มาเทียวกันนะครับ
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

ชื่อกระทู้: มาเทียวกันนะครับ

  1. #1
    Junior Member กู้ซาก รุ่น1's Avatar
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ข้อความ
    9
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน มาเทียวกันนะครับ



    ทิวทัศน์เมืองน่าน เมื่อมองจากจุดชมวิว“วัดพระธาตุเขาน้อย”
    ณ ขณะนี้ เอ่ยขานนามว่า “ปาย” นักท่องเที่ยวน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักอำเภอแห่งนี้

    ปา ย เป็นอำเภอเล็กๆซ่อนตัวอยู่กลางขุนเขา ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปายซ่อนเร้นอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆถูกเผยตัวขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวที่มองเ ห็นเสน่ห์จากเมืองเล็กๆ เมืองนี้ ในเวลานี้เพียงไม่ถึง 10 ปี นับตั้งแต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาต ิประเภทแบ็คแพ็คเกอร์ ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวในปา ยเป็นพวกแรก ก่อนที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะมารู้จักและเที่ยวๆๆกัน จนปายในวันนี้เปลี่ยนโฉมไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

    จาก เมืองเล็กๆที่มีเจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ ่ ถูกแปรสภาพกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ มีโรงแรม รีสอร์ทเล็ก-ใหญ่ เกิดขึ้นมากมายเมื่อของใหม่ๆเข้ามาแทนที่ ของเก่าบรรยากาศเก่าๆของปายก็หายไป คนต่างถิ่นอพยพย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานกันมากขึ้น เจ้าถิ่นเดิมต้องถอยร่นออกมาอยู่นอกเมือง

    ยามเช้ากับวัตรปฏิบัติอันสงบงามของพระสงฆ์เมืองน่าน
    ใน ความเป็น “ปาย” อันเรืองรองด้วยทรัพย์ทางการท่องเที่ยว ที่เหล่าผู้ประกอบการเก็บเกี่ยวกันอย่างเป็นกอบเป็นก ำนั้น ก็ยังมีความเสื่อม ที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเบื่อหน่าย และเล็งหาที่พักพิงทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ไว้รองรั บต่อจากปาย

    เมือง ใหม่ที่พิสุทธิ์ด้วยธรรมชาติมิแตกต่างจากปายในอดีต ธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งและยังสงบงามตามวิถี และมีเมืองหนึ่ง ที่ปีนี้สถิติการท่องเที่ยวนับแต่ช่วงปีใหม่เป็นต้นม าดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ข้ามหน้าข้ามตาจังหวัดใหญ่ๆในภาคเหนือ นั่นก็คือ“น่าน” จังหวัดเล็กๆที่มีสโลแกนพูดกันในกลุ่มผู้ไปแอ่วน่านว ่า เป็นจังหวัดที่มีไว้สำหรับคนตั้งใจมาเท่านั้น หากไม่ได้ตั้งใจมาจะมาไม่ถึง เพราะน่านไม่ใช่เมืองผ่าน แต่เป็นเมืองชายแดนที่ต้องผ่านหนทางอันคดเคี้ยวและภู เขาสูงกว่าจะมาถึง

    อาจ เพราะเหตุนี้น่านจึงยังคงความเป็นน่านได้นานจนทุกวัน นี้ แต่เมื่อน่านเริ่มเปิดตัวสู่โลกภายนอกมากขึ้นต้องต้อ นรับแขกมากขึ้น ทำให้ชาวน่านและนักท่องเที่ยวที่รักเมืองน่านอดเป็นห ่วงไม่ได้ว่าในอนาคต น่านอาจจะกลายเป็น “ปายแห่งที่ 2" เพราะน่านมีสถานที่ท่องเที่ยวครบรสทั้ง วัด วัง ป่าเขา และวิถีชีวิต และยังมีบรรยากาศหลายอย่างคล้ายคลึงกับปาย

    วิถีชาวน่านที่ยังคงแนบแน่นอยู่พระพุทธศาสนา
    แหล่ง ท่องเที่ยวของน่านมีมากมาย เช่น วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดที่มีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะตามคติความเชื ่อของล้านนา วัดภูมินทร์ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่าน ด้วยเพราะมีจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องชื่อ ด้านธรรมชาติเรื่องการล่องแก่งลำน้ำว้าก็สนุกไม่แพ้ใ คร ที่อุทยานฯภูคายังมีดอกไม้หายากอย่าง ชมพูภูคา ที่หนึ่งปีจะบานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

    น่านไม่กลายพันธุ์

    การ ที่น่านเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้นเช่นนี้ คนน่านเองก็เห็นและตั้งข้อสังเกต พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง ด้วยเกรงว่า น่านในอนาคตหากไม่มีการวางแผน การจัดการที่ดี อาจจะเจริญรอยตามปายได้ไม่ยาก

    สโรช รัตนมาศ วัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้แสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ที่คลุกคลีกับงานด้านวัฒ นธรรมเมืองน่านและเป็น ผู้หนึ่งที่แลเห็นความเป็นไปของน่าน ได้กล่าวว่า เมืองน่านนั้นหากเป็นภายในเกาะเมืองอย่าง “หัวแหวนเมืองน่าน” ซึ่งได้รับการประกาศเป็นเมืองเก่าตามมติคณะรัฐมนตรีป ี 2540 เป็นแห่งที่สองรองจากเกาะรัตนโกสินทร์ และเป็นความภาคภูมิใจของคนน่านเพราะมีเพียงสองแห่งใน ประเทศไทยเท่านั้น เป็นจุดที่ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่ เพราะมีหลายหน่วยงานดูแลมีมาตรการคุ้มครองอยู่ วัดวาอารามก็มีกฎหมายของศิลปากรดูแลอยู่

    “หากนักท่อง เที่ยว เที่ยวในเมือง เขาจะถูกจำกัดโดยบริบทของเมืองเอง เพราะตัวเมืองเล็กและที่พักไม่มาก”สโรชกล่าวถึงการท่ องเที่ยวในตัวเมืองน่าน

    เสาดินนาน้อย ประติมากรรมธรรมชาติอันโดดเด่นแห่งเมืองน่าน
    ส่วน เรื่องความเป็นกังวลว่าน่านจะเปลี่ยนไปจนเหมือนปายนั ้น ตรงนี้ สโรช มองว่า ขึ้นอยู่กับความคิดของคนน่านเอง ปายที่เสียหายก็เพราะเกิดจากการเปลี่ยนมือจากผู้ประก อบการท้องถิ่นไปสู่มือ นายทุนใหญ่กว่า ชาวน่านต้องพยายามรักษาต้นทุนไว้ได้ให้นานที่สุด คนที่มาเปิดโรงแรมทำรีสอร์ทเราไม่ได้ห้ามไม่ให้ก่อสร ้าง แต่ไม่อยากให้เหมือนปาย อย่างสิ่งปลูกสร้างเขาต้องให้เราดูด้วย ถ้าจะสร้างอะไรที่มันมากไปเราก็ต้องจำกัด ต้องดูด้วยว่าสร้างตรงไหนบ้าง

    “ใน เขตเมืองไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ เพราะครึ่งเมืองก็เป็นสถานที่ราชการยังดูแลทั่วถึง แต่ที่น่าห่วงคือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติโดยเฉพ าะอำเภอ “ปัว“ที่ มีคนบอกว่าเหมือนปายมากหยั่งกะฝาแฝด มีแม่น้ำมีป่าเขาตรงนั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวน 85เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 15 เปอร์เซ็นต์ เหลือเป็นพื้นที่อยู่อาศัย 5 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นตรงนี้เรายังมีอุทยานมาบล็อกไว้อย ู่ แต่ก็ยังกลัวว่าพอนายทุนลงไปอะไรก็เกิดขึ้นได้”สโรชก ล่าว

    ท้องทุ่ง อ.ปัว เมืองที่มีลักษณะหลายอย่างคล้ายปาย
    ด้านคนน่านโดยกำเนิดอีกคนหนึ่งอย่าง พ.ต.ต.ปพนพัชร์ ใบยา หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มเฮาฮักน่าน ที่เน้นช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสในน่าน กล่าวถึงกรณีที่มีคนชอบนำปายกับน่านมาเปรียบเทียบกัน ว่า ตนเองเคยได้ยินคนน่านเองตั้งคำถามเหมือนกันว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เมืองน่านกลายเป็นเหมือนปาย เพราะตอนนี้ปายกลายเป็นธุรกิจไปแล้วความเป็นธรรมชาติ ที่แท้จริงของปายได้หาย ไปหลังความเจริญเข้ามาแทนที่

    “เราก็มาคุยกันในกลุ่ม โดยการเสนอความคิดเห็นว่า เราจะทำอย่างไรดีในฐานะกลุ่มคนรุ่นใหม่ของเมืองน่าน เพราะสำหรับคนน่านเองลึกๆแล้วเขาก็กลัวว่าน่านจะเป็น เหมือนปายเช่นกัน อย่างปีนี้ที่เที่ยวน่านติดอันดับหนึ่งในสามของที่เท ี่ยวในภาคเหนือ ก็เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของคนน่านอยู่พอสมคว ร”หนึ่งในผู้ก่อตั้ง กลุ่มเฮาฮักน่านกล่าว

    ทั้งนี้เขายังได้มองอีกประการ หนึ่งว่า การแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่ต้อง เป็นคนน่านช่วยกันรักษา น่านวันนี้ไม่ให้เปลี่ยนแปลง เพราะการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวน่าน ก็เพราะน่านเป็นน่านไม่ใช่ที่อื่น

    วัดมิ่งเมือง สถานที่ตั้งเสาหลักเมืองน่าน
    “เรา ไม่อยากให้ใครมองน่านเป็นที่อื่น เพราะน่านก็มีเอกลักษณ์มีสังคมคนละแบบกับปาย น่านเป็นเมืองที่ยังมีความเป็นสังคมชนบท ยังจะรักษาได้ถ้าองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้มแข็ง น่านเหมาะเป็นเมืองสำหรับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถามว่าน่านมีโอกาสเป็นเหมือนปายไหม ตอบได้เลยว่ามี แต่จะช้าหรือเร็วก็อยู่ที่คนน่านเอง ความเจริญมีข้อดี แต่ก็มีข้อเสีย การรับนักท่องเที่ยวเข้ามาเราต้องมีความพร้อมด้วย”พ. ต.ต.ปพนพัชร์ กล่าว

    เข้าใจถิ่น เข้าใจเที่ยว เข้าใจน่าน

    ส่วนด้านความคิดเห็นของ สำรวย ผัดผล ประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน เขามองว่า การที่น่านเป็นเมืองท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะคนน่านจะได้มีอาชีพทำมากขึ้น จะเกิดอาชีพใหม่ขึ้นจากการท่องเที่ยว แต่ก็ร้องขอนักท่องเที่ยวที่ไปน่านด้วยว่า ให้เรียนรู้ว่าน่านมีข้อจำกัดอะไรบ้าง เช่น เราเป็นเมืองที่มีชนเผ่าหลายเผ่า มีศิลปหัตถกรรมและสถาปัตยกรรมเก่าแก่อยู่หลายอย่าง

    “นัก ท่องเที่ยวมีส่วนที่จะช่วยเราดำรงสิ่งเหล่านี้ไว้ ไม่อยากจะให้นักท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่ง ที่เข้ามาแล้วเข้ามาตั้งเงื่อนไข จนคนน่านต้องเปลี่ยน จะกลายเป็นการทำลายทั้งสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของเรา ”สำรวยแสดงความเห็น

    พร้อม กันนี้เขายอมรับว่า “ในแง่ความกลัวการเปลี่ยนแปลงคนน่านมีแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยอมรับว่าสังคมปัจจุบันเป็นสังค มเปิด จะห้ามไม่ให้ใครไปมาหาสู่คงเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่า คนที่มาน่านขอให้มาช่วยแนะนำและรักษาสิ่งที่ทำให้ท่า นมาน่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านชอบและปรารถนามาเยือนอยู่แล้ว ไม่ให้เบี่ยงไปในทางลบ”

    ถนนคนเดินเมืองน่านแสงสีเล็กๆยามช่วงวันหยุดของคนน่า น
    สำหรับ สิ่งที่คนน่านกังวลอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ก็ไม่ต้องรอให้วัวหายแล้วค่อยมาล้อมคอกทีหลัง ในจุดนี้ สโรช ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไ ด้ กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญตอนนี้อย่างการเข้าวัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง เราก็มีผ้าถุงไว้ให้ผลัดเปลี่ยนสำหรับหญิงที่แต่งการ ไม่เหมาะสม เช่น นุ่งขาสั้นเข้าวัด เป็นต้น

    “คนมาเที่ยวต้องเข้าใจมรดก ทางวัฒนธรรม การมาเที่ยวต้องเข้าใจวิถีชีวิตของแต่ละแห่งก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเที่ยวอย่างขาดข้อมูล ถ้ามีข้อมูลก่อนมาเที่ยวจะช่วยเพิ่มความสนุกให้แก่กา รมาเที่ยว ชุมชนก็ควรต้องเข้าใจบทบาทของตัวเอง ตรงนี้เราประสานกับผู้ประกอบการที่มีอยู่ ให้ข้อคิดว่าท่านมีต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่ได้เปรี ยบอีกหลายจังหวัดอยู่ ท่านจะรักษาไว้ให้กับลูกหลานหรือว่าท่านต้องการทำกำไ รอย่างเดียวแล้ว ทุกอย่างพินาศในเวลาอันรวดเร็วซึ่งคนน่านเองก็เฝ้ามอ งเมืองของเราอยู่อย่าง ใกล้ชิด” สโรชกล่าวแนะ

    ความคิดนี้ดูจะสอดคล้องกับความ คิดของ สำรวย ที่มองว่า น่านจะไม่เปลี่ยนโฉมไปจากนี้หาก กลุ่มผู้ประกอบการทั้งหลายความจะมีการรวมตัวกันอย่าง เข้มแข็งไม่สะเปะสะปะ

    จิตรกรรมฝาผนังอันขึ้นชื่อที่วัดภูมินทร์
    ความ เปลี่ยนแปลงของน่านยุคนี้สภาพแวดล้อมถูกทำลายไปเยอะ อุทยานฯทั้ง 7 แห่งของน่านที่เป็นเป้าหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยว ก็ควรจะมีส่วนร่วมของชุมชน อย่าให้คนมาเที่ยวจนหลงลืมว่าเป็นอุทยานฯที่ต้องพิทั กษ์สิ่งแวดล้อม

    “สิ่ง ที่คนฮักเมืองน่านควรทำ คือ เรื่องการปลูกฝังไม่ให้คนน่านลืมแผ่นดินถิ่นเกิดของต นเอง ให้เข้าใจถิ่น เข้าใจที่เข้าใจเที่ยว เท่านี้ก็ไม่ใครมาทำอะไรน่านได้แล้ว”สำรวยกล่าวทิ้งท ้าย

    น่าน ในทุกวันนี้ยังขับเคลื่อนต่อไป เป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต แม้ว่าสิ่งที่คนน่านหวาดกลัวจะยังไม่เกิดขึ้น แต่หากไร้การป้องกัน การวางแผน และการจัดการที่ถูกทิศทาง เมืองอันสงบงมแห่งนี้ก็อาจจะแปรวิถีไปจากเดิมก็เป็นไ ด้

  2. #2
    UnDerGrounD yellowman's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    สถานที่
    KUDCHUM RIDER CLASSIC
    ข้อความ
    475
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    10

    มาตรฐาน

    แอ่วน่าน

    Thanks: ฝากรูปฟรี เว็บโฮสติ้ง ข้อมูลท่องเที่ยว

    "นัท"

    <<087-9603-513>>__<<KKP_13@HOTMAIL.COM>>


  3. #3
    Junior Member
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    ข้อความ
    3
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน มาเลย คับ มา เที่ยว น่าน


    มาเลย คับ ทุก คน รอ ต้อ น รับ อยู่

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •