การออกแบบอินเทอร์เฟซเพื่อให้มนุษย์ทำงานร่วมกับคอมพ ิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะเป็นหัว ข้อวิจัยที่วงการคอมพิวเตอร์พยายามพัฒนาอย่างหนักในช ่วงหลายปีที่ผ่านมา จุดสำคัญที่สุดคงเป็นการที่คอมพิวเตอร์เปลี่ยนจากระบ บอินพุตหลักเป็นคีย์บอร์ดและเมาส์มาเป็นจอสัมผัส

ในงาน NAIAS นอกจากฟอร์ดจะเปิดตัวรถหลายรุ่น (รุ่นสำคัญที่สุดที่สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจคือ GT ที่เป็นรถแข่งที่ยังใช้วิ่งบนถนนจริงได้) หัวข้อนำเสนอหนึ่งคือกระบวนการพัฒนาอินเทอร์เฟซของ SYNC 3 ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ใช้ต้องเข้าถึงฟีเจอร์สำ คัญๆ ของรถได้โดยที่ไม่เสียสมาธิต่อการขับขี่ หัวข้อนี้นำเสนอโดย Parrish Hanna ผู้อำนวยการฝ่าย Human Machine Interface


คำถามสำคัญของการออกแบบ SYNC 3 คือการถามว่าผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจและใช้งานฟีเจอร์ที่ร ถให้มาหรือไม่ โดยทุกวันนี้รถยนต์มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อร้ อยปีก่อนอย่างมาก แต่อินเทอร์เฟซของรถกลับพัฒนาอย่างสะเปะสะปะ ผู้ใช้เข้าใจได้ยากว่าสุดท้ายแล้วจะต้องการใช้ฟีเจอร ์เหล่านั้นอย่างไร

เป้าหมายหนึ่งของการออกแบบทของฟอร์ดคือเปิดให้รถยนต์ ทำงานร่วมกับโทรศัพท์ได้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตอบโต้กับโทรศัพท์ได้อย่างเหมาะ สมและปลอดภัย Parrish ระบุว่าผู้ใช้จำนวนมากวางโทรศัพท์ไว้บนหน้าตักตลอดเว ลา บางคนวางไว้ในที่วางแก้วแล้วหันไปมองตลอดเวลาซึ่งอัน ตรายมาก ทางฟอร์ดพิจารณาแนวทางที่จะวางอินเทอร์เฟซใหม่นี้ลงไ ปหลายจุด แล้วตัดสินใจว่าจะวางลงไปแทนวิทยุในรถยนต์



กระบวนการออกแบบอินเทอร์เฟซจะวนเป็นรอบๆ ออกแบบและทดสอบกับกลุ่มทดสอบไปเรื่อยๆ โดยบางครั้งผู้ทดสอบจะต้องอยู่ในรถจำลอง บางครั้งอยู่ในคอนโซลจำลองเพื่อถามว่าสามารถเปิดปิดฟ ังก์ชั่นที่กำหนดได้ถูกต้องหรือไม่ ในการทดสอบหนึ่งผู้ทดสอบจะได้รับมอบหมายให้ขับรถจำลอ งต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงเพื่อสังเกตว่าเขายังตอบสนองได้ดีหรือไม่หากข ับรถยาวจนเหนื่อยล้า จากนั้นจึงนำผลที่ได้มาปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่นต่อไป

หน้าจออินเทอร์เฟซของ SYNC 3 ถูกเลือกมาหลายหลายว่าจะออกแบบในธีมแบบไหน และได้ข้อสรุปว่าจะอาศัยความเคยชินกับโทรศัพท์อยู่แล ้วโดยปรับเป็นการออกแบบแบบ flat

จากนั้นจึงออกแบบอินเทอร์เฟซะพื้นฐานว่าควรจะมีหน้าจ ออะไรบ้าง อินเทอร์เฟซถูกปรับมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รูปแบบที่ทีมงานพอใจเมื่อช่วงกลางปี 2013 แล้วจึงเริ่มกระบวนการทดสอบครั้งแรกในเดือนกันยายน ทีมงานได้รับเสียงตอบรับว่าอินเทอร์เฟซมีปัญหาอะไรบ้ าง การทดสอบหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการ "เลื่อน" บนหน้าจอสัมผัสไม่เหมาะกับการใช้งานในรถนักเพราะผู้ใ ช้ไม่สามารถปรับค่าได้ตามต้องการ

การทดสอบแต่ละรอบผู้ใช้จะมีโจทย์ให้สั่งงานรถในฟังก์ ชั่นพื้นฐานที่ใช้งานบ่อยๆ เช่น เล่นเพลงจาก USB, สั่งโทรศัพท์ด้วยเสียง, หาเส้นทางในแผนที่, ปรับอุณหถูมิในห้องโดยสาร ฯลฯ ผลการทดสอบได้คำตอบอย่างหนึ่งคือผู้ใช้ส่วนมากไม่ต้อ งการปุ่ม "Home" บนโทรศัพท์ ต่างจากการใช้งานแท็บเล็ตและโทรศัพท์

เมื่อมาถึงขั้นสุดท้ายก่อนอินเทอร์เฟซจะได้รับอนุมัต ิ ทีมงานจึงทดสอบกับ "ANN" หญิงคนหนึ่งที่ขับรถจำลองแล้วขอให้ทำตามคำสั่งที่กำห นดขณะที่ขับรถไปด้วย

ทางฟอร์ดยอมรับว่าปัญหาอินเทอร์เฟซนั้นไม่ได้จบแค่กา รทดสอบภายใน แต่เมื่อรถยนต์ที่ใช้ SYNC 3 ออกสู่ตลาดจริงๆ แล้วน่าจะมีปัญหาอื่นๆ เข้ามายังฟอร์ดจากการซัพพอร์ต ทางฟอร์ดเตรียมเก็บข้อมูลที่ได้รับรายงานจากซัพพอร์ด เพื่อมาอัพเดตซอฟต์แวร์ให้สมบูรณ์ขึ้นไปภายหลัก เพราะ SYNC 3 นั้นรองรับการอัพเดต OTA ผ่าน Wi-Fi ได้ด้วย
ความสำเร็จของ SYNC 3 คงไม่ได้ขึ้นกับกระบวนการออกแบบเพียงอย่างเดียว ยังมีความท้าทายอื่นๆ ทั้งการหาแนวร่วมและการแข่งขันจากคู่แข่ง แต่บทเรียนการออกแบบส่วนอินเทอร์เฟซระหว่างรถและผู้ใ ช้ของฟอร์ดก็น่าจะเป็นบทเรียนให้กับกระบวนการออกแบบแ อพพลิเคชั่นได้
อัลบั้มภาพทั้งหมดของการบรรยายนี้อยู่ใน Google+ ครับ
Ford, GUI, Usability




อ่านต่อ...