ความจริงเกี่ยวกับ หวัด 2009
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

ชื่อกระทู้: ความจริงเกี่ยวกับ หวัด 2009

  1. #1
    Junior Member [P]oTE's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    89
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน ความจริงเกี่ยวกับ หวัด 2009



    ถามตอบยอดฮิต เกี่ยวกับหวัด 2009

    1. โรคนี้ไม่รุนแรง ไม่น่ากลัว
    Answer : ความจริงคือ
    1. ไข้หวัด 2009 ดูเหมือนไม่รุนแรง อัตราตายต่ำ แต่แพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว ( การแพร่กระจายสูง)
    2. ความน่ากลัวของหวัด 2009 คือการกลายพันธุ์ต่างหาก และการกลายพันธุ์จะเกิดง่ายที่สุด เมื่อคน 1 คน หรือสัตว์ 1 ตัว ทะลึ่งติดหวัด 2 ชนิดพร้อมกัน (เช่นหวัด 2009 + หวัด ธรรมดา พร้อมกัน หรือ หวัด 2009 + หวัดนก พร้อมกัน)

    ขณะนี้"หวัดนกซึ่งรุนแรงและมีอัตราตายสูงมากกก ยังไม่ได้หายไป"
    และแนวโน้มของหวัดนก จะ"ระบาดซ้ำอีก ทุกๆปลายปี"
    แม้ว่าหวัด 2009 มันไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้แพร่แบบนี้ "อีกไม่นานมันอาจผสมกัน"

    .........เอาความสามารถในการแพร่กระจายของหวัด 2009 บวกกับความรุนแรงของหวัดนก เมื่อนั้นก็หายนะ !!!!!

    และนั่นคือสาเหตุ ที่อยากให้คนไทยทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้เป็นหวัด อย่าให้โรคนี้แพร่กระจายไปกว่านี้

    ถ้า เป็นหวัดแล้ว แยกตัวจากคนอื่นทันที อย่าแรดเดินตลาด อย่าแรดไปห้างหรือที่ชุมชน และ ใส่หน้ากากทันทีอย่าให้แพร่เชื้อสู่คนและสัตว์รอบข้า ง ถึงแม้จะอยู่บ้านที่มีสมาชิกแค่ 2 คนก็ตาม

    2. ถ้าเป็นขึ้นมา ไปหาหมอเดี๋ยวก็หาย???

    Answer : แม่เจ้า พศ.นี้ยังเข้าใจกันแบบนี้อีกเหรอนี่??

    คุณรู้มั้ยว่า เวลาคุณไปหาหมอเพราะเป็นหวัด หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ให้คุณ แต่ไม่มียาฆ่าเชื้อหวัด!!!
    นอก จากคุณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม เช่น ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ หมอจึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ติดซ้ำเติมให้ แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสหวัดให้อยู่ดี!!
    เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยาฆ่าไวรัส มันแพงมาก และไม่คุ้มที่จะแจกจ่ายพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ไวรัสยิ่งกลายพันธุ์ดื้อยาขึ้นไปอีก
    99.99% ของคลินิก และ โรงพยาบาลขนาดเล็ก จึงไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัสหวัด ไว้ในสต็อกยาเลย

    สิ่ง ที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัด คือการกินยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ตามอาการ แล้วนอนพักผ่อนมากๆ พยายามอย่าไปแพร่เชื้อใส่ใคร เดี๋ยวก็หายเพราะร่างกายรักษาตัวเอง

    แต่กรณีไข้หวัดใหญ่ มีลุ้นหน่อย เพราะเชื้อรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา บางคนหาย บางคนไม่รอด
    ณ จุดนี้ยังนับว่าโชคดี ที่อัตราตายจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังนับว่าต่ำอยู่.... แต่อย่างที่บอกข้อแรก มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไหม?....

    (ข้อแปลก เกี่ยวกับหวัด 2009 ที่ไม่เหมือนหวัดใหญ่สเปน คือ หวัดสเปน คนตายมักเป็นคนร่างกายอ่อนแอชัดเจนเช่นคนแก่ และเด็ก
    แต่ หวัด2009 อัตราตายค่อนข้างมั่วซั่ว คนหนุ่มสาวก็มีตาย มีบางทฤษฎี บอกว่า อาจเป็นเพราะไม่ได้ตายจากเชื้อ แต่ตายจากระบบภูมิคุ้มกันตัวเองที่พยายามฆ่าเชื้อโรค แต่ร่างกายแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนเซลล์ติดเชื้อ อันไหนเซลล์ตัวเองที่ยังดีอยู่ เลยทำลายล้างบางหมด ร่างกายคนหนุ่มสาวภูมิต้านทานดี ระบบทำลายนี้เลยทำลายตัวเองได้ดีตามไปด้วย........อย ่างไรก็ตาม ขณะนี้ ความเห็นนี้ยังเป็นแค่ทฤษฎี ....)

    ส่วน Tamiflu น่ะ อย่าไปหวังอะไรกับมันมากเลย เพราะ
    - ตอนนี้ยาขาดตลาดสุดๆ รพ. หลายแห่ง หายานี้มา Stock ไว้ไม่ได้
    - ยานี้จะออกฤทธิ์ได้ดี เมื่อคนไข้ถูกตรวจพบเจอก่อนเกิดอาการ แล้วคนไข้คนไหนจะกระแดะเดินไปหาหมอตอนไม่มีอาการล่ะ ( ถึงกระแดะไปหา หมอก็ไม่กระแดตรวจ Swab ให้หรอก หรือ ถึงหมอกระแดะตรวจให้ คุณจะกระแดะจ่ายค่าตรวจราคา4000+ บาท(ไม่รู้อัพราคารึยัง?) โดยมีอาการแค่นิดๆมั้ยล่ะ?)
    - ตอนนี้เริ่มมีรายงาน เชื้อดื้อยา Tamiflu แล้ว (บอกแล้ว ว่าไวรัสมันกลายพันธุ์ เร็ว)
    Name:  A8060907-3.jpg
Views: 89
Size:  57.5 KB

  2. #2
    Junior Member [P]oTE's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    89
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน

    3. ฉีดวัคซีนป้องกันได้???

    Answer : วัคซีนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือวัคซีน ป้องกัน ไข้หวัดใหญ่สเปน
    เป็น H1N1 เหมือนกัน แต่เป็นเชื้อคนละตัว ( เหมือนตระกูลงวงคำเหมา เหมือนกัน แต่ หม่ำกับ ตุ๊กกี้เป็นคนละคนกัน มีสิ่งที่ชอบที่กลัวไม่เหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือ ในทางทฤษฎี วัคซีนนี้ ไม่น่าจะป้องกันหวัด 2009 ได้เลย แต่ให้ฉีดไว้ก่อนเพราะ

    - ตอนแรกนักวิทย์คำนวณไว้อยู่แล้วว่า ปีนี้ ไข้หวัดสเปนต้องระบาด (ใครจะนึกว่ามันทะลึ่งกลายพันธุ์เป็น 2009 ) อย่างน้อยการฉีดนี้เป็นการตัดไข้หวัดสเปนออกไปก่อน พูดง่ายๆ คือ ถ้าใครเดินมา รพ. เราจะได้สงสัยไปเลยว่าเป็น หวัด 2009 ไม่ใช่หวัดสเปน จะได้ง่ายต่อการควบคุมรักษา

    - ถ้าเกิดไข้หวัดสเปน เกิดบ้าจี้ ระบาดขึ้นมาพร้อมกันตอนนี้ อัตราตายมันสูงกว่า หวัด 2009 มากนะ

    - แม้ทางทฤษฎี วัคซีนนี้จะกัน 2009 ไม่ได้เลย แต่ไหนๆมันก็เชื้อตระกูลเดียวกัน และเป็นเชื้อใหม่ด้วย ใครจะไปรู้ว่ามันอาจป้องกันหวัด 2009 ได้ซัก 1% ก็ได้ มีตังค์ก็ฉีดๆ ไปเหอะ Better Than Nothing แต่ต้องรู้นะ ว่า การฉีดวัคซีนนี้ ไม่ได้แปลว่า คุณไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่ได้แปลว่าคุณมีภูมิคุ้มกันต่อหวัด 2009 แล้ว มันแค่ลดความเสี่ยงไปซักถึง 1% รึเปล่ายังไม่รู้เลย??

    4. แล้วอะไร คือสิ่งที่ควรทำตอนนี้???

    Answer :


    4.1 ระดับส่วนตัวและครอบครัว

    ในภาวะปกติ

    ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ทุกแหล่งชุมชนคือจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องแอร์ระบบปิด เช่นในห้างสรรพสินค้า โรงหนัง บนรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ถ้าจะเดินเข้าแหล่งชุมชนเหล่านี้ ควรใส่หน้ากากป้องกันตัวเองได้แล้ว!!!!!


    ถ้าคุณมีอาการของโรคหวัด แค่ ไอ จามเล็กๆน้อยๆ

    ควรแยกตัวจากครอบครัวและสังคมเท่าที่ทำได้ เช่นแยกห้องนอนจากคนอื่น ถ้าต้องอยู่ร่วมกันก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา (หาซื้อไม่ได้ ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาผูกไว้ก็ยังดีกว่าหายใจรดกันตรงๆ)

    ปิดปากปิดจมูกเสมอ อย่าหายใจรดใคร อย่าไอจามใส่ที่สาธารณะ เลิกถ่มน้ำลายลงพื้นได้แล้ว

    ล้างมือให้บ่อยที่สุด การเอามือไปป้ายโน่นป้ายนี่ เป็นช่องทางการแพร่เชื้อที่ดีเยี่ยม

    ตอน เช้าตื่นนอน กรุณา เปิดหน้าต่างกว้างๆ เปิดพัดลมไล่อากาศออกซักนิด ก่อนจะให้ใครคนอื่นเดินเข้ามาในห้องเรา เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ปลอกหมอน หมั่นซักบ่อยๆ ( ไม่รู้มีคราบเสมหะ ตอนเราไอจามติดอยู่รึเปล่า ) ล้างมือให้บ่อยที่สุด แต่ไม่ต้องถึงกับแยกห้องน้ำหรอกนะ แค่เอาแปรงสีฟันเราออกมาเก็บเอง อย่าใส่ถ้วยเดียวกะคนอื่นก็พอ

  3. #3
    Junior Member [P]oTE's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    89
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน

    อาการอย่างไรจึงควรไปตรวจที่รพ.?

    1. มีไข้ 38 ํC ขึ้นไปร่วมกับ
    2. อาการอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ, ไอ, หายใจผิด ปกติ (หอบ, ลำบาก), หรือแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ร่วมกับ มีผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือในที่ทำงานป่วยสงสัยไข้หวัดใ หญ่หรือปอดอักเสบ ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนวันเริ่มป่วย
    ถ้าอาการแค่เป็นหวัดเจ็บ คอธรรมดา ไข้ไม่สูง ไม่นอนซม ไม่ต้องวิ่งไปรับเชื้อที่รพ.นะ อย่าลืมว่าตอนนี้ รพ.นั่นแหละ เป็นแหล่งแพร่เชื้อที่ดีที่สุด.................


    4.2 ระดับนโยบายของรัฐ และ สื่อมวลชน

    มา ดูกันนิดนึง ว่าทำไมประเทศเราถึงควบคุมการระบาดไม่ได้เลย ขณะที่ประเทศต้นตำรับการระบาดอย่าง Mexico ซึ่งไม่ได้เจริญกว่าบ้านเราเลย เขาถึงควบคุมการระบาดระลอกแรกได้....

    จำข่าวได้มั้ย ว่าตอนแรกที่ Mexico เขาระบาดเขาทำอะไรบ้าง ??
    ปิด เลย !!! เขากล้าพอที่จะปิด โรงเรียนทุกแห่ง โรงหนังทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกัน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้ง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ใหญ่ๆด้วย
    นั่นคือสาเหตุที่เขาควบคุมการระบาดระลอกแรกได้ทันทีใ นสัปดาห์ต่อมา....

    แล้วพี่ไทยล่ะทำอะไรบ้าง ?? นอกจากออกข่าว ว่า ไม่มีอะไร้ ไม่น่ากลัว แต่คนติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย หลักพันทุกวัน???
    มัวแต่กลัวว่าเศรษฐกิจจะทรุด การท่องเที่ยวจะกระทบ ...
    คิดกันบ้างมั้ยว่า ถ้าคนไทย ตัยหอง กันหมด จะมีเศรษฐกิจดีๆไว้ทำอารายจ๊ะ??
    เศรษฐกิจ คือ สิ่งที่เราสร้างได้แน่นอน ถ้าคนไทยยังมีลมหายใจอยู่

    ขออธิบายเรื่องการกลายพันธุ์ ของไวรัสล้วนๆ จะได้รู้ว่าทำไมถึงคิดว่าเราควรตื่นตัว

    อธิบายความรู้พื้นฐานเพื่อให้เข้าใจก่อน

    HOST = เหยื่อ ที่ไวรัสเข้าไปฝังตัว ( มนุษย์ หรือ หมู / นก สัตว์ต่างๆที่มันเข้าไปสิง)
    HOST cell = เซลล์ ของเหยื่อ ที่ไวรัสเข้าไปฝังตัว ( เซลล์ มนุษย์ หรือ สัตว์)


    +++ปฏิบัติการเมื่อไวรัสเข้าไปใน HOST Cell+++

    ไวรัส เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ครบองค์ประกอบของการเป็นเซลล์ มันจึงไม่สามารถแพร่พันธุ์ด้วยตัวเองได้ แต่จะแพร่พันธุ์โดยการฝังตัวเข้าไปใน HOST cell

    ดูรูปประกอบ พื้นที่ สีชมพูทั้งหมด คือ HOST cell
    รูปหกเหลี่ยมสีเหลือง คือไวรัส
    หมายเลข 1-2 คือ ไวรัส สัมผัสผิวเซลล์ แล้วจะละลายตัวเองเข้ากับผนังเซลล์ บุกเข้ามาภายใน Host Cell
    หมายเลข 3 เมื่อเข้ามาแล้ว ไวรัสจะสลายเปลือกตัวเอง เหลือแต่ RNA คือเกลียวสีแดงในรูป
    หมาย เลข 4a RNA คือสารพันธุกรรมของไวรัส ที่จะหลอกล่อ RNA ของHost ( เกลียวสีน้ำเงิน) ให้มาประกบตัว เพื่อสร้างไวรัสตัวใหม่ออกมามากมาย ( ปกติ RNA ของมนุษย์ มีไว้สร้าง โปรตีน และสารจำเป็นอื่นๆต่อร่างกาย และแน่นอนมันเป็นสารที่มีรหัสพันธุกรรมมนุษย์อยู่ด้ว ย)
    ในรูป
    4b คือ RNA ไวรัส หลอก RNA มนุษย์ ให้สร้างเปลือกใหม่ ให้มันแทนอันที่มันสลายทิ้งไปตอนแรก
    4c คือ RNA ไวรัส หลอก RNA มนุษย์ ให้สร้าง RNA ไวรัสใหม่ (ที่ปะปนกับ RNA มนุษย์ เรียบร้อยแล้ว จะกลายพันธ์ได้ช่วงที่หนึ่งก็ตอนนี้แหละ)

    หมาย เลข 5-6 ประกอบร่างกันใหม่อีกครั้ง ได้เป็นไวรัสลูก (ที่ขโมย RNA ของ Host มาผสมเรียบร้อย) จำนวนนับหมื่นนับแสน เข้าละลายผนังเซลล์ ของ Host แล้ว บุกออกจากตัว Host ออกสู่โลกภายนอกอีกครั้ง.......ระบาดดด นั่นเอง.....


    ไวรัสกลายพันธ์อย่างไร
    1. Mutation =การผ่าเหล่าของพันธุกรรม : วิธีนี้ช้า ในมนุษย์ ใช้เวลาหลายร้อยชั่วคน แต่ในไวรัส ไม่กี่รุ่นก็ทำได้ (จำคำอธิบายข้างต้นว่า เพียงพ่อเดียว( host ที่ไวรัสไปฝังตัว--> ไวรัสก็ออกลูกได้เป็นหมื่น จึงไม่ต้องรอหลายรุ่นอย่างมนุษย์) และแน่นอน ไม่ต้องรอนับพันปีอย่างมนุษย์ ไวรัสใช้เวลาเป็นวัน หรือ ชั่วโมงเท่านั้น
    2. Genetic Recombination เป็นวิธีที่เร็วอย่างน่ากลัวเข้าไปอีก อธิบายดังนี้.....

    โปรดดูรูปประกอบอีกครั้ง เกลียวสีแดงๆนั้นแทน RNA ซึ่งล่องลอยไปมาในเซล
    คราว นี้ลองนึกภาพว่า ถ้ามีไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิดขึ้นไปบุกเข้าไปในเซล์Host พร้อมกัน ไวรัสนั้นจะสลายเกราะ ปล่อย RNA ของมันออกมาล่องลอยในเซลล์ ก่อนจะประกอบร่างตัวเองขึ้นมาใหม่เป็นไวรัสลูกหลานออ กนอกเซลล์ ไอ้ตอนนี้แหละท่านผู้ชม... มันก็ลากเอา RNA อะไรก็ได้มาประกอบร่าง ( ทั้งของไวรัสอีกตัวนึง กับของ Host ) ผสมกันออกจากเซลล์ กลายเป็น ไวรัสพันธุ์ใหม่เสร็จสรรพ.....


    นี่คือที่มาว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ธรรมด๊าธรรมดา กลายมาเป็นไข้หวัดหมู เม็กซิโก 2009 ได้ยังไง
    สรุป ง่ายๆคือ Host ( คนหรือสัตว์) เกิดแจ็คพ็อตติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิดขึ้นไปในคราวเดียวกัน ไวรัสก็จะไปผสมพันธุ์กันในร่างเหยื่อคนนั้น ก่อให้เกิดไวรัสพันธ์ใหม่ พร้อมกันทีเดียวหลายพันหลายหมื่นเผ่าพันธ์ แต่แน่นอน การผสมมั่วซั่วเหล่านี้ ไวรัสพันธ์ใหม่ที่ได้ส่วนใหญ่ จะอยู่ไม่รอดในธรรมชาติ แต่มันหลุดมาเป็นหมื่นชนิดมีหรือจะไม่มีชนิดนึงเล็ดร อด ใช่แล้ว และตัวที่รอดออกมาก็คือ “ ไข้หวัดใหญ่ เม็กซิโก 2009 SWINE FLU ”

    ดูแล้วพอจินตนาการได้มั้ย ว่า ถ้ามันจะกลายพันธุ์ต่อก็ใช้วิธีเดียวกันได้ไม่ยากเลย !!!!!!

  4. #4
    Junior Member [P]oTE's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    89
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน

    Name:  21-MkBziWyL__SL500_AA275_.jpg
Views: 74
Size:  6.3 KB



    Name:  5000mask.jpg
Views: 83
Size:  12.2 KB

  5. #5
    Senior Member Low - Eye's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2006
    สถานที่
    KLONG 6 Classic Club
    ข้อความ
    570
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ..........
    เยี่ยมจริงๆ...........

    lllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

    ทำดี ไม่ต้องบอกให้ใครรู้.....
    ทำดี ไม่ต้องบอกให้ใครดู.....
    มีคนมองดู..แล้วเค้าจะรู้ว่าเราทำดี.....

  6. #6
    เสี่ยว_พระประแดง's Avatar
    วันที่สมัคร
    May 2006
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    933
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน

    สุดๆไปเลยท่านเต้

  7. #7
    Onizukamaru's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jan 2008
    สถานที่
    Srx Thailand
    ข้อความ
    1,030
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน

    em95 สุด ๆ เลยคาปท่านเต้

    แต่.....ค่ายามานแพงนะ อิอิem87
    รถคือเพื่อนในยามท้อแท้..ขับไปตามสายลม...
    บรืน ๆ



  8. #8
    Junior Member [P]oTE's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    สถานที่
    KlonG-6 ClassiC CluB
    ข้อความ
    89
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน อีก นิด

    เบื้องต้น บังเอิญมีหมอที่มีความรู้ในด้านการแพทย์แผนจีน และ เภสัชกรท่านหนึ่งได้แนะนำมาเรื่องการป้องกันไวรัส2009ง่ายๆ ให้กับผมมานะครับ


    พอดีกำลังนั่งดูรายการสรยุทธช่อง
    3 ช่วงเย็น ที่สัมภาษณ์ เภสัชกรจากโรงพยาบาลอภัยภูเบศ เรื่อง อาหารต้านไวรัส ซึ่งได้แก่พวก ขิงแก่กระเทียม พวกนี้ จึงนึกถึงเรื่องนี้ออก

    ให้ใช้นำมันเหลือง หรือพวกยาดมน้ำ วาเป้กซ์ ยาหม่อง ยาหม่องน้ำ หรือ พวก เซ็งชิมอิ้ว อะไรพวกนี้


    ซึ่งมีคุณสมบัติ เผ้ดร้อนเย็น


    ไวรัสที่เป็นไข้หวัดตอนนี้
    เป็นไวรัสที่เข้าทางจมูกลงปอดเป้นส่วนใหญ่เป็นสาเหตุของโรคหวัด และ เชื้อขณะนี้ เป็นเชื้อที่อยู่แพร่หลายตามอากาศ

    ซึ่ง
    อากาศในขณะนี้เป็นช่วงเย็น ร้อนชื้น เหมาะกับการแพร่กระจายของไวรัส

    ซึ่งไวรัสจะตายเมื่อเจออากาศร้อนๆ ภายในเวลา ไม่กี่นาที


    ดังนั้น
    ถ้าเราใช้หน้ากากป้องกันโรคแล้วเราทาพวกยาดมน้ำที่หน ้ากากบริเวณจมูกจะช่วยทำให้ไวรัสที่มาเกาะ อ่อแอลง และถ้าเข้าทางร่างกายก็อ่อนแอมาก และ เพียงพอที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาได้

    หรือ
    ถ้าเราไม่ใส่หน้ากาก เราก็ใช้ยาดมพวกนี้ ทาที่รูจมูก บ่อยๆ เพื่อให้ไวรัสที่หลุดเข้ามาอ่อนแอลง

    ถ้าเราทำแบบนี้ สัก
    2-3 อาทิตย์ ไวรัส ก็เริ่มหมดไปแล้วครับ เพราะไม่มีพาหะนำโรคอีกต่อไปและ เมื่อวัคซีนทำเสร็จเดือน ตุลาคม ก็เพียงพอที่เราจะช่วยควบคุมโรคร้ายนี้ไม่ให้ กระจายไปมากกว่านี้

  9. #9
    Touring & Racing Style skatekeemao's Avatar
    วันที่สมัคร
    May 2007
    สถานที่
    Kasun---.
    ข้อความ
    465
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน


    ความรู้เพียบบ บบ บ!
    ฮอลล์ อยุธยา.
    K
    asung Club Lambrettas TH
    .


กระทู้ที่คล้ายกัน

  1. ภาพงาน Family Classic Nonthaburi 2009‏ BangyaiNight 30 May 2009
    By Atipan in forum [บันทึกนักเดินทาง]
    คำตอบ: 56
    ข้อความล่าสุด: 28-06-2009, 15:44

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •