลับมาทุกสิบห้าปี สมัยก่อนนี้ ไม่ค่อยมีใครรู้จักวิเวียน เวสต์วูดหรอก เคยได้ยินชื่อ แต่นึกไม่ออกว่าเสื้อผ้าเขาเป็นยังไง แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะกลับมา"

    แต่ในอีกแง่หนึ่งเขาก็ตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นเพียงค วามอยากเท่ของเด็กที่ไมได้เข้าถึงความเป็นกบฏของการเ ป็นพังค์ตัวจริง

    "อย่างเสื้อผ้าที่เด็กวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ทำออกมาขายมัน ก็เป็นการเอาความเท่ของคนยุคเก่ามาขายนะ เด็กบางคนอยากเป็นกบฏก็เอาเสื้อผ้าแบบนี้มาใส่ แต่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเอง เหมือนอย่างที่มีคนทำเสื้อผ้าแนววินเทจออกมาขาย แล้วก็มีคนซื้อใส่ก็คล้ายๆ กัน"

    ส่วนในมุมมองของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ประกาศตัวว่าเป็ นสตรีท แบรนด์ แล้วนำความเป็นพังค์มาใช้ในการออกแบบอย่าง มงคลโสภาพินิตนนท์ ผู้ก่อตั้งมิสไซล์(Missile) แบรนด์เครื่องประดับที่กำลังมาแรงในหมู่ชาวเทรนดี้เข าให้เหตุผลในการนำดนตรีพังค์มาใช้ โดยเฉพาะการเลือกวงพังค์ยุคหลังอย่าง แมนิค สตรีท พริชเชอร์ส มาเป็นแนวคิดในการออกแบบว่า

    "มาจากความชอบส่วนตัวและตรงกับรูปแบบของตัวงานเราไม่ ค่อยชอบป๊อป ชอบฟังเพลงพังค์ร็อคเท่มากกว่า ที่เลือกวง แมนิค เพราะว่าเป็นความชอบ และมันมีวลีสวยๆ เยอะในเพลง คำบางคำในเพลงมันเหมือนปรัชญา อย่าง Under Neon Loneliness, Motorcycle Emptiness หรืออย่างคำอย่าง Faster ก็แสดงให้เห็นว่า กูเร็วกว่า กูแรงกว่า กูซิ่ง แล้วเราก็เอาเรื่องราวมาผูกเจอกันมาใช้ พอดีกับช่วงนั้นที่ แมนิค ดัง มันก็ประมาณปลายทศวรรษ 80 ต้นทศวรรษ 90 เราก็คิดว่ามันไม่ไกลจากตัวเรามากนัก"

    ด้วยจุดยืนที่ต้องการเป็นพังค์แต่ไม่ใช่พังค์หัวตั้ง หากเป็นพังค์เท่ๆ สะอาดๆ เข้ากับยุคสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความแหกกฎ มงคลจึงต้องสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มลูกค้าเพื่อให ้เข้าถึงแนวคิดในตัวงาน

    "ตอนนั้นที่เราทำมิสไซล์ เราก็อยากเปิดตัวในนามพังค์ร็อคนิดๆ เพราะมันเข้ากับความเป็น สตรีท แบรนด์ ของเรา ชื่อพังค์มันก็บอกอยู่แล้วว่า ไม่ใช่ป๊อปหล่อ แต่ต้องแยกให้ออกนะครับระหว่างพังค์กับเฮฟวี่ เฮฟวี่เป็นพวกผมยาว ไม่สะอาด แต่พังค์ เราคือกบฏทุกอย่าง พังค์คือหนทางในการฉีกแนว ในความคิดเราพังค์คือ การแหกกฎตัวเองให้ได้ก็พอแล้ว การคิดว่าตัวเองไม่มีกรอบอยากทำอะไรก็ทำ ไม่จำกัดตัวเองก็เป็นพังค์แล้ว"

    ส่วนสาเหตุที่เพลงแนวนี้ถูกนำมาใช้ในวงการแฟชั่นและง านกราฟฟิกนั้นเขาให้ความเห็นในฐานะดีไซเนอร์ ว่า

    "เราคิดว่าพังค์มีคาแรคเตอร์ที่เด่นที่สุดมีความเป็น ตัวของตัวเองสูง มีเอกลักษณ์ แต่ละวงก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงอย่าง แมนิค ก็เป็นร็อคเท่ที่มีความเฉพาะตัวอยู่ หรือนีร์วานา เวลาที่ฟังเพลงพวกนี้แล้วเรารู้สึกอยากทำอะไรสักอย่า งเกี่ยวกับเพลงพวกนี้ เกี่ยวกับเพลงที่เราชอบฟัง

    "ในแง่แฟชั่น พังค์มันก็คือ แฟชั่นนะ มาเร็ว มันก็ไปเร็ว อย่างตอนนี้แฟชั่นยุค 80 ก็น่าจะกลับมานะ เช่น วง ควีน เพลงมันเท่ คาแรคเตอร์มันเท่ ทุกยุคสมัยมันก็มีพังค์ของแต่ละยุคทั้งนั้น อย่างที่บอกว่าพังค์คือ อะไรก็ได้ที่แหกกฎ ไม่ใช่พวกหัวตั้ง บางคนใส่สูทแต่เป็นพังค์ นึกออกมั้ย คนใส่สูทเท่ๆ กางเกงขาลีบเล็กๆ รองเท้าหัวแหลม เนคไทหนัง แต่ตัดผมเรียบร้อยแบบนั้นก็เป็นพังค์เหมือนกัน"

    จากฝั่งของดีไซเนอร์ พังค์ อาจเป็นเพียงสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นไอเดียในการส ร้างสรรค์ผลงาน แต่ในด้านของนักฟังเพลงอย่างอาทิตย์แล้ว เขาให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า

    "ผมมองว่าในอนาคตคนก็จะหยิบเอาพังค์มาพูดถึงกันอยู่ด ีเพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไปแล้ว มันเป็น คัลเจอร์ เพราะฉะนั้นมันไม่มีเอาท์หรอก มันเหนือกว่าคำว่าแฟชั่น เพียงแต่คนเอามันมาใช้กับแฟชั่น เท่านั้นเอง"

    แม้กลิ่นอายของพังค์ในท่วงทำนองแห่งดนตรีจะเบาบางและ เจือจางลงในยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างถูกผสมกลมกลืนกันไป หมดแต่เชื่อได้ว่าความเป็นของพังค์จะยังคงอยู่ในจิตว ิญญาณของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยตลอดไป.
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  8. #8
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    อ้าว เลือกเอา ว่าชอบกัน แบบไหน นี้ล่ะ โว๊ย PUNKไม่ใช่แฟชั่น ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดดดดดดดดดดดดด
    ขอบคุณ เปี๊ยก แห่ง Destroy Circle สำหรับ บทความ













    รูป รูป    
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  9. #9
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Hooligans อ่านข้อความ
    อ้าว เลือกเอา ว่าชอบกัน แบบไหน นี้ล่ะ โว๊ย PUNKไม่ใช่แฟชั่น ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ขอบคุณ เปี๊ยก แห่ง Destroy Circle สำหรับ บทความ
    ts32













    รูป รูป    
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  10. #10
    DEC's Avatar
    วันที่สมัคร
    May 2007
    สถานที่
    SlimStyle Scooter (หัดเล่น)
    อายุ
    39
    ข้อความ
    6,399
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Blog Entries
    3
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน

    สุดยอดเลยว่ะปอ วัยรุ่นยุคใหม่หัวหิน
    (ผ้าคลุม คุณภาพเยี่ยม Vespa-Lambretta)
    กันแดด กันฝน กันฝุ่นละออง100% 081-9183753

    Link

    http://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=114198 scooter-vespa-lambertta
    http://www.thaiscooter.com/forums/sh...00#post2697800 Honda Classic
    http://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=296480 Suzuki Yamaha, Kawasaki
    http://www.thaiscooter.com/forums/sh...d.php?t=298149 Classic,Sport HARLEY,BMW,Triumph,Ducati
    http://www.thaiscooter.com/forums/sh...d.php?t=297006Classic Car - Austin Mini ,Volk 9ฯ9



  11. #11
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ DEC อ่านข้อความ
    สุดยอดเลยว่ะปอ วัยรุ่นยุคใหม่หัวหิน
    ได้ใจเลย
    กับ วง Chaos Of Society เจ้าของบทเพลง Punk Of Thailand













    รูป รูป    
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  12. #12
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    - กับ วง รุ่นเก๋า Bangkok Alcohol
    - yo ฝีมือฉกาจ ของBangkok Alcohol (เคยมาเล่นมางานแจ๊สบ้านเราด้วยนะ งงกัน อะดิ)













    รูป รูป    
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HooliCRUST : 12-12-2007 เมื่อ 21:12
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  13. #13
    SIAME CRUSTIES HooliCRUST's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    แลม -ที- เลีย สายดำ
    ข้อความ
    2,516
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    14

    มาตรฐาน

    วงไทย เดี๋ญวจะทยอยลงให้ดู( ถ้าไม่มีใครดู กูดูเองคนเดียวก็ได้โว๊ย)

    em86













    รูป รูป    
    จงเดินทาง สายดำ



    354-0-54189-7 ธ.กรุงเทพ ส.หัวหิน วีระเดช ปลีคงธุ
    083-881-3381 ปอ

  14. #14
    Senior Member (SPETO)''P~M'''s Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2006
    สถานที่
    Destroy Circle
    ข้อความ
    560
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน ลายละเอียดเกี่ยวกับcrust Punk (ช่วยคุณปอลงครับ)

    เรามาทำความรู้จักCRUST PUNK และ CRUSTIES กันนะครับ
    ครัสตี้ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีวัฒนธรรมเล็กๆ ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับ เรื่อง หลักแนวคิด D.I.Y , Anarchism และบทเพลงแห่งครัสต์ด้วยความสกปรกและไม่มีระเบียบของเสื้อผ้าและทรงผม ยกตัวอย่างทรงผม เช่น ทรง dreadlocks, scullets, mullets, mohawks หรือทรงที่แปลกประหลาดอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวข ้างต้นมาโดยทั่วไปคนที่ชื่นชอบครัสต์พังค์หรือชาวครัสตี้ มักจะมีนิสัยชอบใส่เสื้อผ้าเก่าๆอย่าง เสื้อผ้า ทหารเสื้อผ้ามือ 2 ราคาประหยัดรวมไปถึงการซ่อมแซมดัดแปลง เสริมแต่งเสื้อผ้าของพวกเขาด้วยตนเองด้วย ไม่ว่า จะเป็น การติด อาร์มในรูปแบบต่างๆ เช่นอาร์ม ที่เกี่ยวกับ การเมือง การปกครอง , Anarchist หรือ แม้กระทั่งตราสัญลักษณ์วงดนตรีครัสต์ ต่างๆน้ำท่าไม่ยอมอาบ ถึงจะอาบก็ไม่ใช้สบู่เพราะว่าเป็นการใช้สินค้าของพวก นิยมทุนนิยมจึงนำสมุนไพรมาใช้อาบแทนสบู่(ผมรู้จักครัสตี้ญี่ปุ่น ชื่อ ทาบิ กลิ่นตัวสุดยอดถ้ายิ่งเป็นครัสตี้ฝรั่งแล้วล่ะก็ไม่ต่างอะไรกับโฮมเ ลสบ้านเราเลย)
    ชาวครัสต์(Crusties)มักจะให้ความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆดังต่อไปนี้
    vegetarianism/veganism, Animal Rights, Autonomy, nihilism, anarchism, squatting, Anti-Oppressive Practice, feminism, heavy metal, Grindcore, anarcho punk, Thrashcore, D-beat, Protest, anti-racism, queer culture, anti-consumerism and anti-capitalism

    ชาวครัสต์(Crusties)แต่ละบุคคลให้ความสำคัญกับเรื่องแนวคิดแต่ละอย่างไม่ เหมือนกันให้ความสำคัญไม่เหมือนกันจำแนกแจกจ่ายเรื่องราวต่างๆ ต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเขาจะสนใจในเรื่องความคิดไหนเป็นพิเศษก็จะมีกลุ่มแตกต่างกันออกไปเช่น : Anarchists, Anarcho-punks, punks, gutter punk, Hippies
    Food Not Bomb
    -นักบุญสเปโต-
    ศิษย์ เจี่ยจิงเทียน

  15. #15
    Senior Member (SPETO)''P~M'''s Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2006
    สถานที่
    Destroy Circle
    ข้อความ
    560
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน ต่อครับ


    ซาวด์ดนตรีของ Crust punk
    ดนตรีครัสต์ทั่วๆไปก็จะมีซาวนด์ที่หนักกว่าดนตรีฮาร์ ดคอร์หรือฮาร์ดคอร์พั้งค์ทั่วไปดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจากวง Antisect (วงอนาโคพั้งค์อังกฤษ) มาถึงวง Hellbastard กับ Amebix และวงอื่นๆอีกเช่น Extreme Noise Terror ก้แพร่กระจายความนิยมไปทั่วจนถึงปัจจุบัน ฝั่งเมกาวงครัสต์เด่นๆก็มีอย่างวง Capitalist Casualties, AXIOM, State of Fear และก็แทรกซึมไปทุกหย่อมหญ้าทั่วผืนปฐพีรากฐานนั้นเริ่มมีตั้งแต่ วง Hellbastard และมีวงจากอังกฤษวงนึง วงที่ชื่อ ว่า Amebix ได้ริเริ่มครัสต์ ผสมดนตรีอย่างเเบล๊ค เมทั่ล มาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลทางดนตรี วง เมทั่ล เช่น วง Crass (band), Venom, Black Sabbath, and Motörhead


    ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นเค้าก้พัฒนาดนตรีจากยุค 80 อิทธิพลจากอังกฤษ,สวีเดน,ฟินแลนด์และอิทธิพลจากวงยุคแปดศูนย์ของญี่ปุ่นเองก็ก่อให้เกิ ดวงสุดโหดอีกมากมายจนกลายเป็นแนวดนตรีที่มีลักษณ์เฉพ าะตัวมีซาวนด์เฉพาะตัวโดยส่วนตัวผมเองผมคิดว่ามันมีสเน่ห์มากๆทั้งซาวนด์ดน ตรี ภาพลักษณ์และการแต่งกายวงครัสต์จากญี่ปุ่นในช่วงต้ยยุค 90 ก็มีพวก Life, Cocodileskink, Figora, Gloom วงเหล่านี้ก็สร้างลักษณ์ดนตรีครัสต์ที่ต่างจากวงฝั่ง ยุโรปและอเมริกาและโปรดอย่าลืมวง D-beat อย่างวง Disclose ก็มีความสำคัญมากเช่นกันตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงยุคปัจจุบันวงครัสต์และดีบีท ญี่ปุ่นต่างมีออกมามากมายเช่น Defector, Zoe, Framtid, Final Bloodbath, Poikkeus,และอีกมากมายก่ายกองและแวดวงของญี่ปุ่นเองก็เรียกวงเหล่านี้ว่า CRUSTIES

    ข้อความเหล่านี้ผมได้มาจากผู้อื่นที่โพสไว้ แล้วมาประยุกต์อีกทีหนึ่ง



    Food Not Bomb
    -นักบุญสเปโต-
    ศิษย์ เจี่ยจิงเทียน

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 1 2 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

กระทู้ที่คล้ายกัน

  1. ขายเสื้อpunkกับรองเท้านิดหน่อยค่ะ
    By emilymini in forum แฟชั่น, Pre-order, ของเล่น, อื่นๆ
    คำตอบ: 2
    ข้อความล่าสุด: 16-02-2012, 17:43
  2. WTB : เสื้อวง Punk ทุกชนิด!!
    By ple_jang in forum แฟชั่น, Pre-order, ของเล่น, อื่นๆ
    คำตอบ: 10
    ข้อความล่าสุด: 15-07-2009, 16:52
  3. คำตอบ: 27
    ข้อความล่าสุด: 18-03-2009, 01:09
  4. คำตอบ: 12
    ข้อความล่าสุด: 01-10-2007, 17:42

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •