ข่าว เลอโนโวซื้อโมโตโรลา ถือเป็นข่าวไอทีช็อคโลกประจำสัปดาห์ ผมเชื่อว่าทุกคนงง ผมก็งงครับ แต่พอภาวะความงงเริ่มหดหาย มานั่งพินิจพิเคราะห์ดีๆ ก็พบว่าดีลนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายประการ
บทวิเคราะห์นี้จะ "พยายาม" อธิบายข้อดีข้อเสียของดีลครั้งนี้
Lenovo

เริ่มจากเลอโนโวในฐานะ "ผู้ซื้อ" ครับ ปัจจุบันเรารู้จักกันดีว่าเลอโนโวคือผู้ผลิตพีซีหมาย เลขหนึ่งของโลก แซงหน้าคู่แข่งที่เป็นผู้ผลิตพีซีหน้าเก่าๆ ทั้งสายอเมริกัน (เอชพี เดลล์) และสายไต้หวัน (เอเซอร์ เอซุส) มาได้สักระยะแล้ว
แต่ถ้าเราย้อนดูประวัติของเลอโนโว เราจะพบว่าเลอโนโวมีจุดเริ่มต้นจากการขายพีซีต้นทุนต ่ำ ราคาถูก (ประวัติของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สายเอเชียจะมาแนวนี้เหมื อนกันหมดในช่วงแรกๆ) และค่อยๆ สร้างนวัตกรรมด้วยการซื้อกิจการบริษัทที่มีเทคโนโลยี ก้าวหน้ากว่า (แต่มีปัญหาธุรกิจด้วยเหตุผลเรื่องค่าแรง-ต้นทุน) อย่างการซื้อธุรกิจพีซีของ IBM ที่ช่วยให้บริษัทพัฒนาตัวได้อย่างก้าวกระโดด
การซื้อกิจการโมโตโรลารอบนี้ก็คล้ายๆ กัน เพียงแต่เป็นธุรกิจอุปกรณ์พกพาตามสมัยนิยม เราจะเห็นว่าเลอโนโวเริ่มต้นค่อนข้างช้ากับธุรกิจอุป กรณ์พกพา เริ่มขายสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตช้ากว่าชาวบ้าน ถึงแม้ภายหลังจะปรับตัวมาเน้นมือถือ และทำได้ค่อนข้างดีในตลาดล่าง แต่ในตลาดบนก็ยังสู้กับซัมซุงหรือแอปเปิลได้ยาก
ถ้าย้อนดู "ข่าวลือ" เก่าๆ ของเลอโนโว เราจะเห็นว่าเลอโนโวมัก "มีเอี่ยว" กับข่าวลือการซื้อกิจการบริษัทมือถือที่อยู่ในช่วงขา ลงแทบทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Palm, Nokia และที่ใกล้ความจริงที่สุดคือ BlackBerry (ที่โดนรัฐบาลแคนาดาสกัดดาวรุ่ง) ข่าวเหล่านี้เป็นหลักฐานพอบ่งชี้ได้ว่า เลอโนโวสนใจขยายธุรกิจมือถือด้วยการซื้อกิจการ (ยุทธศาสตร์เดียวกับ ThinkPad) มาสักระยะแล้ว เพียงแต่สุดท้ายหวยมาออกที่โมโตโรลานั่นเอง
เลอโนโวซื้อโมโตโรลาแล้วได้อะไรบ้าง?

  • เทคโนโลยีและกำลังคน คิดแบบง่ายๆ เลอโนโวก็ได้วิศวกร ทีมงาน ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตโทรศัพท์จากโมโตโรลาซึ่งเป็ นบริษัทเก่าแก่ทางด้านนี้ (วิธีคิดแบบเดียวกับ ThinkPad) ถึงแม้ว่ากูเกิลจะไม่ได้ขายสินค้า "ตัวท็อป" อย่างแล็บ Advanced Technology and Projects ให้ด้วยก็ตาม)
  • สิทธิบัตร กูเกิลยังถือสิทธิบัตรส่วนใหญ่ของโมโตโรลาเอาไว้ แต่เลอโนโวก็ได้ส่วนแบ่งมาราว 2,000 รายการในดีลครั้งนี้
  • แบรนด์ ต้องยอมรับว่าแบรนด์ของเลอโนโวยังไม่แข็งแรงนัก (ในบ้านเราคนที่รู้จักว่าเลอโนโวทำโทรศัพท์ก็ยังไม่เ ยอะ) แถมแบรนด์ของเลอโนโวยังมีคนรู้จักเฉพาะบางภูมิภาค การได้แบรนด์โมโตโรลาที่มีฐานแข็งแรงมากในอเมริกาเหน ือและละตินอเมริกา (Moto G เลือกเปิดตัวในละตินอเมริกาก่อน) ก็ถือเป็นประโยชน์สำหรับการเจาะตลาดโลกในอนาคต ซึ่งเลอโนโวเองก็ให้ข้อมูลว่าจะเลือกว่าจะใช้แบรนด์ไ หนทำตลาดในประเทศไหนอีกครั้งหนึ่ง
  • ช่องทางการจำหน่าย โมโตโรลาทำธุรกิจโทรศัพท์มานาน มีความสนิทสนม สายสัมพันธ์กับโอเปอเรเตอร์ทั่วโลก มีช่องทางการจำหน่ายในประเทศพัฒนาแล้วอยู่มาก เลอโนโวสามารถใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของโมโตโรลากับผล ิตภัณฑ์ของตัวเองได้เต็มที่
  • สายสัมพันธ์กับกูเกิล เลอโนโวน่าจะได้ประโยชน์จากความสนิทสนมกับกูเกิลมากข ึ้น อาจถึงขั้นได้ทำ Nexus รุ่นต่อไป (ถ้า Nexus ยังมีอยู่นะครับ)

โดยสรุปแล้ว การซื้อกิจการโมโตโรลาครั้งนี้ เลอโนโวได้ประโยชน์ซะเยอะ ถ้าอาศัยทรัพย์สินและศักยภาพของทั้งสองบริษัทในปัจจุ บันมาวางแผนการดำเนินการดีๆ เราน่าจะเห็นเลอโนโวขึ้นเป็นเบอร์สามของวงการมือถือ ขึ้นไปท้าชิงกับแอปเปิล-ซัมซุงได้ไม่ยากนัก (แต่ถ้าจะเอาถึงขั้นโค่นสองรายนี้คงยากหน่อย)
ค่าตัวของโมโตโรลายังถือว่าค่อนข้างถูกคือประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับสิ่งที่ได้ทั้งแบรนด์ คน โรงงาน ช่องทางการจำหน่าย (ถูกมากเมื่อเทียบกับที่กูเกิลซื้อมา 12.5 พันล้านดอลลาร์)
จุดอ่อนของดีลนี้คงมีแค่เลอโนโวต้องแบกรับการขาดทุนข องโมโตโรลาไว้ ([ตัวเลขไตรมาสล่าสุดคือขาดทุน 384 ล้านดอลลาร์) ซึ่งบริษัทที่มีเงินเหลือๆ และ "แค่ขายของในเมืองจีนก็มีกำไรแล้ว" อย่างเลอโนโวน่าจะแบกรับต้นทุนส่วนนี้ได้สบาย

Google

แน่นอนว่ากูเกิลขายโมโตโรลาแบบขาดทุนครับ ซื้อมา 12.5 พันล้าน ขาย 3 พันล้าน ค่าตัวโมโตโรลาตกวูบ แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ขาดทุนขนาดนั้น เพราะว่า

  • กูเกิลเคยตัดส่วนธุรกิจเซ็ตท็อปบ็อกซ์ของโมโตโรลา ขายให้บริษัทอุปกรณ์สื่อสาร Arris ไปในปี 2012 ค่าตัว 2.35 พันล้าน - ข่าวเก่า
  • กูเกิลยังถือครองทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตรต่างๆ ของโมโตโรลาเอาไว้เป็นส่วนใหญ่ (เคยมีตัวเลขประเมินมูลค่าว่าประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็มีคนวิจารณ์ว่าสิทธิบัตรเหล่านี้อาจใช้งานในทาง ศาลได้ไม่เยอะอย่างที่กูเกิลหวัง)
  • หน่วยงานวิจัยชั้นสูงอย่าง Advanced Technology and Projects ก็ยังอยู่กับกูเกิล (ตีมูลค่าอาจได้ไม่เยอะนัก แต่ถ้ามองในแง่โอกาสด้านนวัตกรรมในอนาคตก็อาจจะพอได้ อยู่)

สิ่งที่สำคัญกว่าการหักลบราคาซื้อมาขายไป คงอยู่ที่ว่ากูเกิลหาคนมาเซ้งธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และไม่ใช่ธุรกิจหลักของตัวเองออกไปได้ (โมโตโรลาเคยมีพนักงานเป็นหมื่น ปัจจุบันเหลือประมาณ 4-5 พัน แค่ค่าพนักงานก็อ้วกแล้วครับ)
นอกจากประเด็นเรื่องเงินแล้ว การขายโมโตโรลายังเป็นประโยชน์กับกูเกิลดังนี้
สิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา
กูเกิลยังได้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของโมโตโรล าในแง่จำนวนสิทธิบัตรที่ถือครอง แต่ในทางปฏิบัติแล้วมันจะคุ้มค่าคุ้มราคาจริงหรือไม่ ต้องรอดูกันยาวๆ ว่ากูเกิลสามารถใช้สิทธิบัตรเหล่านี้ป้องกันตัวจากกา รฟ้องได้สักแค่ไหน
ความเชื่อใจจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์แอนดรอยด์
ตอนที่กูเกิลซื้อโมโตโรลา น่าจะจำกันได้ว่าผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทุกรายหันมา "ระแวง" กูเกิลทันที ถึงแม้กูเกิลปฏิเสธเสียงแข็งตลอดมาว่าไม่ให้สิทธิพิเ ศษใดๆ กับโมโตโรลา แต่ก็คงอยู่ในสภาพว่า "อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ" ทำให้เราเห็นข่าวซัมซุงหันไปทำ Tizen, แอลจีซื้อสิทธิการ webOS หรือผู้ผลิตมือถือหลายรายหันไปมอง Firefox OS หรือ Windows Phone เป็นทางเลือกเอาไว้
การที่กูเกิลขายโมโตโรลาออกไป ย่อมทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์กลับมาเชื่อใจกูเกิลมากขึ้ น ซึ่งสื่อตะวันตกหลายๆ รายก็มองตรงกันว่าข่าว ซัมซุงแลกสิทธิบัตรกับกูเกิลสิบปี ที่ออกมาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์ระหว่างกูเกิลกับซัมซุง (ในฐานะผู้ขายแอนดรอยด์อันดับหนึ่ง) กลับมาดีขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งก็น่าจะแปลว่ากูเกิลตกลงกับซัมซุงได้แล้ว ค่อยประกาศข่าวการขายโมโตโรลาในภายหลัง
ลดโอกาสโดนสอบสวนจากหน่วยงานภาครัฐ
ในฐานะบริษัทใหญ่มีกิจการมากมาย กูเกิลเริ่มโดนหน่วยงานกำกับดูแล (regulator) จากหลายประเทศทั่วโลกรุมตรวจสอบปัญหาตุกติกของกูเกิล ในด้านต่างๆ เช่นเดียวกับที่ไมโครซอฟท์ในยุครุ่งเรืองเคยโดนมาแล้ ว การถูกตรวจสอบย่อมทำให้เสียเงิน เสียเวลา เสียธุรกิจ โดยเฉพาะประเด็นด้านการผูกขาดข้ามอุตสาหกรรม
ถ้ายังจำกันได้ ตอนที่กูเกิลซื้อโมโตโรลาต้องรอให้หน่วยงานกำกับดูแล อนุมัติกันนานเป็นปีๆ ซึ่งแปลว่าหน่วยงานภาครัฐเหล่านี้ระแวงว่ากูเกิลจะฉว ยโอกาสทุ่มตลาดหรือผูกขาดตลาดผ่านโมโตโรลานั่นเอง ดังนั้นการขายโมโตโรลาออกไป ลดจำนวนธุรกิจลง ก็ย่อมช่วยลดความเสี่ยงที่กูเกิลจะโดนสอบลงได้บ้าง
โละธุรกิจที่ไม่ทำเงิน
ธุรกิจหลักของกูเกิลคือโฆษณาและบริการออนไลน์ กูเกิลไม่เคยสนใจขายฮาร์ดแวร์แบบแอปเปิลเลยสักครั้ง ยุทธศาสตร์ด้านฮาร์ดแวร์ใดๆ ของกูเกิลในอดีตที่ผ่านมา (ไม่ว่าจะเป็น Nexus, Chromebook, Motorola) มีเป้าหมายเพื่อสร้างการเข้าถึงบริการออนไลน์ของกูเก ิลเป็นหลัก
เราจึงเห็นกูเกิลขาย Nexus, Chromebook หรือ Moto G ในราคาต่ำเรี่ยดิน กำไรบางเฉียบ เหตุเพราะกูเกิลไม่สนใจกำไรจากฮาร์ดแวร์ แต่สนใจว่าขายถูกๆ เพื่อให้คนจำนวนมากเข้าถึงสินค้าที่มีบริการของกูเกิ ลแปะมาด้วยก็พอแล้ว
ธุรกิจมือถือและอุปกรณ์พกพาเองก็มีความน่าสนใจในฐานะ ธุรกิจน้อยลงเรื่อยๆ ราคาเครื่องลดลง การแข่งขันสูงขึ้น (มีลักษณะเป็น commodity มากขึ้น) เริ่มมีผู้ผลิตแบรนด์ท้องถิ่นจากจีนและอินเดียเข้ามา แข่งขันมากขึ้น โมโตโรลาจึงไม่น่าจะเป็นธุรกิจที่กูเกิลสนใจอีกต่อไป (ราคาขายโมโตโรลานี่ถูกกว่าราคาซื้อ Nest Labs อีกนะครับ จำนวนพนักงานต่างกันตั้งหลายเท่า น่าตั้งคำถามว่าทำไมกูเกิลถึงให้ค่ากับ Nest มากกว่า)
Motorola

ต้องยอมรับว่าต่อให้ผลักดันโมโตโรลาอีกเยอะแค่ไหน โมโตโรลาก็คงไปได้ไม่ไกลกว่านี้มากนักในธุรกิจมือถือ เพราะซัมซุงกับแอปเปิลสร้างฐานที่มั่นของตัวเองได้เบ ็ดเสร็จแล้ว (ขนาดโนเกียที่ใหญ่กว่าโมโตโรลามากยังอ้วก) สู้กูเกิลยกโมโตโรลาให้เลอโนโวที่ยังแข่งขันได้จากฐา นที่มั่นในเมืองจีน เอาไปลุยต่อดีกว่า
โมโตโรลาในฐานะบริษัทมือถืออิสระนั้นจบไปนานแล้ว เมื่อโมโตโรลาไปอยู่ใต้เงาของเลอโนโวน่าจะถูกลดชั้นจ นมีสถานะคล้ายกับ ThinkPad คือถือเป็นซับแบรนด์ของเลอโนโวเท่านั้น (จะเทียบกับ Compaq ใต้เงาเอชพี ก็พอได้เหมือนกันครับ) ธุรกิจ หน่วยงาน ผู้บริหาร ช่องทางการจัดจำหน่าย ฯลฯ ของโมโตโรลาคงถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเลอโนโวในไ ม่ช้า ไม่มีโอกาสรันเป็นหน่วยธุรกิจแยกแบบสมัยอยู่ใต้กูเกิ ลอีกแล้ว
การขายโมโตโรลาครั้งนี้คงเป็นหลักฐานบ่งชี้ที่ดีว่า ยุคสมัยของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มือถืออย่างเดียวนั้นจบไป นานแล้ว เราเห็นชะตาชีวิตของบริษัทมือถืออิสระในอดีตว่าจบกัน ไม่ดีสักราย

  • Palm ขายให้เอชพี
  • โนเกีย ขายให้ไมโครซอฟท์
  • Ericsson ถอนตัว ยกหน่วยธุรกิจมือถือให้โซนี่
  • BlackBerry กระอักเลือดอยู่ในตอนนี้ แถมยังเอาท์ซอร์สงานมือถือให้ Foxconn บ้างแล้ว
  • HTC ร่อแร่

โลกมือถือยุคปัจจุบันจึงกลายเป็นพื้นที่ของบริษัทไอท ีที่ขยับขยายเข้ามาทำมือถือแทน ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล ซัมซุง แอลจี โซนี่ หรือไม่อย่างนั้นก็กลายเป็นบริษัทมือถือหน้าใหม่ๆ จากจีนไปเลย
สรุป

ดีลนี้ เลอโนโวได้ประโยชน์เต็มๆ ส่วนกูเกิลก็ได้ประโยชน์แบบอ้อมๆ ถึงแม้กูเกิลจะขาดทุนจากดีลนี้อยู่บ้าง แต่ก็สามารถเอากำไรจากธุรกิจอื่นๆ มาโปะได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรครับ
หลังจากนี้ ต้องจับตาดูว่าเมื่อกูเกิลปลดธุรกิจที่เริ่มจะไม่มีอ นาคตอย่างฮาร์ดแวร์มือถือลงไปแล้ว กูเกิลจะหันไปสนใจธุรกิจใหม่ๆ อะไรอีก ซึ่งข่าวการซื้อธุรกิจของกูเกิลในรอบ 2-3 ปีให้หลังก็แสดงทิศทางค่อนข้างชัดเจนว่า กูเกิลสนใจบริษัทหุ่นยนต์ (Boston Dynamics), AI (DeepMind), บ้านอัจฉริยะ (Nest) รวมถึงพยายามบุกเข้าไปยังตลาดรถยนต์ (Open Automotive Alliance) ซึ่งกว่าจิ๊กซอใน "เกมใหม่ของกูเกิล" จะประกอบร่างกันครบคงต้องรอกันอีกสัก 2-3 ปีครับ
Motorola, Lenovo, Google, Acquisition, Special Report




อ่านต่อ...