r 26 มีปัญหาไฟชาร์จครับ
    
    
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

ชื่อกระทู้: r 26 มีปัญหาไฟชาร์จครับ

  1. #1
    Member yai2090's Avatar
    วันที่สมัคร
    Nov 2011
    ข้อความ
    120
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    6

    มาตรฐาน r 26 มีปัญหาไฟชาร์จครับ



    r 26 มีปัญหาไฟชาร์จครับ ต้องชาร์จแบตบ่อยครับ ใช้หน้าทองขาวเดิมครับ รบกวนพี่ๆช่วยแนะนำผมหน่อยครับ ขอบคุณครับ
    เตือน : กระทู้เก่า
    กระทู้นี้เก่ากว่า 360 วัน ข้อมูลและสินค้าบางรายการ อาจจะไม่ตรงกับปัจจุบัน โปรดสอบถามก่อน

  2. #2
    Watchy's Avatar
    วันที่สมัคร
    Oct 2007
    สถานที่
    -
    ข้อความ
    393
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    10

    มาตรฐาน

    ผมว่ามีหลายๆท่านผ่านมาอ่านกระทู้นี้แล้วก็ผ่านเลยไป ที่ผ่านเลยไปก็อาจจะมีหลายเรื่องหลายราวที่ทำให้ต้อง ผ่านเลยไป อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ
    พอดีผมผ่านมาเห็น(เดี่ยวนี้นานๆจะเข้ามาดูที) และพอมีเวลาบ้าง
    ก็เลยอยากจะขอแชร์ประสบการณ์นะครับ เผื่อจะลองนำไปใช้ดู ผิดถูกประการใด ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ

    1.) ตรวจดูสภาพแบตฯก่อนครับ ไม่ต้องสนใจว่าแบตฯใหม่หรือเก่าแค่ไหน บางลูกซื้อใหม่มาแค่6เดือนก็เน่าแล้วครับ
    ทางที่ดีถอดแบตฯยกไปร้านแบตฯ ให้เค้าตรวจเช็คเลยครับว่าแบตฯสภาพดีแค่ไหน มีความสามารถในการเก็บประจุได้แค่ไหน
    ทางร้านเค้าจะบอกเราเองครับ ถ้าดีก็ให้เค้าชาร์จไฟให้เต็ม ค่าใช้จ่ายไม่สูงครับไม่น่าเกินร้อย

    2.) ลองเช็คดูครับว่ามีไฟรั่วลงกราวหรือเปล่า เช็คเองก็ได้ครับง่าย โดยต่อแบตฯตามปกติ หาหลอดไฟเล็กๆวัตต์น้อยๆ(หลอด6โวล์ท ในกรณีแบตเป็น6โวล์ท)
    ต่อสายไฟที่หลอดไฟให้ยาวหน่อย สาย-ของหลอดไฟก็ต่อกับขั่ว-ของแบตฯ
    ส่วนสายไฟ+ของหลอดไฟ ให้แตะไปที่โครงรถตรงไหนก็ได้ แตะหรือจิ้มไปหลายๆที่ ทั้งที่โครงเฟรมรถ-แคร้งเครื่อง แล้วดูว่าหลอดไฟสว่างหรือไม่ ถ้าสว่างแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงครับ
    ถ้าชัวร์ๆก็เอาโวล์ทมิเตอร์จับเลยครับ ทำแบบเดียวกับต่อหลอดไฟที่ว่าแหล่ะครับ คือสาย-ของมิเตอร์ ต่อกับขั่วลบของแบตฯ สาย+ของมิเตอร์ก็จี้ไปตามตัวรถส่วนต่างๆ
    มิเตอร์ก็จะแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงหรือไม่ และถ้ารั่วรั่วเท่าไหร่ ถ้าปรากฎว่ามีไฟรั่วก็ต้องไปหากันว่ามีสายไฟ+รั่วลงโ ครง(กราว)ที่จุดไหน ก็ให้ทำการแก้ไขครับ

    3.) ต่อไปถ้าแบตฯดีและไม่มีไฟรั่วลงโครง(กราว) ก็ให้ตรวจเช็คการชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตฯ ถ้าง่ายๆ ก็คือ ใส่แบตฯเข้าไปในรถ ไม่ต้องปิดฝาครอบ ต่อแบตฯตามปกติ สตาร์ทเครื่อง
    เอาโวล์ทมิเตอร์มามาจับที่ขั่วบวก กับขั่วลบของแบตฯดูว่ามิเตอร์ขึ้นเท่าไหร่ ขณะรอบเดินเบา ,
    เร่งเครื่องให้รอบสูงขึ้นแล้วดูว่าแรงดันของไฟสูงขึ้ นตามหรือไม่(ปกติต้องสูงขึ้นตามรอบของเครื่อง) พอไปถึงระดับนึงมันจะไม่สูงไปกว่านั้นแล้วเพราะคัตเอ ้าท์มันจะตัด
    ถ้ามิเตอร์ไม่ขยับขึ้น หรือขยับน้อย แสดงว่าชุดชาร์จ เริ่มง่อยเปลี้ยแล้วครับ เตรียมจัดการเรื่องชุดชาร์จได้เลย(แต่ต้องไปดูอีกทีว ่าชุดชาร์จทำไมถึงชาร์จน้อย เช่น ถ่านชาร์จอาจจะหมด, ฯลฯ)

    โดยปกติถ้ารถเป็น6 โวล์ท รอบเดินเบาจะอยู่ที่5โวล์ท ปลายๆถึง6 เร่งเครื่องขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าระบบชาร์จดีๆ จะไปถึง7กว่าๆ หรือ8กว่าๆ บางคันไปถึง9 โวล์ทกว่า
    ขณะเร่งรอบเครืองขึ้นไปให้ดูไฟที่ทับทิมสีแดงบนกระโห ลกไฟด้วยว่า มันดับหรือไม่ ดับที่รอบเครื่องระดับไหน โวล์ทมิเตอร์ที่จับอยู่โชว์ขึ้นมาว่ากี่โวล์ท....

    ด้วยจิตคารวะ
    Watchy.

    ไปดูสินค้าทั้งหมดที่ผมขายได้ที่http://www.watchy.lnwshop.com

    ท่านใด สนใจ หรือต้องการติดต่อสอบถาม ติดต่อผมได้โดยตรง ที่
    โทร.: 089-177-1717 และ E-mail : watchywat@gmail.com


    ติดต่อ-พบปะพูดคุยกับผมผ่านFacebook ได้ที่
    <<< กดเลย

  3. #3
    enola's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    ไม่มี
    ข้อความ
    820
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 2 ครั้ง ใน 2 ข้อความ
    Feedback Score
    2 (100%)
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน

    สุดยอดเลยครับ
    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Watchy อ่านข้อความ
    ผมว่ามีหลายๆท่านผ่านมาอ่านกระทู้นี้แล้วก็ผ่านเลยไป ที่ผ่านเลยไปก็อาจจะมีหลายเรื่องหลายราวที่ทำให้ต้อง ผ่านเลยไป อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ
    พอดีผมผ่านมาเห็น(เดี่ยวนี้นานๆจะเข้ามาดูที) และพอมีเวลาบ้าง
    ก็เลยอยากจะขอแชร์ประสบการณ์นะครับ เผื่อจะลองนำไปใช้ดู ผิดถูกประการใด ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ

    1.) ตรวจดูสภาพแบตฯก่อนครับ ไม่ต้องสนใจว่าแบตฯใหม่หรือเก่าแค่ไหน บางลูกซื้อใหม่มาแค่6เดือนก็เน่าแล้วครับ
    ทางที่ดีถอดแบตฯยกไปร้านแบตฯ ให้เค้าตรวจเช็คเลยครับว่าแบตฯสภาพดีแค่ไหน มีความสามารถในการเก็บประจุได้แค่ไหน
    ทางร้านเค้าจะบอกเราเองครับ ถ้าดีก็ให้เค้าชาร์จไฟให้เต็ม ค่าใช้จ่ายไม่สูงครับไม่น่าเกินร้อย

    2.) ลองเช็คดูครับว่ามีไฟรั่วลงกราวหรือเปล่า เช็คเองก็ได้ครับง่าย โดยต่อแบตฯตามปกติ หาหลอดไฟเล็กๆวัตต์น้อยๆ(หลอด6โวล์ท ในกรณีแบตเป็น6โวล์ท)
    ต่อสายไฟที่หลอดไฟให้ยาวหน่อย สาย-ของหลอดไฟก็ต่อกับขั่ว-ของแบตฯ
    ส่วนสายไฟ+ของหลอดไฟ ให้แตะไปที่โครงรถตรงไหนก็ได้ แตะหรือจิ้มไปหลายๆที่ ทั้งที่โครงเฟรมรถ-แคร้งเครื่อง แล้วดูว่าหลอดไฟสว่างหรือไม่ ถ้าสว่างแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงครับ
    ถ้าชัวร์ๆก็เอาโวล์ทมิเตอร์จับเลยครับ ทำแบบเดียวกับต่อหลอดไฟที่ว่าแหล่ะครับ คือสาย-ของมิเตอร์ ต่อกับขั่วลบของแบตฯ สาย+ของมิเตอร์ก็จี้ไปตามตัวรถส่วนต่างๆ
    มิเตอร์ก็จะแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงหรือไม่ และถ้ารั่วรั่วเท่าไหร่ ถ้าปรากฎว่ามีไฟรั่วก็ต้องไปหากันว่ามีสายไฟ+รั่วลงโ ครง(กราว)ที่จุดไหน ก็ให้ทำการแก้ไขครับ

    3.) ต่อไปถ้าแบตฯดีและไม่มีไฟรั่วลงโครง(กราว) ก็ให้ตรวจเช็คการชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตฯ ถ้าง่ายๆ ก็คือ ใส่แบตฯเข้าไปในรถ ไม่ต้องปิดฝาครอบ ต่อแบตฯตามปกติ สตาร์ทเครื่อง
    เอาโวล์ทมิเตอร์มามาจับที่ขั่วบวก กับขั่วลบของแบตฯดูว่ามิเตอร์ขึ้นเท่าไหร่ ขณะรอบเดินเบา ,
    เร่งเครื่องให้รอบสูงขึ้นแล้วดูว่าแรงดันของไฟสูงขึ้ นตามหรือไม่(ปกติต้องสูงขึ้นตามรอบของเครื่อง) พอไปถึงระดับนึงมันจะไม่สูงไปกว่านั้นแล้วเพราะคัตเอ ้าท์มันจะตัด
    ถ้ามิเตอร์ไม่ขยับขึ้น หรือขยับน้อย แสดงว่าชุดชาร์จ เริ่มง่อยเปลี้ยแล้วครับ เตรียมจัดการเรื่องชุดชาร์จได้เลย(แต่ต้องไปดูอีกทีว ่าชุดชาร์จทำไมถึงชาร์จน้อย เช่น ถ่านชาร์จอาจจะหมด, ฯลฯ)

    โดยปกติถ้ารถเป็น6 โวล์ท รอบเดินเบาจะอยู่ที่5โวล์ท ปลายๆถึง6 เร่งเครื่องขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าระบบชาร์จดีๆ จะไปถึง7กว่าๆ หรือ8กว่าๆ บางคันไปถึง9 โวล์ทกว่า
    ขณะเร่งรอบเครืองขึ้นไปให้ดูไฟที่ทับทิมสีแดงบนกระโห ลกไฟด้วยว่า มันดับหรือไม่ ดับที่รอบเครื่องระดับไหน โวล์ทมิเตอร์ที่จับอยู่โชว์ขึ้นมาว่ากี่โวล์ท....

    ด้วยจิตคารวะ
    Watchy.

  4. #4
    Member brkoom's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ข้อความ
    252
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    9

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Watchy อ่านข้อความ
    ผมว่ามีหลายๆท่านผ่านมาอ่านกระทู้นี้แล้วก็ผ่านเลยไป ที่ผ่านเลยไปก็อาจจะมีหลายเรื่องหลายราวที่ทำให้ต้อง ผ่านเลยไป อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ
    พอดีผมผ่านมาเห็น(เดี่ยวนี้นานๆจะเข้ามาดูที) และพอมีเวลาบ้าง
    ก็เลยอยากจะขอแชร์ประสบการณ์นะครับ เผื่อจะลองนำไปใช้ดู ผิดถูกประการใด ขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ

    1.) ตรวจดูสภาพแบตฯก่อนครับ ไม่ต้องสนใจว่าแบตฯใหม่หรือเก่าแค่ไหน บางลูกซื้อใหม่มาแค่6เดือนก็เน่าแล้วครับ
    ทางที่ดีถอดแบตฯยกไปร้านแบตฯ ให้เค้าตรวจเช็คเลยครับว่าแบตฯสภาพดีแค่ไหน มีความสามารถในการเก็บประจุได้แค่ไหน
    ทางร้านเค้าจะบอกเราเองครับ ถ้าดีก็ให้เค้าชาร์จไฟให้เต็ม ค่าใช้จ่ายไม่สูงครับไม่น่าเกินร้อย

    2.) ลองเช็คดูครับว่ามีไฟรั่วลงกราวหรือเปล่า เช็คเองก็ได้ครับง่าย โดยต่อแบตฯตามปกติ หาหลอดไฟเล็กๆวัตต์น้อยๆ(หลอด6โวล์ท ในกรณีแบตเป็น6โวล์ท)
    ต่อสายไฟที่หลอดไฟให้ยาวหน่อย สาย-ของหลอดไฟก็ต่อกับขั่ว-ของแบตฯ
    ส่วนสายไฟ+ของหลอดไฟ ให้แตะไปที่โครงรถตรงไหนก็ได้ แตะหรือจิ้มไปหลายๆที่ ทั้งที่โครงเฟรมรถ-แคร้งเครื่อง แล้วดูว่าหลอดไฟสว่างหรือไม่ ถ้าสว่างแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงครับ
    ถ้าชัวร์ๆก็เอาโวล์ทมิเตอร์จับเลยครับ ทำแบบเดียวกับต่อหลอดไฟที่ว่าแหล่ะครับ คือสาย-ของมิเตอร์ ต่อกับขั่วลบของแบตฯ สาย+ของมิเตอร์ก็จี้ไปตามตัวรถส่วนต่างๆ
    มิเตอร์ก็จะแสดงว่ามีไฟรั่วลงโครงหรือไม่ และถ้ารั่วรั่วเท่าไหร่ ถ้าปรากฎว่ามีไฟรั่วก็ต้องไปหากันว่ามีสายไฟ+รั่วลงโ ครง(กราว)ที่จุดไหน ก็ให้ทำการแก้ไขครับ

    3.) ต่อไปถ้าแบตฯดีและไม่มีไฟรั่วลงโครง(กราว) ก็ให้ตรวจเช็คการชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตฯ ถ้าง่ายๆ ก็คือ ใส่แบตฯเข้าไปในรถ ไม่ต้องปิดฝาครอบ ต่อแบตฯตามปกติ สตาร์ทเครื่อง
    เอาโวล์ทมิเตอร์มามาจับที่ขั่วบวก กับขั่วลบของแบตฯดูว่ามิเตอร์ขึ้นเท่าไหร่ ขณะรอบเดินเบา ,
    เร่งเครื่องให้รอบสูงขึ้นแล้วดูว่าแรงดันของไฟสูงขึ้ นตามหรือไม่(ปกติต้องสูงขึ้นตามรอบของเครื่อง) พอไปถึงระดับนึงมันจะไม่สูงไปกว่านั้นแล้วเพราะคัตเอ ้าท์มันจะตัด
    ถ้ามิเตอร์ไม่ขยับขึ้น หรือขยับน้อย แสดงว่าชุดชาร์จ เริ่มง่อยเปลี้ยแล้วครับ เตรียมจัดการเรื่องชุดชาร์จได้เลย(แต่ต้องไปดูอีกทีว ่าชุดชาร์จทำไมถึงชาร์จน้อย เช่น ถ่านชาร์จอาจจะหมด, ฯลฯ)

    โดยปกติถ้ารถเป็น6 โวล์ท รอบเดินเบาจะอยู่ที่5โวล์ท ปลายๆถึง6 เร่งเครื่องขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าระบบชาร์จดีๆ จะไปถึง7กว่าๆ หรือ8กว่าๆ บางคันไปถึง9 โวล์ทกว่า
    ขณะเร่งรอบเครืองขึ้นไปให้ดูไฟที่ทับทิมสีแดงบนกระโห ลกไฟด้วยว่า มันดับหรือไม่ ดับที่รอบเครื่องระดับไหน โวล์ทมิเตอร์ที่จับอยู่โชว์ขึ้นมาว่ากี่โวล์ท....

    ด้วยจิตคารวะ
    Watchy.

  5. #5
    Member yai2090's Avatar
    วันที่สมัคร
    Nov 2011
    ข้อความ
    120
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    Feedback Score
    0
    ผลการให้คะแนน
    6

    มาตรฐาน


    ขอบคุณพี่ Watchy ครับ ที่แนะนำข้อมูล ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบกับรถ R26 ครับ ขอขอบคุณพี่ Watchy ครับ

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •