News Image Thumbnail:



คนที่ติดตามวงการ Windows Phone ในบ้านเราคงคุ้นกับชื่อ EGCO Dev Team ที่มีผลงานแอพให้โหลด-ขายใน Windows Phone Marketplace อยู่หลายตัว แถมบางตัวยังเป็นแอพที่ทำร่วมกับองค์กรใหญ่ๆ อย่าง ททท. หรือว่า ช่อง 3 อีกด้วย
ผมตามดูข้อมูลในเว็บแล้วพบว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาจากมห าวิทยาลัยมหิดลที่มารวมตัวกัน ตั้งทีมพัฒนาแอพขึ้นด้วยตัวเองเกือบทั้งหมด (ประวัติของทีมงาน) จึงติดต่อขอสัมภาษณ์ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์และแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา กลุ่มอื่นๆ นะครับ
การสัมภาษณ์ทั้งหมดผ่านอีเมล โดยผู้ตอบคือคุณปุญญ์ (@pntro) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม แต่ก็ตอบในนามของกลุ่ม EGCO Dev Team ครับ

ที่มาที่ไปของการมารวมตัวกัน มีเรื่องราวอย่างไร มีไอเดียอะไรบ้าง

EGCO Dev Team รวมตัวกันมาได้หนึ่งปีนิดๆแล้ว ทีมนี้ร่วมก่อตั้งกันสองคน คือ บาส @bas1688 (เกริกชัย ตั้งตระกูลธรรม) และ ปุน @pntro (ปุญญ์ จตุรพิตร) ที่มีความชื่นชอบและติดตามเทคโนโลยี ชอบคิดนอกกรอบ และก็กล้าลงมือทำสิ่งที่เราอยากทำครับ
หลายคนคงสงสัย ว่า EGCO คืออะไร มันเป็นชื่อย่อของคณะวิศวะคอมที่ ม.มหิดลของเรานั่นเอง
สมาชิกใน EGCO Dev Team มีเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะตอนนี้เรียนจบกันแล้ว สมาชิกตอนแรกเริ่มก็แยกย้ายกันไปทำงาน ตอนนี้สมาชิกที่มาร่วมทีมอย่างจริงจัง คือสองคนที่ร่วมกันก่อตั้ง โดยบาสจะเป็นทั้งคนวางแผน แบ่งงาน และเขียนโค้ดเองด้วย ทั้งฝั่ง system และฝั่ง application
ส่วนปุนจะเป็นคนดีไซน์ วางโครงสร้าง วิธีการใช้งานแอพพลิเคชั่น และก็ดูแลเรื่องมาร์เก็ตติ้ง ประชาสัมพันธ์ ติดต่อกับบริษัทต่างๆ
คนอื่นในทีมได้แก่

  • "เว้ง" @wengvvang เป็นอีกนักเขียนโค้ดหลักทางฝั่ง Windows Phone ของ EGCO Dev Team อีกคนนึง ที่ฝากผลงานไว้กับแอพ ThaiDamMonitor วัดระดับน้ำในเขื่อน และ Ukulele Chord Finder
  • "เชน" @ban_chain ดูแลในฝั่งของ iOS ทั้งหมด โดยมีบอร์ดเกมแนวสมการคณิตศาสตร์ A MATH บน iOS เป็นแอพพลิเคชั่นแรก ที่มีคนชื่นชอบมากพอสมควรเลย
  • "เก่ง" @k3ngtn เป็นหนึ่งนักเขียนโค้ดที่มีความสามารถ เน้นที่ Windows Phone และ XML เก่งเป็นส่วนหนึ่งของแอพพลิเคชั่นครอบครัวข่าว 3
  • แล้วเรายังมีน้องๆจากจุฬา คือ "จิ๊บ" @jiblovejp และ "พลอย" @ploypcutiie ที่มาช่วยเรื่องภาพการ์ตูน และแอพพลิเคชั่นน่ารักๆ อย่าง MYDolls บน Windows Phone ที่เคยขึ้นมาถึง #3 Top App ในหมวด Kids + Family

