ขอความช่วยเหลือ ไฟไม่ชาตร์แบ็ต
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

ชื่อกระทู้: ขอความช่วยเหลือ ไฟไม่ชาตร์แบ็ต

  1. #1
    Junior Member
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ข้อความ
    14
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน ขอความช่วยเหลือ ไฟไม่ชาตร์แบ็ต



    เพิ่งหามาได้ครับ ซี 92 แต่ว่ามีปัญหาทางระบบไฟ คือไฟไม่ช๊าตร์เข้าแบ็ตตารี่ พอไฟในเบ็ตตารี่หมดก็จบเลย จูงจนน่องโป่งแล้ว
    ผมต่อสายไฟจากไดร์เข้ากับแผ่นช๊าตร์ มันก็เงียบเหมือนเดิม แผ่นช๊าตร์ก็ซื้อใหม่ มีใครพอที่จะให้คำแนะนำสำหรับปัญหาเรื่องระบบไฟบ้างค รับ
    ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับสำหรับคำแนะนำ

  2. #2
    boybandon's Avatar
    วันที่สมัคร
    Oct 2007
    สถานที่
    หมูนอกคอก สายศาลายา (ไม่ออกทริป ออกไปซื้อกับข้าวอย่างเดียว)
    ข้อความ
    1,718
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน ง่ายๆครับ

    1 ตรวจสอบแบตเตอรี่ ว่าเก็บไฟอยู่ริเปล่า
    2 สตาร์ทเครื่องให้ติดก่อน แล้วถอดสายไฟจากเครื่องที่จะต่อเข้ากับ ตัวชาร์ตสีส้ม เอาสายไฟมา เช็คไฟมามีริเปล่าโดยใช้ มิเตอร์ หรือลองครูดกับรถว่าเกิดประกายไฟแรงริเปล่า ส่วนใหญ่จะแรงครับ
    - ถ้าแรง หรือ มีไฟ ประมาณ 9-12 v ก็แสดงว่า ชุดไฟจากเครื่องไม่เสีย ตรวจสอบ สายไฟตามข้อต่อ สวิต ต่างๆว่าไฟ รั่วลงกราวด์ ริเปล่า ตรวจสอบต่วชาร์ต โดยการสตาร์ทเครื่องให้ติดก่อน แล้วถอดสายไฟจากตัวชาร์ตสีส้ม ที่จะไปต่อเข้ากับแบต เอาสายไฟมา เช็คไฟมามีริเปล่าโดยใช่ มิเตอร์ หรือลองครูดกับรถว่าเกิดประกายไฟแรงริเปล่า
    ถ้ามีแสดงว่า ตัวชาร์ตสีส้ม ไม่เสีย แบตเตอร์รี่ อาจเสื่อม โดยทั่วไปไฟที่ออกจากตัวชาร์ต จะแรงกว่า 6v เช่น 9-12v จึงจะชาร์ตเข้านะครับ
    ผมก็รู้แค่นี้ละครับขอบคุณครับ

  3. #3
    boybandon's Avatar
    วันที่สมัคร
    Oct 2007
    สถานที่
    หมูนอกคอก สายศาลายา (ไม่ออกทริป ออกไปซื้อกับข้าวอย่างเดียว)
    ข้อความ
    1,718
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน ง่ายๆครับ

    พอบอกได้ครับ 0812054770 บอยครับ ไม่เสียตัง55555555555555

  4. #4
    boybandon's Avatar
    วันที่สมัคร
    Oct 2007
    สถานที่
    หมูนอกคอก สายศาลายา (ไม่ออกทริป ออกไปซื้อกับข้าวอย่างเดียว)
    ข้อความ
    1,718
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน ง่ายๆครับ

    บอกได้ไม่คิดตังครับ 0812054770 บอยครับ

  5. #5
    Junior Member
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ข้อความ
    14
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ boybandon อ่านข้อความ
    บอกได้ไม่คิดตังครับ 0812054770 บอยครับ
    ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำวันนี้ผมจะลองดู เพราะเมื่อวานน้องหมูก็เล่นผมอีกแล้วจูงแค่
    3-4 โล ตอนเย็นเลยไม่ต้องวิ่งออกกำลังเลย
    สงสัยต่อไปจะไปไหนต้องพกแบ็ต 2 อันซะแล้วมั้งเรา
    em87

  6. #6
    Junior Member
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    ข้อความ
    26
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน แนะนำคับ

    1. ลองสตาร์ท ติดแล้ว ลองถอดสายชาร์ตจากตัวแปลงไฟที่เข้าแบตออก
    1.1 เมื่อบิดเล็กน้อย หากดับ แสดงว่าชาร์ตไม่เข้า
    1.2 เมื่อบิดเล็กน้อย หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตพอได้
    1.3 หากไม่บิด (รอบเดินเบา) หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตดี
    1.4 หากบิดเล็กน้อยและเปิดไฟหน้า หากไม่ดับแสดงว่าดีมาก
    (หากชาร์ตดี เวลามือจับที่สายไฟที่ออกตัวชาร์ตแล้วจับโครงรถ จะรู้สึกว่าไฟดูดเล็กน้อย)
    ถ้าจะให้แน่นอน ลองใช้คีบแอมป์ คีบที่สายไฟที่ออกจากตัวชาร์ต จะได้ประมาณ 4-6 แอมป์
    การวัดแรงดันไฟ (โวลต์) DC ที่ออกจากตัวชาร์ตไฟ อย่างเดียวไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งคอยล์มัดไฟลงกราวน์ มีโวลต์ออก 13 DC V. แต่แอมป์ไม่มี ก้อชาร์ตไม่ดี
    2. มัดไฟ ควรวัดแรงดันไฟและแอมป์ ย่าน AC ก่อนเข้าตัวแปลงไฟ หากรอบเดินเบาควรมีค่า 13-15 VAC.
    และ 4-5 A.
    3. วัดค่าความต้านทานของขดลวดมัดไฟกับสายคอมมอน แต่ละเส้นตวรมีค่า 1.0-0.5 โอมม์ และแต่ละเส้นวัดกับตัวโครงต้องไม่ลงกราวนด์ หากลงกราวนด์จะมีมีกระแสไฟออก : ไฟฟ้าที่รถใช้จะใช้กระแสไฟ
    4. การต่อสายจากมัดไฟ (มี 3 เส้น) ต้องต่อให้ถูกต้อง ที่ตัวแปลงไฟมี 2 ขั้ว
    4.1 สายคอมมอนของมัดไฟ (สายที่รวมจากแต่ละชุด เป็นหลักการของ AC DYNAMO) เข้าที่ขั้วที่ 1
    4.2 สายใดก็ได้ แนะนำสายที่มี 2 คู่ เข้าขั้วที่ 2
    4.3 สายที่เหลือ เข้าสวิทช์กุญแจแก๊กกลางคืน เพื่อต่อ HE-DY เพื่อเพิ่มกระแสไฟเวลาขับตอนดึก
    5. แบต ควรเปลี่ยนแบตใหม่ เพื่อลดการหาสาเหตุ
    6. ล้อแม่เหล็กควรมีแรงเหนี่ยวนำ (แรงดูด) สูง เพื่อเพิ่มการสร้างกระแสไฟ
    7. ตัวแปลงไฟควรใช้แบบบริดไอโอด เพราะเคยลองวัดโวลต์ออกดีกว่าแบบธรรมดา
    สายไฟต้องไม่ลงกราวด์

    ผมแก้ไขและหาสาเหตุเองโดยศึกษาจากคู่มือการซ่อม ปกติรถใช้งานได้ดีมาก 6V.
    ลองดูนะครับ

  7. #7

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sumade อ่านข้อความ
    1. ลองสตาร์ท ติดแล้ว ลองถอดสายชาร์ตจากตัวแปลงไฟที่เข้าแบตออก
    1.1 เมื่อบิดเล็กน้อย หากดับ แสดงว่าชาร์ตไม่เข้า
    1.2 เมื่อบิดเล็กน้อย หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตพอได้
    1.3 หากไม่บิด (รอบเดินเบา) หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตดี
    1.4 หากบิดเล็กน้อยและเปิดไฟหน้า หากไม่ดับแสดงว่าดีมาก
    (หากชาร์ตดี เวลามือจับที่สายไฟที่ออกตัวชาร์ตแล้วจับโครงรถ จะรู้สึกว่าไฟดูดเล็กน้อย)
    ถ้าจะให้แน่นอน ลองใช้คีบแอมป์ คีบที่สายไฟที่ออกจากตัวชาร์ต จะได้ประมาณ 4-6 แอมป์
    การวัดแรงดันไฟ (โวลต์) DC ที่ออกจากตัวชาร์ตไฟ อย่างเดียวไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งคอยล์มัดไฟลงกราวน์ มีโวลต์ออก 13 DC V. แต่แอมป์ไม่มี ก้อชาร์ตไม่ดี
    2. มัดไฟ ควรวัดแรงดันไฟและแอมป์ ย่าน AC ก่อนเข้าตัวแปลงไฟ หากรอบเดินเบาควรมีค่า 13-15 VAC.
    และ 4-5 A.
    3. วัดค่าความต้านทานของขดลวดมัดไฟกับสายคอมมอน แต่ละเส้นตวรมีค่า 1.0-0.5 โอมม์ และแต่ละเส้นวัดกับตัวโครงต้องไม่ลงกราวนด์ หากลงกราวนด์จะมีมีกระแสไฟออก : ไฟฟ้าที่รถใช้จะใช้กระแสไฟ
    4. การต่อสายจากมัดไฟ (มี 3 เส้น) ต้องต่อให้ถูกต้อง ที่ตัวแปลงไฟมี 2 ขั้ว
    4.1 สายคอมมอนของมัดไฟ (สายที่รวมจากแต่ละชุด เป็นหลักการของ AC DYNAMO) เข้าที่ขั้วที่ 1
    4.2 สายใดก็ได้ แนะนำสายที่มี 2 คู่ เข้าขั้วที่ 2
    4.3 สายที่เหลือ เข้าสวิทช์กุญแจแก๊กกลางคืน เพื่อต่อ HE-DY เพื่อเพิ่มกระแสไฟเวลาขับตอนดึก
    5. แบต ควรเปลี่ยนแบตใหม่ เพื่อลดการหาสาเหตุ
    6. ล้อแม่เหล็กควรมีแรงเหนี่ยวนำ (แรงดูด) สูง เพื่อเพิ่มการสร้างกระแสไฟ
    7. ตัวแปลงไฟควรใช้แบบบริดไอโอด เพราะเคยลองวัดโวลต์ออกดีกว่าแบบธรรมดา
    สายไฟต้องไม่ลงกราวด์

    ผมแก้ไขและหาสาเหตุเองโดยศึกษาจากคู่มือการซ่อม ปกติรถใช้งานได้ดีมาก 6V.
    ลองดูนะครับ
    ถ้ามีรูปประกอบการทำเป็นขั้นตอน จะดีมากเลยครับ ขอบคุณครับ

  8. #8
    Junior Member
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ข้อความ
    14
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sumade อ่านข้อความ
    1. ลองสตาร์ท ติดแล้ว ลองถอดสายชาร์ตจากตัวแปลงไฟที่เข้าแบตออก
    1.1 เมื่อบิดเล็กน้อย หากดับ แสดงว่าชาร์ตไม่เข้า
    1.2 เมื่อบิดเล็กน้อย หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตพอได้
    1.3 หากไม่บิด (รอบเดินเบา) หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตดี
    1.4 หากบิดเล็กน้อยและเปิดไฟหน้า หากไม่ดับแสดงว่าดีมาก
    (หากชาร์ตดี เวลามือจับที่สายไฟที่ออกตัวชาร์ตแล้วจับโครงรถ จะรู้สึกว่าไฟดูดเล็กน้อย)
    ถ้าจะให้แน่นอน ลองใช้คีบแอมป์ คีบที่สายไฟที่ออกจากตัวชาร์ต จะได้ประมาณ 4-6 แอมป์
    การวัดแรงดันไฟ (โวลต์) dc ที่ออกจากตัวชาร์ตไฟ อย่างเดียวไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งคอยล์มัดไฟลงกราวน์ มีโวลต์ออก 13 dc v. แต่แอมป์ไม่มี ก้อชาร์ตไม่ดี
    2. มัดไฟ ควรวัดแรงดันไฟและแอมป์ ย่าน ac ก่อนเข้าตัวแปลงไฟ หากรอบเดินเบาควรมีค่า 13-15 vac.
    และ 4-5 a.
    3. วัดค่าความต้านทานของขดลวดมัดไฟกับสายคอมมอน แต่ละเส้นตวรมีค่า 1.0-0.5 โอมม์ และแต่ละเส้นวัดกับตัวโครงต้องไม่ลงกราวนด์ หากลงกราวนด์จะมีมีกระแสไฟออก : ไฟฟ้าที่รถใช้จะใช้กระแสไฟ
    4. การต่อสายจากมัดไฟ (มี 3 เส้น) ต้องต่อให้ถูกต้อง ที่ตัวแปลงไฟมี 2 ขั้ว
    4.1 สายคอมมอนของมัดไฟ (สายที่รวมจากแต่ละชุด เป็นหลักการของ ac dynamo) เข้าที่ขั้วที่ 1
    4.2 สายใดก็ได้ แนะนำสายที่มี 2 คู่ เข้าขั้วที่ 2
    4.3 สายที่เหลือ เข้าสวิทช์กุญแจแก๊กกลางคืน เพื่อต่อ he-dy เพื่อเพิ่มกระแสไฟเวลาขับตอนดึก
    5. แบต ควรเปลี่ยนแบตใหม่ เพื่อลดการหาสาเหตุ
    6. ล้อแม่เหล็กควรมีแรงเหนี่ยวนำ (แรงดูด) สูง เพื่อเพิ่มการสร้างกระแสไฟ
    7. ตัวแปลงไฟควรใช้แบบบริดไอโอด เพราะเคยลองวัดโวลต์ออกดีกว่าแบบธรรมดา
    สายไฟต้องไม่ลงกราวด์

    ผมแก้ไขและหาสาเหตุเองโดยศึกษาจากคู่มือการซ่อม ปกติรถใช้งานได้ดีมาก 6v.
    ลองดูนะครับ
    ทดสอบแล้วครับปรากฏว่างานเข้าครับ มัดข้าวต้มเสียเลยต้องซ่อมใหญ่ประมาณ 1 อาทิตย์ เปิดฝาออกมามีน้ำมันเยิ้มเลย ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับคำแนะนำทั้งหลายที่มีน้ำใจใ ห้

  9. #9

    มาตรฐาน


    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sumade อ่านข้อความ
    1. ลองสตาร์ท ติดแล้ว ลองถอดสายชาร์ตจากตัวแปลงไฟที่เข้าแบตออก
    1.1 เมื่อบิดเล็กน้อย หากดับ แสดงว่าชาร์ตไม่เข้า
    1.2 เมื่อบิดเล็กน้อย หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตพอได้
    1.3 หากไม่บิด (รอบเดินเบา) หากไม่ดับ แสดงว่าชาร์ตดี
    1.4 หากบิดเล็กน้อยและเปิดไฟหน้า หากไม่ดับแสดงว่าดีมาก
    (หากชาร์ตดี เวลามือจับที่สายไฟที่ออกตัวชาร์ตแล้วจับโครงรถ จะรู้สึกว่าไฟดูดเล็กน้อย)
    ถ้าจะให้แน่นอน ลองใช้คีบแอมป์ คีบที่สายไฟที่ออกจากตัวชาร์ต จะได้ประมาณ 4-6 แอมป์
    การวัดแรงดันไฟ (โวลต์) DC ที่ออกจากตัวชาร์ตไฟ อย่างเดียวไม่ถูกต้อง เพราะบางครั้งคอยล์มัดไฟลงกราวน์ มีโวลต์ออก 13 DC V. แต่แอมป์ไม่มี ก้อชาร์ตไม่ดี
    2. มัดไฟ ควรวัดแรงดันไฟและแอมป์ ย่าน AC ก่อนเข้าตัวแปลงไฟ หากรอบเดินเบาควรมีค่า 13-15 VAC.
    และ 4-5 A.
    3. วัดค่าความต้านทานของขดลวดมัดไฟกับสายคอมมอน แต่ละเส้นตวรมีค่า 1.0-0.5 โอมม์ และแต่ละเส้นวัดกับตัวโครงต้องไม่ลงกราวนด์ หากลงกราวนด์จะมีมีกระแสไฟออก : ไฟฟ้าที่รถใช้จะใช้กระแสไฟ
    4. การต่อสายจากมัดไฟ (มี 3 เส้น) ต้องต่อให้ถูกต้อง ที่ตัวแปลงไฟมี 2 ขั้ว
    4.1 สายคอมมอนของมัดไฟ (สายที่รวมจากแต่ละชุด เป็นหลักการของ AC DYNAMO) เข้าที่ขั้วที่ 1
    4.2 สายใดก็ได้ แนะนำสายที่มี 2 คู่ เข้าขั้วที่ 2
    4.3 สายที่เหลือ เข้าสวิทช์กุญแจแก๊กกลางคืน เพื่อต่อ HE-DY เพื่อเพิ่มกระแสไฟเวลาขับตอนดึก
    5. แบต ควรเปลี่ยนแบตใหม่ เพื่อลดการหาสาเหตุ
    6. ล้อแม่เหล็กควรมีแรงเหนี่ยวนำ (แรงดูด) สูง เพื่อเพิ่มการสร้างกระแสไฟ
    7. ตัวแปลงไฟควรใช้แบบบริดไอโอด เพราะเคยลองวัดโวลต์ออกดีกว่าแบบธรรมดา
    สายไฟต้องไม่ลงกราวด์

    ผมแก้ไขและหาสาเหตุเองโดยศึกษาจากคู่มือการซ่อม ปกติรถใช้งานได้ดีมาก 6V.
    ลองดูนะครับ
    แจ๋วเลยครับ

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •