เมื่อไม่นานมานี้ Blognone เพิ่งมีโอกาสได้ไปร่วมกลุ่มสัมภาษณ์กับ Axis Communication บริษัทผู้ขายระบบกล้องวงจรปิดอันดับหนึ่งของโลก ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ประมาณ 30% ของตลาดโลกไปแล้ว (อ่านบทสัมภาษณ์ก่อนหน้าปูพื้นก่อนได้)
ในปี 2556 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการให้ความสนใจกับความปลอดภัยกันมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของกล้องวงจรปิดที่ได้รับการพูดถึงบ่อ ยครั้งทั้งในภาครัฐฯ และเอกชน รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในกทม. ยิ่งผลักให้ความต้องการในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ในปีที่ผ่านมา โลกของกล้องวงจรปิดได้พัฒนาไปค่อนข้างมาก ปี 2557 จึงมีกระแสใหม่ของลูกค้ามาอีกหลายอย่าง เช่น ความต้องการกล้องความละเอียดสูงขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ไต่ระดับไปถึง HD ที่ 720p-1080p แล้ว ในอนาคตก็จะเพิ่มให้กลายเป็น 4K เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอีก ส่วนในแง่ของนวัตกรรม Axis เองมีทั้งกล้องจับความร้อน และความสามารถในการถ่ายวิดีโอแบบมีสีในเวลากลางคืน (Axis เรียกว่า Light Finder) ซึ่งให้สีที่ถูกต้องโดยต้องการแสงเพียง 1 lux เท่านั้น (ประมาณหลอดไฟหนึ่งดวง)
เมื่อพูดถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปแล้ว คุณแววดาว อาจารมารยาท ผู้จัดการฝ่ายขายของ Axis ประจำภูมิภาคอินโดจีนบอกว่าในตอนนี้ ไม่มีลูกค้าที่อยากซื้อกล้องอีกแล้ว สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือโซลูชันครบวงจรสำหรับความปลอ ดภัย ซึ่งการที่ Axis เปลี่ยนผ่านไปสู่กล้องดิจิทัลได้ทั้งหมดแล้ว ทำให้สามารถสร้างโซลูชันที่เชื่อมต่อกับธุรกิจได้ดีข ึ้น (Business Intelligence) ตั้งแต่ฟังก์ชันด้านความปลอดภัยอย่างการวิเคราะห์ภาพ ในวิดีโอ เพื่อนับจำนวนคน หรือใช้ควบคุมการดำเนินงานอย่างอื่นเช่นการตรวจการเข ้า-ออกได้

เพื่อรับกับความต้องการของลูกค้าที่มีแผนจะย้ายจากกล ้องดิจิทัลแบบอนาล็อก (CCTV) ไปสู่กล้องดิจิทัล (IP Camera) มากถึง 58% Axis จึงพร้อมสำหรับการวางรากฐานให้ระบบ ตัวแพลตฟอร์มพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อ และมี API ที่เปิดกว้าง ให้ใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์อื่นๆ ได้
สอบถามราคาตัวกล้องวงจรปิดแบบไร้สาย ราคาเริ่มต้นตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 6,000 บาทต่อตัว ปกติแล้วจะติดประมาณ 4 ตัวต่อชุด รวมกับค่าใช้จ่ายอื่นอีกจะอยู่ประมาณเกือบสามหมื่นบา ทครับ (อันนี้คือแบบถูกสุดนะ)
Camera, Interview, Surveillance




อ่านต่อ...