เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2558 ตอนหนึ่งในงานเสวนา "ทิศทางการปฏิรูปสื่อและสิทธิเสรีภาพด้านการสื่อสารภา ยใต้ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล" ของเวทีเสวนา NBTC Public Forum ซึ่งพูดถึงร่างกฎหมายสิบฉบับเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทั ลที่คณะรัฐมนตรีอนุมติเห็นชอบในหลักการเมื่อเร็วๆ นี้ อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวถึงกรณีมีผู้แย้งว่าชุดกฎหมายเหล่านี้เป็นเรื่อ งความมั่นคงทางระบบสารสนเทศ ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคงของกองทัพว่า คิดว่าไม่ได้คิดไปเอง เพราะถ้าไปดูกฎหมายทั้งสิบฉบับ ภาษาในทุกฉบับ ไม่ว่าการเอาคลื่นคืนไปให้รัฐจัดสรร การใช้คลื่นเพื่อความมั่นคง การมีคลื่นเพื่อการนั้นอย่างเพียงพอหรือว่าคณะกรรมกา ร โครงสร้างต่างๆ ต่างสะท้อนความคิดของคณะรัฐประหารที่ยังมีอำนาจอยู่ใ นขณะนี้
อาทิตย์ชี้ว่า หากย้อนไปดูเมื่อปี 2549 อย่างที่เข้าใจกันว่า ทุกๆ ครั้งที่มีการรัฐประหาร จะมีการควบคุมสื่อในบางระดับ หนักบ้างเบาบ้าง สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในปี 2549 นั่นก็คือมีสื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนออกมาชุมนุมกันเยอะมากใน ขณะนั้น เมื่อยังไม่มีกฎหมายเชิงควบคุม ก็มีการออกคำสั่ง คปค. 5 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ใช้ในการควบคุมเว็บ ต่อมาเมื่อมี สนช. ร่างแรกเลยที่ สนช.หยิบขึ้นมา คือ ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งในมาตรา 20 ว่าด้วยการปิดเว็บ น่าสนใจว่ามันเป็นกระบวนการหนึ่งหรือเปล่าที่แปลงกฎหมายพิเศษให้เป ็นกฎหมายปกติ
ส่วนรอบนี้ วันที่ 20 พ.ค. ก่อนรัฐประหาร กอ.รส. ใช้อำนาจกฎอัยการศึก ออกประกาศให้ควบคุมสื่อออนไลน์ ต่อมามีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งประกาศฉบับแรกๆ ในคืนวันนั้น มีอาทิ ฉบับที่ 12 ว่าด้วยการขอความร่วมมือสื่อสังคมออนไลน์ไม่ให้วิพาก ษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช. ประกาศฉบับที่ 14 ห้ามสื่อสัมภาษณ์นักวิชาการ ข้าราชการ ศาล ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ คสช. เช่นกัน ฉบับที่ 17 เรียกไอเอสพีไปรายงานตัว และให้ไอเอสพียับยั้งเนื้อหาต่างๆ ที่จะขัดขวางการทำงานของ คสช. ฉบับที่ 18 ให้สื่องดเว้นข้อมูลข่าวสาร 7 ลักษณะ ฉบับที่ 22 เป็นการจัดตั้งโครงสร้างการทำงานของสำนักงานเลขาธิกา รของ คสช. สิ่งที่น่าสนใจคือมีหลายฝ่ายในสำนักเลขาธิการนี้ อันหนึ่งคือฝ่ายความมั่นคงซึ่งดูแล 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงไอซีที คือในมุมมองของ คสช. กระทรวงไอซีทีอยู่ฝ่ายความมั่นคง ฉบับที่ 26 มีการตั้งคณะกรรมการติดตามตัวสื่อออนไลน์ ตรวจสอบโซเชียลมีเดีย
ฉบับที่ 80 ที่พูดถึงเรื่องเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจะต้องนำส่ง เข้าคลัง และเงินกองทุนนี้ คลังสามารถยืมไปใช้ได้ตามความเหมาะสม และมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารกองทุน ตัดสัดส่วนของคณะผู้ทรงคุณวุฒิออกไปและเพิ่มกรรมการโ ดยตำแหน่งขึ้นมา 1 คนก็คือปลัดกระทรวงกลาโหม ฉบับที่ 94 เป็นการเลื่อนการประมูล 4G ออกไป คลื่น 900 และ 1800 ถูกเลื่อนออกไป 1 ปี โดยบอกว่าให้ไปปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่างๆ ฉบับที่ 97 ห้ามการเผยแพร่เนื้อหาต่างๆ ในสื่อมวลชน ซึ่งในฉบับนี้ขยายรวมบุคคลทั่วไปด้วย
อาทิตย์ระบุว่า ประกาศต่างๆ เหล่านี้ถ้าดูเรื่องเนื้อหา ไม่ว่าจะการเรียกไอเอสพีเข้ามาเพื่อสั่งให้ไอเอสพีทำ หรือไม่กระทำการใดๆ ได้ มันก็ไปปรากฏอยู่ในอำนาจตามมาตรา 34 ของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ คือ อำนาจของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาต ิ เรื่องกองทุนก็ไปอยู่ใน พ.ร.บ.กองทุน ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรคลื่น ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับตัวอำนาจหน้าที่ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการดิจ ิทัลกับการปรับอำนาจของตัว กสทช. การตรวจสอบอินเทอร์เน็ตต่างๆ ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และพ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ โครงสร้างคณะกรรมการต่างๆ ตามคำสั่งฉบับที่ 22 ที่กระทรวงไอซีทีอยู่ในฝ่ายความมั่นคง จะเห็นโครงสร้างจากสัดส่วนคณะกรรมการเกือบทุกชุดในกฎ หมายสิบฉบับนี้ว่าความมั่นคงอยู่ตรงไหนบ้าง
ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ชี้ว่า คำถามต่อไปก็คือว่าพอสิ่งเหล่านี้มันกลายเป็นกฎหมายป กติ คณะกรรมการเหล่านี้ทำงานไป แปลว่า ฝ่ายความมั่นคงยังอยู่ ต่อให้มีการเลือกตั้งหรือรัฐบาลพลเรือนแล้วแต่นโยบาย เหล่านี้ที่เป็นเรื่องความมั่นคง คณะกรรมการที่มาจากฝ่ายความมั่นคงก็จะยังคงอยู่ต่อไป
ที่มา - ประชาไท
Thailand, Law, Privacy




อ่านต่อ...