Kawasaki ตัดสินใจที่จะทดลองเปลี่ยนแนวทาง โดยการมุ่งเน้นไปที่การแข่งขัน grand prix เพราะ้มีผลต่อผู้ซื้อมากกว่าแบบที่เน้นความเร็วสูง แบบครุยเซอร์ ความประหยัด หรือความเร็วสูงสุดเสียอีก ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ช่วยให้ถูกลงหรือเพิ่มรายละเอ ียดในการบังคับและการ กันสะเทือน ซึ่งทำให้หัน มาจับเครื่องแบบสองจังหวะซึ่งได้เรียนรู้มาจากการแข่ งขัน grand prix ผลลัพธ์ที่ได้คือ รุ่นซามูไร 250cc เครื่องจักรสองสูบที่มีเครื่องยนต์สองจังหวะพร้อมวาล ์วทางเข้าแบบจาน กล่องเกียร์แบบห้าระดับและให้กำลังสูง ซึ่งได้เปิดตัวในพฤษภาคมปี 1966 และติดตลาดอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็นำเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่ามานำเสนอเพื่อ ชื่อเสียงและภาพพจน์ของ Kawasaki
ช่วงปลายปีได้ ติดตั้งเข้ากับเครื่องยนต์สำหรับรถแข่งทางเรียบรุ่น A1R ซึ่งใช้วิ่งได้ดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ รุ่น 338cc ที่เกิดในปี 1967 ชื่อรุ่น Avenger ที่เสนอขนาดของเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นให้กับคนอเมริก ัน โดยถือเป็นเจ้าแห่งความเร็วบนท้องถนน และในเวลาเดียวกันรุ่นซามูไรที่อยู่ในตลาดก็เปิดตัวร ุ่นซามูไร A1SS ซึ่งมีระบบท่อไอเสียคู่สูงทางด้านซ้ายและประดับด้วยเ ครื่องป้องกันความร้อน แบบเจาะสำหรับป้องกันผู้ขับ ช่วงปลายปี 1967 รุ่น Avenger ที่เป็นรุ่น A7SS และติดตั้งรวมกับรถแข่งรุ่น A7R ในปี1968
Kawasaki พบคำตอบว่าส่วนใหญ่เครื่องสองสูบในช่วงออกตัวจะฉีกหน ีเครื่องสี่สูบที่มี ขนาดใหญ่กว่า แต่เมื่อเครื่องยนต์ขนาดใหญ่นั้นได้ระยะแล้วก็จะเริ่ มทำความเร็วได้มากกว่า ก็จะพบไฟจราจรให้หยุดและการแข่งขันก็จะเริ่มต้นใหม่อ ีกครั้ง มีเพียงแต่ถนนสายตรงและยาวที่เครื่องยนต์ 650 สามารถไล่ตามทันและฉีกหนีได้ด้วยการใช้เครื่องที่มีก ำลังและความเร็วปลายที่ มากกว่า อาจจะใช้เชื้อเพลิงที่น้อยกว่าแต่ในเวลานั้นไม่มีใคร สนใจเรื่องนั้น นอกจากอัตราเร่งเท่านั้นที่ดึงดูด
เครื่อง ยนต์สองสูบสองจังหวะพร้อมด้วยเครื่องยนต์สองสูบแบบเก ่าเข้ามาในช่วงทศวรรษ 70 แต่ Kawasaki ได้แบ่งตัวเองออกเป็นสองทางเลือกแล้ว คือหนึ่งด้านกำลังดิบ และสองความลุ่มหลงและเชื่อโชคชะตาในความเร็วเท่านั้น แล้วทั้งสองทางก็ทำได้ดีกว่าเครื่องยนต์ที่มีอยู่และ ได้ตั้งมาตราฐานใหม่แก่ วงการ