จุดเริ่มต้นของเรา ต้องย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นพวกเราเรียนวิศวะคอมอยู่ปี 3 ที่ ม.มหิดล ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พวกเราต้องไปฝึกงาน โดยปุนไปฝึกงานที่ Microsoft Innovation Center (MIC) เพราะชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์และใช้ Windows Mobile อยู่ ตอนนั้นที่นั่นเน้นเกี่ยวกับ Windows Phone พอดี เลยได้มีประสบการณ์หลายเรื่องเกี่ยวกับ mobile app development ครับ
ส่วนบาสได้ไปฝึกงานที่ Samart Multimedia ซึ่งเกี่ยวกับพวกสื่อออนไลน์ เว็บไซต์ต่างๆ ทำให้มีประสบการณ์ทั้งเรื่องการทำเว็บไซต์ การโปรโมตด้วยสื่อออนไลน์ หรือเรื่องของ search engine optimization
สองคนนี้เป็นเพื่อนร่วมคณะกัน ตอนนั้นยังไม่สนิทกันเท่าไร แต่ด้วยความที่ทั้งสองชอบใช้ social network ก็เลยคุยกันผ่าน Twitter บ้าง Facebook บ้าง จนมาถึงช่วงฝึกงาน อาจจะด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ และสิ่งใหม่ที่เราได้ไปพบเจอในการทำงาน ทำให้มีเรื่องคุยกันมากขึ้น เลยติดต่อคุยกันบ่อยๆ
อยู่มาวันหนึ่ง ทางไมโครซอฟท์ต้องไปร่วมงาน MT2 (Mobile Technology for Thailand) ซึ่งจัดที่ Software Park เป็นงานเกี่ยวกับธุรกิจ Mobile ในประเทศไทย (ข่าวงาน MT2 ใน Blognone) ปุนก็เลยชวนเพื่อนๆ วิศวะคอมที่มหิดลไปร่วมงานด้วย และบาสมาร่วมงานด้วยเพราะทำงานอยู่ที่ตึกนั้นพอดี งานสัมมนามีเนื้อเรื่องเกี่้ยวกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศ ัพท์มือถือ ที่มาช่วยส่งเสริมธุรกิจในไทย มีทั้งตลาดหลักทรัพย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เอไอเอส และนักพัฒนาอีกหลายบริษัทเลย
หลังจากฟังสัมมนาจบ เราทั้งสองคนได้ข้อคิดและไอเดียหลายอย่าง เราเห็นเลยว่าคณะวิศวคอมของเรา มีหลักสูตรที่ค่อนข้างล้าหลังมาก (ปรับปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2001) ซึ่งต่างกับคณะข้างเคียงคือ ICT ของมหิดล ที่มีผลงานแปลกๆ ใหม่ๆ ให้เราเห็นตลอด หรือถ้าเทียบกับวิศวคอมของมหาวิทยาลัยอื่นก็จะเห็นว่ าเค้ามีวิชา หลักสูตรใหม่ๆ ให้เลือกศึกษากัน ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android
สองคนนี้เลยปรึกษากันว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรซักอย่าง พวกเราคงตามโลกภายนอกไม่ทันแน่ๆ จึงจับมือกัน ตั้งทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนโดยชวนเพื่อนวิศ วะคอมของเราที่สนใจมาเข้าร่วมทีม ซึ่งตอนแรกเราคุยกันว่า จะเรียนรู้ และทำทุกแพลตฟอร์มให้ครอบคลุมไปเลย
ตอนนั้นเราไม่ได้แค่ตั้งทีมพัฒนาแอพร่วมกัน เราสองคนยังได้เข้าไปประชุมกับอาจารย์หลายคนในภาค ถึงเรื่องความทันสมัยของหลักสูตรที่เราเรียนอยู่ ทำให้ได้ปรับหลักสูตรไปเล็กน้อย หลังจากไม่ได้เปลี่ยนแปลงมา 10 ปี โดยได้เพิ่มวิชา Mobile Application Development เข้าไป และอาจารย์ก็ให้สิทธิ์พวกเราเต็มที่ในการเลือกหัวข้อ ที่จะสอน เราก็ตั้งโพลล์ถามเพื่อนๆ ซึ่งแน่นอนว่า iOS ได้ผลโหวตออกมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่มีข้อติดขัดคือทางภาคไม่มีเครื่อง Mac เลย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาแอพบน iOS จึงเหลือ Android กับ Windows Phone แต่ด้วยความที่เราติดต่อปรึกษาเรื่องนี้กับทางไมโครซ อฟท์อยู่ด้วย ก็เลยประสานงานให้อาจารย์ เลยได้ไมโครซอฟท์มาวางหลักสูตรวิชาให้ สรุปแล้ววิชานี้เลยเป็นวิชา Windows Phone
เราได้สร้างหนึ่งทีมกับอีกหนึ่งวิชาเรียน ตามที่เราได้วางแผนกันเอาไว้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทีเดียว
ตอนนี้สถานะของกลุ่มเป็นอย่างไร จดเป็นบริษัทหรือว่าเป็นการรวมตัวกันเฉยๆ? สมาชิกเรียนจบหรือยัง

ถ้าจบแล้วทำงานที่นี่เป็นหลัก หรือแยกย้ายไปทำงานที่อื่น
ตอนนี้สมาชิกในกลุ่มเรียนจบกันแล้ว จะมีแยกย้ายกันไปทำงานบ้าง แต่เหลือสมาชิกหลักๆ ที่มาทำตรงนี้เป็นหลัก ก็คือสมาชิกที่เอ่ยถึงเมื่อตอนต้นครับ
ตอนนี้หลายคน (ทั้ง Nokia และ ททท.) สนับสนุนอยากให้เราตั้งเป็นบริษัทขึ้นมาเลย เพราะเห็นศักยภาพของเราที่จะมาทำธุรกิจในวงการนี้ได้ ดีทีเดียว จึงกำลังเตรียมจดเป็นบริษัท และก็จะรีแบรนด์ตัวเองใหม่ ว่าเราไม่ใช่แค่กลุ่มนักศึกษาแล้วนะ เรามาทำตรงนี้เป็นงานจริงๆ แล้ว
ทำไมถึงสนใจมาทำแอพ

ยุคนี้เป็นยุคของ mobile เลย หลายองค์กร ไม่ใช่แค่ในวงการไอที ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในการเข้าถึงผู้คนด้วยแอพ แม้แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังเน้นเรื่อง digital media โดยมีแอพหลายรูปแบบเพื่อมาส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมากทีเดีย ว
และพวกเราก็ชอบ gadget ใหม่ๆ ลองเล่นสมาร์ทโฟนค่ายต่างๆ ติดตามมาตั้งแต่สมัย Windows Mobile และ Symbian แต่ต้องยกประโยชน์ให้แอปเปิลที่ตั้งแต่เปิดตัว App Store มา มุมมองของ mobile application นั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนเข้าถึงแอพได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องไป search หา บนเครื่องคอมแล้วค่อย sync เข้ามือถือเหมือนแต่ก่อน ทุกอย่างเกิดขึ้นบนมือถือได้เลย
เลยลองตัดสินใจทำตรงนี้ ดูซิว่าเราจะทำแอพพลิเคชั่นดีๆ ออกมาให้คนชื่นชอบกันได้บ้างรึปล่าว หรือจะเป็นแค่อีกหนึ่งแอพใน App Store ที่ไม่มีใครสนใจมากนัก
ทำไมถึงเน้นไปที่ Windows Phone

Windows Phone เป็นแพลตฟอร์มที่ใหม่มาก และก็เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ดีในฝั่ง mobile ของไมโครซอฟท์ แถมเกิดขึ้นมาในช่วงที่เรากำลังเริ่มต้นทีมกันพอดี ถ้าพูดถึงพวกเราแล้ว เราค่อนข้าง "late to the party" ในวงการ Mobile Application เราก็เลยหาอะไรที่มาสายเหมือนเรา เราจะได้เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน
ถ้าเราทำทุกแพลตฟอร์มเหมือนที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก เราจะต้องใช้ทรัพยากรคนในการศึกษาแต่ละแพลตฟอร์มมากเ กินไป ถ้าเราตั้งใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเลย และเน้นตรงนั้น น่าจะทำอะไรได้พิถีพิถันมากกว่า
เราตัดสินใจเลือก Windows Phone เป็นหลักเพราะเกิดจากความชอบในตัว Windows Phone ของเราทั้งสองคนด้วย เพราะพอได้ใช้ Windows Phone อย่างจริงจัง เรารู้สึกว่าตัว OS ทำงานได้ดีมาก ความเร็วในการตอบสนองของหน้าจอ ความลื่นไหลของแอพ ทั้งที่สเปกของฮาร์ดแวร์ไม่ได้ "โหด" เหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ
นอกจากนี้เราก็หลงไหลใน UI ที่เรียบง่าย เข้าใจง่ายของ Windows Phone ทั้ง Tools และ SDK ที่ไว้ใช้พัฒนาก็มีคุณภาพดี ใช้งานไม่ยาก และตัวแพลตฟอร์มของ Windows Phone นั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีคำว่า fragmentation มาให้สับสน ทำให้ บาส ผู้ตั้งทีมของเรา บอกว่า "Windows Phone กำลังจะเป็น mobile OS ที่ดีที่สุดในโลก"
Windows Phone ยังมีจำนวนแอพที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ OS อื่น เราจึงสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้หลากหลายกว่า OS อื่น ที่มีแอพพลิเคชั่นเกือบจะครบทุกความต้องการของผู้ใช้ แล้ว และทีมที่มีความสามารถในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน Windows Phone นั้นก็ยังน้อยอยู่
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องกล้าเสี่ยง และก็พยายามคาดเดาอนาคต ตอนนั้น Windows Phone เป็นอะไรที่ไม่มีคนใช้เลย ตามร้านแข่งกันลดราคา แต่พอมีข่าวว่าโนเกียจะเปลี่ยนมาใช้ Windows Phone เป็น OS หลักในกลุ่มสมาร์ทโฟนของโนเกีย ทำให้เรามั่นใจขึ้นที่จะเสี่ยงมาเน้นหนักที่ Windows Phone ซึ่งหมายความว่า ถ้า Nokia ทำให้มันเกิด เราก็จะเกิดด้วย แต่ถ้าโนเกียพา Windows Phone ล่ม เราก็คงต้องกระโดดน้ำว่ายไปเกาะที่อื่น (เหมือนที่โนเกียเคยกระโดดหนีมา Windows Phone) แต่วันนี้เราก็พอเห็นแล้ว ว่ามันกำลังไปได้ ถึงแม้จะช้าหน่อยก็ตาม
การที่เราเน้นไปที่ Windows Phone ทำให้เรามีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญ จึงมีองค์กรใหญ่ๆ ที่สนใจจะมีแอพบน Windows Phone ยอมรับให้เราพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Travel Thailand) และไทยทีวีสีช่องสาม (THAITV3 Entertainment News และ ครอบครัวข่าว 3) และในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะมีอีกหลายแอพพลิเคชั่นตามมา ครับ

เท่าที่ทำแอพมา ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

แอพที่ฮิตที่สุดของเราคือ VOLET แอพแนวถ่ายรูป เลือกกรอบ ใส่เอฟเฟ็กต์นิดๆ แล้วก็แชร์เข้า social network คนก็ชอบกันนะ เพราะมันใหม่ใน Windows Phone แต่เดี๋ยวนี้แอพแนวนี้เริ่มเกลื่อนเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะบอกว่า UI ของ VOLET นั้นสวยและเรียบง่าย แต่มีคนบ่นเข้ามาเหมือนกันว่าเอฟเฟ็กต์ค่อนข้างธรรมด า เพราะเราเอาแค่ฟิลเตอร์สีจางๆ มาวางทับไว้ เราว่าใน 8,000 กว่าคนที่โหลดแอพนี้ไป คงมีแค่ไม่กี่คนที่รู้ว่า แอพนี้ผู้ร่วมก่อตั้ง EGCO Dev Team สองคนทำเป็นการบ้านส่งอาจารย์ในวิชา mobile programming ใช้เวลาประมาณ 3 วัน ทำออกมาได้ขนาดนี้เราก็พอใจมากแล้วครับ (หัวเราะ)
เรากำลังจะเปิดตัว VOLET 2.0 ใหม่หมดจดที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม ทั้งกรอบ เอฟเฟ็กต์ social network และ location sharing ซึ่งเราคิดว่าทุกคนต้องชอบแน่ๆ
แอพ MYDolls ก็เป็นอีกแอพยอดฮิตจากเรา มีเว็บต่างประเทศเอาไปรีวิว ทุกคนที่โหลดไปชอบความน่ารักและหลากหลายของตัวการ์ตู น และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราจะเปิดตัวแอพ MySukjai ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่เอาไว้แต่งตัว "น้องสุขใจ" มาสคอตของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีชุดประจำภูมิภาคต่างๆ และมีภาพพื้นหลังที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไท ย
แอพล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ Travel Thailand เป็นแอพที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวมหัศจรรย์ของแต่ละ ภาคในประเทศไทย โดยเน้นไปยังกลุ่มคนในต่างประเทศให้ได้มาสัมผัสถึงคว ามงดงามของประเทศไทย รู้จักกับสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย โดยหลายคนบอกว่า Travel Thailand เป็นหนึ่งในแอพที่สวยงามที่สุดบน Windows Phone เลยก็ว่าได้ คุณ Grant McBeath แห่ง Nokia Thailand ยังส่งเมลมาบอกว่า Travel Thailand เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ตัวแอพสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมาก
อีก 2 แอพของช่อง 3 ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็มีการปล่อยเวอร์ชั่นเบต้าให้แฟนเพจของ EGCO Dev Team (www.facebook.com/egcodevteam) ได้ทดลองใช้ กระแสตอบรับที่ได้กลับมาก็ค่อนข้างดีมาก ทุกคนที่ได้ลองใช้ก็ชอบ หลายคนบอกว่าแอพสวย แต่มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพบ้าง เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้ปล่อยเวอร์ชั่นเบต้า ออกไป ทำให้เราได้รู้ปัญหาในมุมมองของผู้ใช้หลายๆ แบบ ทำให้เรากลับมาปรับแก้หลายอย่าง ก่อนที่จะส่งเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ที่สุดเข้าไปยัง Marketplace
มีแอพตัวไหนที่ขายบ้างหรือไม่ และผลตอบรับเป็นอย่างไร

ตอนนี้ที่เน้น Windows Phone ส่วนใหญ่ทำเป็น free app ของเราเอง หรือไม่ก็ทำ free app ร่วมกับองค์กรอื่นๆ แต่ก็ทำ paid app บ้างเช่น MYDolls บน Windows Phone มีทั้ง trial mode และแบบ paid mode ซึ่งตั้งราคาไว้ที่ 0.99$ สัดส่วนคนโหลด trial แล้วมาซื้อแบบ paid อยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถือว่ายังน้อยอยู่ เพราะคนยังรู้จักแอพเราน้อย ก็กำลังคิดหาวิธีโปรโมตกันอยู่เรื่อยๆ
ส่วนเกม A MATH ที่ขายบน iOS ก็ยังค่อนข้างใหม่มากบน App Store แต่เราก็ร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์เกมคือ สมาคมครอสเวิร์ดแห่งประเทศไทย ที่จะมาช่วยเราโปรโมตแอพเวลาทางสมาคมฯ ออกไปจัดแข่งขันตามสถานที่ต่างๆ แต่พวกเราวางเป้าหมายเกมนี้ไปที่กลุ่มตลาดโลก เราก็ต้องพยายามคิดหาวิธีโปรโมตผ่านสื่อใหม่ๆ พวกสื่อออนไลน์ด้วย
ปัญหาและอุปสรรคของนักพัฒนาแอพในไทย

ปัญหาในทีมก็มีเหมือนกันนะครับ ทุกงานที่ทำงานเป็นทีมก็จะเจอเรื่องความคิดเห็นไม่ตร งกันเป็นเรื่องปกติ และทีมเราก็มีหัวหน้าทีม 2 คน เวลาสองคนนี้เห็นไม่ตรงกันเมื่อไหร่นี่เถียงกันนานเล ยครับ "เว้ง" บอกว่าบางวันนั่งรอพวกเราเถียงกัน ไปเป็นอันทำงานเลย ต้องนั่งรอข้อสรุป ล่าสุดนี่เรื่องตำแหน่งวางโปรเกรสบาร์ คนนึงจะให้อยู่ติดขอบบนสุด อีกคนจะให้อยู่ตรงกลาง แต่ละคนก็มีเหตุผลครับ แต่พอตกลงกันได้งานก็เดินต่อเร็วเลย เวลาความเห็นไม่ตรงกันต้องผลัดกันฟังผลัดกันบอกเหตุผ ลของแต่ละฝ่าย จะได้ไม่ทะเลาะกันครับ (หัวเราะ)
ปัญหาของนักพัฒนาแอพในไทย ในมุมมองของนักพัฒนาบน Windows Phone ปัญหาหลักๆ คือ การไม่รองรับภาษาไทยของ Windows Phone ทำให้หลายแอพที่ต้องแสดงผลเป็นภาษาไทย เว้นบรรทัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจมาก เพราะว่าตัว OS ไม่รองรับการตัดคำภาษาไทย
ในเรื่องการ publish app ก็มีอุปสรรคเหมือนกัน เพราะตอนนี้ Windows Phone Marketplace ยังไม่เปิดให้นักพัฒนาชาวไทย สมัครสมาชิกเพื่อส่งแอพเข้า Marketplace ทำให้เวลาส่งแอพต้องใช้บริการทางเลือกเช่น Yalla Apps หรือฝาก Microsoft Thailand ทำให้ และนักพัฒนาชาวไทยยังไม่สามารถขาย paid app ได้ แต่ดีที่ EGCO Dev Team มีบัญชีของเราเองโดยใช้ที่อยู่ที่อเมริกา ทำให้เราสะดวกกว่านักพัฒนารายอื่น และก็ขายแอพได้ด้วย
อีกอุปสรรคสำคัญเลยคือการโปรโมต อุปสรรคนี้เกิดกับนักพัฒนาทั่วโลก เดี๋ยวนี้แอพบนมือถือมีเยอะมาก ถ้าแอพไม่ติด Top Chart มันก็จะหลบอยู่ในมุมมืดของ Marketplace ไปนาน เราต้องมีแผนการโปรโมตแอพของเรา ส่วนใหญ่จะผ่านทาง social network พวก Facebook และ Twitter ส่วนแอพระดับภูมิภาค ตอนนี้เราก็พาร์ตเนอร์กับ Nokia Thailand ที่มาช่วยโปรโมต Local App ที่เราพัฒนาออกมาอีกแรงนึง
ทุกปัญหาและอุปสรรคมีทางแก้ไข เราก็ต้องคิดหาทางมาแก้ไข ถ้าเอาแต่รอคนอื่นมาแก้ไขอย่างเดียว อย่าง "เมื่อไหร่ประเทศไทยจะได้ใช้ซักที" "เมื่อไหร่จะมีสิ่งนี้ซักที" เราก็จะไม่ได้เดินหน้าต่อไป เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า เราไม่ควรรอสิ่งที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราน่าจะนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในวันนี้มาประยุกต์ให้เก ิดสิ่งที่เราต้องการดีกว่า

ได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์และโนเกียอย่างไรบ้าง และคิดว่าเป็นการสนับสนุนที่มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

ช่วงแรกไมโครซอฟท์สนับสนุนเราเรื่องพื้นฐานการพัฒนาโ ปรแกรมบน Windows Phone เป็นอย่างมาก ซึ่งตรงนี้เป็นประโยชน์กับพวกเรามาก ตรงนี้ก็ต้องขอบคุณพี่พงศ์ ที่ MIC ด้วยที่คอยสนับสนุนเราเป็นอย่างดี และช่วงที่ทำแอพ ThaiDamMonitor ออกมา ช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท่วมพอดี ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของไมโครซอฟท์ก็ติดต่อมาอยากนำแ อพเราไปประชาสัมพันธ์ด้วย
ส่วนโนเกียนี่เราค่อนข้างโชคดีที่ได้มาช่วยสนับสนุนเ รา เพราะเราเห็นว่าโนเกียมีพลังประชาสัมพันธ์ในระดับประ เทศอย่างดีเยี่ยมอยู่แล้ว ถ้าเราทำแอพอะไรที่เน้นไปยังกลุ่มผู้ใช้ในประเทศ แล้วได้โนเกียมาประชาสัมพันธ์ให้ก็จะช่วยได้เยอะเลย
พอเราเห็นว่าโนเกียจะนำ Lumia มาจำหน่ายในไทย เราก็เลยพยายามหาทางติดต่อโนเกียเข้าไป และได้คุยกับคุณ Grant McBeath ซึ่งเค้าก็สนใจในสิ่งที่เราทำอยู่ และดีใจที่เราเป็นหนึ่งแรงที่จะมาช่วยผลักดัน Ecosystem ของ Windows Phone ก็เลยจัดแจงให้เราได้ไปพูดคุยกับคุณจิรวัฒน์ และคุณเอกราช ที่ดูแลเรื่องการสนับสนุนนักพัฒนาของโนเกียในประเทศไ ทย เค้าเห็นความมุ่งมั่นของเรา ที่จะทำตรงนี้ให้ประสบความสำเร็จ ก็จะเตรียมช่วยเราผลักดันแอพที่เราทำออกมาเพื่อตลาดค นในประเทศอย่างเต็มที่
การเข้าไปทำแอพกับ ททท และ ช่อง 3 นี่เข้าไปได้อย่างไรบ้าง

เราได้พบกับคุณฐาปนีย์ (ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ในงาน MT2 ที่เราไปร่วมฟัง โดยคุณฐาปนีย์มาพูดถึงแอพต่างๆ ที่ ททท. มี และก็ความเป็นไปได้ที่จะเอาเทคโนโลยีต่างๆ (เช่น AR) มาใช้ในแอพที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เราก็เลยถามถึงแอพของ ททท. บนแพลตฟอร์ม Windows Phone
เมื่อรู้ว่าทาง ททท. ยังไม่มีแผนการที่จะทำอะไรบนแพลตฟอร์มนี้ พวกเราเลยเสนอขอลองทำดู โดย ททท. จะจัดการเรื่อง content ต่างๆ ที่ใช้ในแอพให้ แต่ content ส่วนใหญ่เป็นของพาร์ทเนอร์ที่ทำแอพบนแพลตฟอร์มอื่นให ้ ททท. ทางเราเลยต้องมาสร้างและจัดระบบ content ต่างๆใหม่ จนเกิดขึ้นมาเป็นแอพ "Travel Thailand" พอแอพ Travel Thailand ออกมา ทางผู้อำนวยการก็ชอบผลงานเรา สนับสนุนอยากให้เราทำแอพอื่นอีก พวกเราก็ยินดีครับ
ส่วนช่อง 3 นี่ มีสมาชิกในทีมคนนึง (เก่ง) เป็นแฟนรายการครอบครัวข่าว ตอนแรกเลยจะทำแอพไว้เป็นแอพแบบ unofficial โดยดึงข้อมูลจากเว็บมาเอง แต่ก็พบว่าต้องใช้พวกโลโก้ อาร์ตเวิร์คด้วย กลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ก็เลยเขียนไปที่ช่อง 3 และทางช่อง 3 ก็สนใจอยากเห็นผลงานของเรา พอเรานำแอพของเราไปเสนอ ทางช่อง 3 ก็ชอบ ก็เลยอยากให้เราทำเป็น Official App ไปเลย ก็เลยได้เป็นพาร์ทเนอร์กับช่อง 3 เพื่อทำแอพสำหรับ Windows Phone ในระยะยาวครับ
จากนี้ไปมีแผนจะทำอะไรต่อครับ ทำแอพต่อไป หรือมีแผนอย่างอื่นๆ ด้วย

ตอนนี้เราเน้นในเรื่องแอพเป็นหลักอยู่ แต่ในอนาคตเราวางแผนที่จะทำอะไรกว้างขึ้น อาจจะมีทั้งระบบเว็บหรือ complete system ที่มีทั้งแอพ และเว็บ ตอนนี้ก็มีหลายโครงการที่กำลังวางแผนออกแบบกันอยู่ รอติดตามชมกันได้ครับ
ข้อมูลติดต่อ EGCO Dev Team: เว็บ, Facebook, Twitter


อ่านต่อ...