ในทุกๆ วัน ผู้คนรอบโลกใช้ Facebook เชื่อมต่อระหว่างครอบครัวและเพื่อน แบ่งปันข่าวสารหรือเรื่องของตัวเอง ดังนั้นจะมีบทสนทนามากมายที่เกิดขึ้น และก็มีบางเรื่องที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสังคม จึงทำให้ Facebook ปรับปรุง Community Standards เพื่อทำให้ผู้คนเข้าใจได้ว่าเนื้อหาใดที่อนุญาตให้แช ร์ได้ใน Facebook โดยมีเนื้อหา 4 หมวดหลักคือ

การปกป้องความปลอดภัย

Facebook ระบุว่ามีสิทธิลบเนื้อหา, แบนบัญชี และอาจส่งข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากเชื่อว่าเนื้อหาหรือบัญชีนั้นเป็นภัยต่อความปล อดภัยสาธารณะ (public safety)

  • การข่มขู่ผู้อื่น (Direct Threats) Facebook จะรีวิว "ภาษาที่ใช้ข่มขู่" (threatening language) และจะลบข้อความที่ขู่ทำร้ายร่างกาย (physical harm) รวมถึงการขโมย (theft) ทำลายทรัพย์สิน (vandalism) และภัยคุกคามด้านการเงินอื่นๆ (financial harm) โดย Facebook อาจเข้าถึงข้อมูลสถานที่อยู่ของผู้ถูกข่มขู่ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการข่มขู่จริงหรือไม่
  • การทำร้ายร่างกายตัวเอง/ฆ่าตัวตาย (Self-Injury) Facebook ไม่อนุญาตให้โปรโมทการทำร้ายร่างกายตัวเองหรือฆ่าตัว ตายเพื่อเผยแพร่ และจะทำงานร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่ วยเหลือบุคคลที่กำลังสิ้นหวัง นอกจากนี้ Facebook จะมีสิทธิ์ลบภาพหรือเนื้อหาของเหยื่อหรือผู้รอดชีวิต จากการทำร้ายร่างกาย/ฆ่าตัวตายด้วย
  • องค์กรอันตราย (Dangerous Organizations) Facebook ไม่ยอมให้องค์กรก่อการร้าย หรือขบวนการอาชญากรรม มีตัวตนอยู่ในระบบ และจะลบเนื้อหาที่สนับสนุนองค์กรเหล่านี้ แต่อนุญาตให้พูดคุยหรือคอมเมนต์ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อ งกับองค์กรเหล่านี้ได้
  • การกลั่นแกล้ง/ละเมิดสิทธิ (Bullying and Harassment) Facebook ไม่ยอมให้มีเนื้อหาเหล่านี้ ตัวอย่างเนื้อหาที่เข้าข่ายคือ
    • เพจที่ตั้งขึ้นเพื่อทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งอับอาย หรือเปิดเผยข้อมูลของบุคคลนั้น
    • ภาพตัดต่อที่ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเสื่อมเสีย
    • ภาพหรือวิดีโอจากการกลั่นแกล้ง โพสต์เพื่อทำให้เหยื่ออับอาย
    • การแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแบล็คเมล์ หรือทำให้อับอาย
    • การส่งข้อความหรือคำขอเป็นเพื่อนไปยังบุคคลใดซ้ำๆ

  • การโจมตีคนดังหรือบุคคลสาธารณะ (Attacks on Public Figures) Facebook อนุญาตให้พูดคุยหรือวิจารณ์บุคคลที่อยู่ในข่าว หรือเป็นที่รู้จักจากอาชีพ/กิจกรรมของบุคคลนั้นๆ แต่จะลบเนื้อหาที่ข่มขู่บุคคลนั้น รวมถึงข้อความเฮทสปีซด้วย
  • กิจกรรมด้านอาชญากรรม (Criminal Activity) Facebook ไม่อนุญาตให้ใช้งานเพื่อก่ออาชญากรรมเชิงกายภาพต่อคน ธุรกิจ สัตว์ รวมถึงการสร้างความเสียหายทางการเงิน อีกทั้งห้ามใช้ Facebook เพื่อแสดงหรือฉลองการก่ออาชญากรรมของตัวเอง
  • ความรุนแรงทางเพศ (Sexual Violence and Exploitation) Facebook จะลบเนื้อหาที่สนับสนุนต่อความรุนแรงทางเพศ/หาประโยชน์จากกิจกรรมทางเพศ ซึ่งครอบคลุมการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก คำขู่ที่จะแชร์ภาพไม่เหมาะสม และข้อเสนอบริการทางเพศด้วย
  • สินค้าควบคุม (Regulated Goods) Facebook จะห้ามการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนยาควบคุม (prescription drugs) และกัญชา ส่วนสินค้าอื่นคืออาวุธปืน แอลกอฮอล์ ยาสูบ สินค้าเกี่ยวกับผู้ใหญ่ ก็ขอให้ซื้อขายอย่างระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎหมายใน ประเทศนั้น

ส่งเสริมพฤติกรรมที่น่ายกย่อง และระบุว่าเนื้อหาอะไรเป็นสิ่งต้องห้าม

  • เป็นเนื้อหาส่วนที่อธิบายว่าอะไรที่โพสต์ได้ อะไรที่โพสต์ไม่ได้
  • ในส่วนของภาพโป๊เปลือยนั้น Facebook จะลบรูปภาพที่แสดงให้เห็นก้น หรือหัวนม แต่ถ้าเป็นเนื้อหาที่้เกี่ยวกับสตรีให้นมบุตรหรือแสด งหน้าอกที่มีรอยแผลจากการป่วยเป็นมะเร็งเต้านมนั้นสา มารถโพสต์ได้ เนื้อหาโป๊เปลือยสำหรับการศึกษา หรือเป็นศิลปะ ยังสามารถโพสต์ได้ แต่รูปโป๊เปลือยรุนแรงอื่นๆ ห้ามหมด ข้อความอธิบายทางเพศที่แสดงชัดเจนก็ห้ามเช่นกัน
  • ข้อความแสดงการเกลียดชัง พวกคำดูหมิ่นเชื้อชาติ ชาติกำเนิด ศาสนา รสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือความพิการรุนแรงจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นสิ่งที่ห้ามโพสต์เช่นกัน แต่ถ้าหยิบยกหัวข้อมาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น เป็นเรื่องที่ทำได้

การรักษาบัญชีและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้


การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ใช้

Facebook เป็นสถานที่ที่ให้ผู้ใช้แบ่งปันสิ่งที่มีความสำคัญ ผู้ใช้เป็นเจ้าของเนื้อหาและข้อมูลของตัวเองที่โพสต์ ใน Facebook ทุกอย่าง ส่วนนี้เป็นการแจ้งว่าทุกคนมีสิทธิ์ในเนื้อหาของตัวเ อง ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพลิขสิทธิ์, เครื่องหมายการค้าและสิทธิทางกฎหมายอื่นๆ ของผู้อื่นด้วย
นอกจากนี้ Facebook ยังเพิ่มหน้า Global Government Requests Report หรือรายงานการขอข้อมูลของรัฐบาลในแต่ละประเทศเพื่อคว ามโปร่งใสของข้อมูล ก็เข้าไปลองดูกันได้
ที่มา - Facebook Newsroom
Facebook, Social Network




อ่านต่อ...