ขอถามเรื่องน้ำมันเครื่องหน่อยครับ
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 1 2 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 15 จากทั้งหมด 22

ชื่อกระทู้: ขอถามเรื่องน้ำมันเครื่องหน่อยครับ

  1. #1
    Senior Member
    วันที่สมัคร
    May 2009
    สถานที่
    Clubman Bangkok
    ข้อความ
    672
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน ขอถามเรื่องน้ำมันเครื่องหน่อยครับ



    ปกติผมใช้ของ top one แต่ราคาแพงเหลือเกิน ผมยังเป็นนักศึกษาอ่ะครับ
    อยากรู้ว่าน้ำมันเครื่องของไทยพวก คลาสตอล ไวโวลีน จะใช้แทนได้ไหมครับ แต่มันมีความหนืดน้อยกว่า
    และรถ big bike ใช่น้ำมันเครื่องไทยได้ไหมครับจะมีผลอ่ะไรหรือปล่าว
    ขอบคูณครับ
    เตือน : กระทู้เก่า
    กระทู้นี้เก่ากว่า 360 วัน ข้อมูลและสินค้าบางรายการ อาจจะไม่ตรงกับปัจจุบัน โปรดสอบถามก่อน

  2. #2
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Fah007 อ่านข้อความ
    ปกติผมใช้ของ top one แต่ราคาแพงเหลือเกิน ผมยังเป็นนักศึกษาอ่ะครับ
    อยากรู้ว่าน้ำมันเครื่องของไทยพวก คลาสตอล ไวโวลีน จะใช้แทนได้ไหมครับ แต่มันมีความหนืดน้อยกว่า
    และรถ big bike ใช่น้ำมันเครื่องไทยได้ไหมครับจะมีผลอ่ะไรหรือปล่าว
    ขอบคูณครับ

    ผมก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ครับเรียนที่พระจอมเกล้าธนบุ รี คุณเรียนที่ไหนเผื่อได้เจอกัน อิอิอิ

    ผมใช้ SR400 มาปีกว่า เคยใช้ top one อยู่พักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าขับลื่นดี แต่มันเป็นกระป๋องแบบต้องเจาะเลยใช้ลำบากหน่อย เลยลองเปลี่ยนมาใช้ คลาสตอล พาวเวอร์ วัน บางที ก็ใช้ คลาสตอล แอ็กทีฟ เอ็กตร้า ผมขับไปกลับ กรุงเทพ - เชียงคาน(จ. เลย) วิ่งฉิวเลย ไอ้ที่มีขายตามร้านมอไซค์ทั่วไปอ่ะครับผมว่ามันก็ใช้ ดีน่ะ

    ผมว่าเลือกใช้ค่าความหนืดที่เหมาะสมกับรถของเรา และเปลี่ยนถ่ายในเวลาอันควร ก็น่าจะดีพอใช้ได้แล้วครับ ส่วนยี่ห้อก็แล้วแต่คนชอบมันเป็นส่วนประกอบ แต่ผมก็เลือกคลาสตอลน่ะ อิอิอิ คาวมชอบส่วนตัว




    นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของผมน่ะครับ ยังงัยรอท่านอื่นๆๆ มาแชร์ความรู้กันๆๆๆ
    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

  3. #3
    Senior Member
    วันที่สมัคร
    May 2009
    สถานที่
    Clubman Bangkok
    ข้อความ
    672
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    ผมเรียนอยู่ราชมงคลคลองหกครับ
    ช่วยบอกทีครับว่าน้ำมันเครื่องตามท้องตลาดทั่วไปแบบไ หนที่มีค่าความหนืด
    ไกลเคียงกับของ usa หรือของ top one มั่งครับ ที่สามารถใช้กับ รถใหญ่ได้ครับ
    ขอบคุณที่ตอบ ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลยครับ

  4. #4
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Fah007 อ่านข้อความ
    ผมเรียนอยู่ราชมงคลคลองหกครับ
    ช่วยบอกทีครับว่าน้ำมันเครื่องตามท้องตลาดทั่วไปแบบไ หนที่มีค่าความหนืด
    ไกลเคียงกับของ usa หรือของ top one มั่งครับ ที่สามารถใช้กับ รถใหญ่ได้ครับ
    ขอบคุณที่ตอบ ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลยครับ
    ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องมันเป็นสากลครับเหมือนกั นทั่วโลก แต่ล่ะยี่ห้อก็มีหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็มีค่าความหนืดของมัน ไว้ให้เราเลือกใช้ แล้วมันยังมีแบบธรรมดา กึ่งสังเคราะห์ และสังเคราะห์100% ส่วนไอ้ top 1 มันเป็นสังเคราะห์100% ราคาจึงสูงหน่อย แต่ทว่าถ้าเป็นแบบสังเคราะห์100% ราคามันก็สูงทุกยี่ห้อแหละครับ อย่างเช่น motul ป๋องประมาน 300 แพงกว่าอีก

    ส่วนให้คลาสตอลที่ผมว่ามันไม่ใช่สังเคราะห์100%น่ะคร ับ แต่ค่าความหนืดมันก็เท่ากับ top 1
    คือ 20w-50 เลยลองใช้ดู และค่าความหนืดมันเหมาะกะรถด้วย
    top 1 ที่ว่าตัวในรูปใช่ป่ะ
    Name:  spd_20070928153715_b.jpg
Views: 4053
Size:  24.8 KB

    อย่างที่เห็นในรูปมันมีค่าความหนืด 20w-50

    ส่วนยี่ห้อไหน แบบไหน ก็ตามชอบเลยครับ
    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

  5. #5
    Junior Member Boat_Rayong's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2009
    ข้อความ
    14
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน

    จิงๆแล้วผมว่าเราม่ายจำเปนต้องใช้น้ำมันเครื่องที่แพ งขนาดนั้นก็ได้คับเพราะรถผมเองอ่ะก็ใช้แค่ของ คาสตอลเองคับ ผมม่ายเหนมานจามีปัญหาอารายเลยคับ คาสตอลก็มีw20-50นะคับ ผมใช้อยู่...งัยก็โทมาคุยกันได้นะคับคิดว่าช่วยเหลือ กัน..084-1121682 แลกเปลี่ยนกันขำๆ..55

  6. #6
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    ลองอ่านดูน่ะครับ

    ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าน้ำมันทุกชนิดจะมีความหนืด หรือที่เราเรียกว่า ความข้นเหนียว โดยธรรมชาติ ความหนืดนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ เช่น เมื่อได้รับความร้อนน้ำมันจะใส และ เมื่อได้รับความเย็นน้ำมันจะข้น ความหนืดของน้ำมันจะมีหน่วยวัดเป็น เซนติสโตรก โดยหลักการวัดค่าความหนืดนั้น ถ้าพูดกันอย่างง่ายๆ จะนำน้ำมันปริมาณ 60 cc. มาทำให้ร้อนที่ 100 C แล้วบรรจุใส่ในหลอดแก้วที่มีรูขนาดเล็กทางด้านปลายหล อด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มม เพื่อปล่อยให้น้ำมันไหลแล้วจับเวลาว่าปริมาณน้ำมัน 60 cc . นั้นจะไหลหมดภายในกี่วินาที จากนั้นจึงนำไปคำนวณเพื่อหาค่าออกมาเป็นเซนติสโตรก แล้วเทียบว่าเป็นน้ำมันเบอร์ความหนืด SAE อะไร

    SAE ย่อมาจาก The Soceity of Automotive Engineer ซึ่งเป็นสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ SAE จะเป็นผู้กำหนดเบอร์ความหนืดของน้ำมันเครื่อง
    โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ น้ำมันเครื่องที่ใช้ในฤดูหนาวและน้ำมันเครื่องที่ใช้ ในฤดูร้อน โดยที่เบอร์ความหนืดของน้ำมันเครื่องในกลุ่มฤดูหนาว จะมีตัว W ซึ่งย่อมาจาก Winter ต่อท้าย เบอร์ความหนืดในกลุ่มนี้ ได้แก่ 0W,5W,10W,15W,20W,25W และวัดค่าความหนืดที่อุณหภูมิ -30 C ถึง - 5 C เบอร์ที่น้อยจะใสและเบอร์ที่มากกว่าข้นกว่า

    ส่วนใหญ่ความหนืดสำหรับน้ำมันในกลุ่มฤดูร้อนได้แก่ SAE 20,30,40,50,60 โดยวัดค่าความหนืดที่ 100 C เช่นเดียวกัน เบอร์ที่น้อยจะใสและเบอร์ที่มากจะข้นในอดีตนั้นผู้ใช ้รถจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป เช่น เมื่อถึงฤดูหนาวก็จะต้องใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ที่มี W ต่อท้าย ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องสำหรับฤดูหนาวและเมื่อถึงฤดูร้ อนก็ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องที่ใช้ในฤดูหนาวออกเนื่องจ ากน้ำมันจะใสเกินไปไม่เหมาะกับการใช้งานในฤดูร้อน และเปลี่ยนมาใช้น้ำมันสำหรับฤดูร้อนแทน ซึ่งเป็นการยุ่งยาก ดังนั้นจึงมีการพัฒนาน้ำมันที่เรียกว่า น้ำมันมัลติเกรดขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี

    สำหรับในบ้านเราเบอร์น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมนั้นมีห ลายเบอร์ด้วยกันสามารถใช้ได้ทั้งนั้น แต่ที่
    นิยมใช้กันมาก ได้แก่เบอร์ SAE 15W/40 และ 20W/50 แต่ถ้าจะใช้เบอร์ต่างไปจากนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรขอให้เ บอร์ความหนืดในช่วงฤดูร้อนเป็นเบอร์ 30 ขึ้นไปก็ใช้ได้
    .................................................. .................................................. .................................................. ..............

    ความหนืดของน้ำมันมีผลต่อการหล่อลื่นและช่วยลดการสึก หรอได้มากดังนั้นการเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีความห นืดเหมาะสมซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น
    น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ในภู มิอากาศของบ้านเราควรจะเป็นเบอร์ SAE 30,40 หรือ SAE 10W/40 , 15W/40 หรือ 20W/50
    SAE ย่อมาจากคำว่า The Society of Automotive Engineer สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผ ู้กำหนดความหนืดของน้ำมันเครื่องโดยแบ่งออกเป็นน้ำมั นเกรดเดี่ยว Monograde และน้ำมันเกรดรวม Multigrade
    น้ำมันมัลติเกรดจะสามารถใช้งานที่อุณหภูมิกว้างกว่าน ้ำมันโมโนเกรด และสามารถปรับค่าความหนืดให้เหมาะสมได้ แม้ว่าอุณหภูมิของบรรยากาศ หรืออุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์จะเปลี่ยนไป ทำให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นและป้องกันตลอดการ ทำงาน บางคนเคยกล่าวว่าน้ำมันชนิดมัลติเกรดไม่มีความจำเป็น สำหรับการใช้งานในบ้านเรา ถึงแม้ว่าในประเทศไทยไม่มีฤดูหนาวที่หนาวจัดอย่างใน ยุโรป หรือ อเมริกา แต่อย่างไรก็ตามน้ำมันเครื่องมัลติเกรดก็เหมาะสมกว่า น้ำมันโมโนเกรด สำหรับการใช้งานในบ้านเรา เพราะน้ำมันมัลติเกรด จะใสกว่าเมื่ออุณหภูมิต่ำ ทำให้ไหลไปหล่อลื่นได้ดีกว่าและจะข้นกว่า น้ำมันโมโนเกรด เมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 100 C ทำให้มีฟิล์มน้ำมันไปหล่อลื่นและลดการสึกหรอได้ดีกว่ า
    น้ำมันเครื่องธรรมดาที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปผ ลิตขึ้นมาจากน้ำมันปิโตรเลี่ยมซึ่งมีข้อดีคือหาได้ง่ ายและราคาถูกนอกจากนี้ก็ยังมีคุณภาพที่ดีพอสมควรส่วน น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เป็นน้ำมันเครื่องที่มนุษย์ค ิดค้นขึ้นจากขบวนการทางปิโตรเคมี ทำให้มีคุณภาพเหนือกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปในหลายๆด้ าน แต่มีข้อเสีย คือ ราคาแพง
    .................................................. .................................................. .................................................. .............

    API SM
    มาตรฐานคุณภาพระดับสูงสุดของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยน ต์เบนซิน ประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 พร้อมกันทั่วโลก ซึ่งกำหนดโดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดย API SM เป็นมาตรฐานหล่อลื่นที่ใช้กับรถรุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติหล่อลื่นให้สูงขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้

    ประสิทธิภาพในการักษาความสะอาดชิ้นส่วนเครื่องยนต์สู งสุด
    ป้องกันการสึกหรอของชุดขันเคลื่อนวาล์ว (Valve Train) ดีขึ้น
    ลดการระเหยและการเติมพร่อง
    ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น
    ช่วยยืดอายุกรองไอเสีย (Catalytic converter)
    API SL
    ประกาศใช้แล้วในปี 2001

    API SJ
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 1977 น้ำมันที่ได้มาตรฐานนี้ทดสอบตามข้อกำหนดของ CMA Product Approval Code of Practice, API Base Oil Interchange และ Viscosity Grade Engine Testing สามารถป้องกันการเกิดตมในอ่างน้ำมันเครื่องต้านทานกา รรวมตัวกับออกซิเจนและการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน ลดคราบจับลูกสูบที่เกิดขึ้นขณะอุณหภูมิสูง ลดอัตราการกินน้ำมันเครื่องและการเกิดฟอง

    API SH
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์นั่ง รถตู้ และรถบรรทุกขนาดเล็ก ปี 1994 น้ำมันที่ได้มาตรฐานนี้มีคุณสมบัติสูงกว่ามาตรฐานขั้ นต่ำของ API SH โดยทดสอบตามข้อกำหนดของ Chemical Manufacturers Association (CMA) Product Approval Code of Practice , API Base Oil Interchange และ Viscosity Grade Engine Testing สามารถป้องกันการเกิดตมในอ่างน้ำมันเครื่องต้านการรว มตัวกับออกซิเจนและการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน

    API SG
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์นั่ง รถตู้ และรถบรรทุกขนาดเล็ก ปี 1989 น้ำมันที่ได้มาตรฐานนี้มีคุณสมบัติเพิ่มเติมจากมาตรฐ าน SF ในด้านป้องกันการเกิดตม (Sludge) ในอ่างน้ำมันเครื่องต้านทานการรวมตัวกับออกซิเจนและป ้องกันการสึกหรอ นอกจากนี้ยังป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ดีอีกด้วย สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่แนะนำให้ใช้มาตรฐาน SF, SE, SF/CC หรือ SE/CC ด้วย

    API SF
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์นั่งและรถบรรทุกบางชนิด ตั้งแต่ปี 1980-1988 หรือรุ่นที่บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์แนะนำให้ใช้ มีสารเพิ่มคุณภาพมากกว่าเกรด SE นอกจากนี้ยังรักษาความสะอาด ป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ดี

    API SE
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์นั่ง และรถบรรทุกรุ่นเล็ก ตั้งแต่ปี 1971 (บางรุ่น) และปี 1972-1979 มีสารเพิ่มคุณภาพมากกว่าเกรด SD และ SC เพื่อป้องกันการรวมตัวกับออกซิเจนต้านทานการรวมตัวขอ งเขม่าและตะกอนที่อุณหภูมิสูง ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน สามารถใช้แทนมาตรฐานเกรด SD และ SC ได้

    API SD
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน รถยนต์นั่งและรถบรรทุกเล็ก ปี 1968-1970 และรถปี 1971 บางรุ่น มีสารเพิ่มคุณภาพมากกว่าเกรด SC เพื่อต้านทานการรวมตัวของเขม่าและตะกอนที่อุณหภูมิสู งและต่ำ ป้องกันการสึกหรอ สนิมและการกัดกร่อนสามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่แนะนำใ ห้ใช้น้ำมันหล่อลื่นเกรด SC ได้

    API SC
    สำหรับเครื่องยนต์เบนซินรุ่นปี 1964-1967 ของรถยนต์ และรถบรรทุก (บางรุ่น) มีสารต้านการรวมตัวของเขม่าตะกอนที่อุณหภูมิสูงและต่ ำ ป้องกันการสึกหรอ สนิมและการกัดกร่อนในเครื่องยนต์เบนซิน

    API SB
    สำหรับเครื่องยนต์สภาพงานเบา ประกาศใช้ปี 1930 มีสารเพิ่มคุณภาพประเภทป้องกันการสึกหรอ การรวมตัวกับออกซิเจน และกัดกร่อนแบริ่งผสมเล็กน้อย น้ำมันนี้ไม่ควรใช้กับเครื่องยนต์ในปัจจุบัน ยกเว้นบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์นั้นๆ แนะนำให้ใช้

    API SA
    สำหรับเครื่องยนต์รุ่นเก่าและสภาพงานเบา น้ำมันหล่อลื่นชนิดนี้ไม่มีสารเพิ่มคุณภาพใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ควรใช้กับเครื่องยนต์ในปัจจุบัน ยกเว้นบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์นั้นๆ แนะนำให้ใช้

    มาตรฐาน API ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้แก่ API SJ, API SH และ API SM
    ส่วนมาตรฐานที่ต่ำกว่านี้เป็นมาตรฐานที่ API ยกเลิกแล้วทั้งสิ้น แต่ยังมีขายและใช้อยู่เนื่องจากใช้กับรถเก่าหรือรถที ่มีคู่มือระบุให้ใช้ เช่น API SG และ SF เป็นต้น

    ส่วนน้ำมันชั้นคุณภาพ API SA และ SB ไม่ควรใช้กับรถปัจจุบัน และกระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้จำหน่ายในท้องตลาด
    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

  7. #7
    classic_is_me's Avatar
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    สถานที่
    คนรักสนิมและผงฝุ่น
    ข้อความ
    618
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน สนับสนุน.....

    อ้าวรุ่นน้องผมเองหรอครับ......จบคลอง 6 เหมือนกัน...................แต่นานมากๆๆๆแล้วครับ สมัยมีแต่ท้องนาทั้งหมด

    น้ำมันเครื่องดู 2 อย่างครับ
    ความหนืด.............ใช้ตามที่ระบุในคู่มือรถครับ
    เกรดน้ำมัน..........ใช่ตัวที่สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้ครับ( ตามกำลังทรัพย์ ) ล่าสุดตอนนี้ api sm มั้งครับ

    ส่วนจะใช้ แบบสังเคราะห์หรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญครับ...แค่อายุการใช้งานต่างกัน

    ไม่ว่าจะผลิดที่ไหน เกรด เดียวกัน คุณภาพแทบจะไม่ต่างกันครับ( น้อยมากๆๆๆๆๆ )

  8. #8
    Sirichaiz's Avatar
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ข้อความ
    558
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Fah007 อ่านข้อความ
    ผมเรียนอยู่ราชมงคลคลองหกครับ
    ช่วยบอกทีครับว่าน้ำมันเครื่องตามท้องตลาดทั่วไปแบบไ หนที่มีค่าความหนืด
    ไกลเคียงกับของ usa หรือของ top one มั่งครับ ที่สามารถใช้กับ รถใหญ่ได้ครับ
    ขอบคุณที่ตอบ ได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลยครับ
    ผมก็ราชมงคลคลองหกคับ
    ใช้คาสตอลก็พอคับตามกำลังทรัพย์ผมก็ใช้อยู่ 20w-50 ร้านธรรมรัตน์ขายอยู่คับ em90
    :: ถ้พ่ม่รั ล้พี่ม่ล๊รึ๊..

    นาย ศิริชัย แก่นไชย
    ธนาคารกรุงไทย สาขาตากใบ เลขที่บัญชี 922-0-03177-9
    Sirichaiz@hotmail.com
    Tel. 083-8006500

  9. #9
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    เห็นมั้ยครับคุณ Fah007 มีแต่คนใช้คลาสตอลเหมือนผมเลย อิอิอิ

    ผมพึ่งเปลี่ยนเมื่อวัน พฤ ที่ผ่านมา ใช้ คลาสตอล active extra 1L ป๋องละ 90 บาทเอง ความหนืด 20w-50

    แต่ผมซื้อมา3ป๋อง ใช้ไปสองป๋องครึ่งเพราะเปลี่ยนกรองด้วยพอดี ใช้ดีครับคอนเฟริม

    เพราะขับไป เชียงคาน(จ.เลย) มาหลายรอบแล้ว เกือบ 700 โล ไปถึงขาถ่าง เจ็บไข่กันไปตามระเบียบของ SR 555!!

    หาที่ความหนืดเหมาะสมแล้วก็เปลี่ยนตามสมควรก็ได้แล้ว ครับ ตามที่ท่านอื่นว่าเลย

    สังเคราะห์มันก็ยืดอายุการใช้งานให้นานกว่าธรรมดาเท่ านั้น
    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

  10. #10
    Junior Member Boat_Rayong's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jul 2009
    ข้อความ
    14
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน

    เออ..เจ๋งๆเลยคับ

    ได้ความรู้ ดีคับ (ช่วยกันๆ)em90

  11. #11
    Junior Member HILLOCK's Avatar
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ข้อความ
    20
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    0

    มาตรฐาน

    ขออนุญาต จขกท ถามด้วยคนครับ ผมเพิ่งได้ SR มา 2 เดือนแล้ว อยากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเหมือนกันครับ

    1.ไส้กรอง หาชื้อได้ที่ไหนครับ มีspec ไหมครับ
    2.ระยะเวลาในการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ประมาณกี่ กม.ครับ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ em95

  12. #12
    Senior Member yoshimaru's Avatar
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ข้อความ
    337
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    10

    มาตรฐาน

    ได้ความรู้เหมือนกันคับ
    MADE IN TAI HAND

  13. #13
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ HILLOCK อ่านข้อความ
    ขออนุญาต จขกท ถามด้วยคนครับ ผมเพิ่งได้ SR มา 2 เดือนแล้ว อยากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเหมือนกันครับ

    1.ไส้กรอง หาชื้อได้ที่ไหนครับ มีspec ไหมครับ
    2.ระยะเวลาในการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ประมาณกี่ กม.ครับ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ em95
    ผมตอบให้ล่ะกันน่ะครับ
    1. ใส้กรองมี spec ครับ DRAGSTAR,VIRAGO,SR400 ,SR500 และอีกหลายรุ่นของ Yamaha ใช้แบบเดียวกันครับ ลองหาดูทางเน็ตมีแน่นอนครับ หรือไปตามร้านรถใหญ่ก็น่าจะมี
    2. ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องประมาณ 3000 กิโลต่อหนึ่งครั้ง (แต่เคยอ่านเจอของญี่ปุ่นมันบอกถ้าเปลี่ยนได้ทุกเดือ นจะดีมากๆๆๆๆ อันนี้ก็ตามกำลังของเราแล้วกัน แต่สำหรับผมถ้ารู้สึกว่าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน อิอิ ไม่แน่ใจว่ากี่โลเหมือนกัน)

    อ่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอย่าลืมเปลี่ยนกรองด้ วยน่ะเค้าบอกว่า เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง 1 ครั้ง (แต่ก็มีที่บอกว่าเปลี่ยนกรองทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำม ันเครื่องจะดีมากก อันนี้ก็ตามกำลังเราอีกแหละครับ หุหุหุ)

    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

  14. #14
    Senior Member yoshimaru's Avatar
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ข้อความ
    337
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    10

    มาตรฐาน

    คุณTiewlyzangใช้นำมันเครื่องกระป๋องนี้เหรอคับจะได้หาใช้บ้างคับ กระป๋องเท่าไหร่คับ

    MADE IN TAI HAND

  15. #15
    Member Tiewlyzang's Avatar
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    สถานที่
    เจอใครก็ขอไปกับเค้า
    ข้อความ
    204
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน


    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ yoshimaru อ่านข้อความ
    คุณTiewlyzangใช้นำมันเครื่องกระป๋องนี้เหรอคับจะได้หาใช้บ้างคับ กระป๋องเท่าไหร่คับ


    ดีครับคุณ Yoshimura
    ผมซื้อที่ร้าน k-speed อ่ะครับ ป่องล่ะ 110 เองมั้งถ้าจำไม่ผิดร้านนี้ขายถูกกว่าที่อื่นครับ
    SR คุณสวยดีครับ ถ้าSRเราก็ใช้3ป๋องพอดี เพราะมันป๋องล่ะ 800cc
    เป็น 2.4L ตรงตามสเป็คพอดี ถ้าไม่เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง

    อีกอย่างกลิ่นหอมด้วย อิอิอิ แต่พอใส่ไปในเครื่องแล้วใครจะไปดมใช้มั้ยครับ 5555555
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tiewlyzang : 02-09-2009 เมื่อ 15:13
    SRลิ จำเริหัใจ
    เคยคิงสัทำไมต้องSR

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 1 2 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •