วันนี้ซัมซุงประเทศไทยจัดงานให้บล็อกเกอร์และสื่อออน ไลน์มาลองจับ Galaxy S6 และ S6 edge ตัวเป็นๆ ซึ่งผมก็ไม่พลาดโอกาสนี้ และนำข้อมูลที่ได้มาเล่าต่อครับ (คือสงสัยมานานว่าของจริงมันดูดีอย่างในรูปหรือเปล่า )
รายละเอียดของ Galaxy S6 สามารถอ่านได้จากบทความ ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ชูจุดเด่นวัสดุพรีเมียม กล้องเทพ และข่าวเก่าๆ ในหมวด Galaxy S6 คงไม่ต้องลงข้อมูลซ้ำให้เสียเวลา
ดีไซน์

เราดูแต่รูปของ Galaxy S6 กันมานาน พอได้สัมผัสของจริงเป็นครั้งแรก ความรู้สึกแรกคือ "น้ำหนักเบากว่าที่คิด" ความรู้สึกถัดมาคือ "เครื่องบางกว่าที่คิด"

ถ้าวางเทียบกันจะเห็นว่า S6 กับ S6 edge มีความหนาพอๆ กัน แต่ด้วยรูปทรงของเครื่องที่แตกต่างกัน (S6 edge ขอบจะแหลมกว่า) ตอนจับแล้วเลยรู้สึกว่า S6 edge บางกว่าอยู่หน่อย เพราะว่ามีพื้นที่ขอบด้านข้างของตัวเครื่องบางกว่า S6 พอสมควร (ผมค่อนข้างชอบ S6 เพราะจับแล้วเต็มมือกว่า อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ)

ความโดดเด่นของดีไซน์ S6 ยังอยู่ที่ขอบโลหะด้านข้าง จับแล้วให้ความรู้สึกดีมาก ดูพรีเมียมมาก (แม้ว่าคนส่วนใหญ่ซื้อมาก็ใส่เคสอยู่ดี)

รวมๆ แล้วออกมาดูดีกว่าในรูปเยอะมาก (คือผมลองจับของจริง ถ่ายรูปแล้วเอารูปมาลง ยังรู้สึกว่ามันดูไม่ดีเท่าของจริง) อันนี้แนะนำว่ารอวางขายตามช็อปแล้วไปลองจับเองจะดีกว ่า

Galaxy S6 ใช้ดีไซน์แนวใหม่ของซัมซุงคือฝาหลังถอดไม่ได้ ส่วนฝาหลังรอบนี้ใช้วัสดุเป็นกระจกแผ่นเรียบ (คล้ายกับ Nexus 4) แต่มีเลนส์กล้องนูนขึ้นมา ใครไม่ชอบอันนี้คงต้องทำใจครับ มันนูนเยอะพอสมควรเลยแหละ

หน้าจอของ S6 ทั้งสองรุ่นสวยมาก จอชัดสีสันสดใส (เดี๋ยวรอรีวิวละเอียด) แต่พอวางเทียบกันจะรู้สึกว่ามิติของจอ S6 edge ภาพจะดูลึกกว่า ในขณะที่ S6 จะดูเหมือนจอภาพมือถือปกติทั่วไป (จออยู่ใกล้กระจกมากกว่า)

เทียบขนาด 3 พี่น้อง Note 4, S6, S6 edge


สรุปว่าในแง่ดีไซน์ถือว่าจัดเต็ม ปรับเปลี่ยนวัสดุใหม่หมด ดูดีขึ้นหลายเท่า โดยที่ยังคง "โครง" แบบซัมซุงเอาไว้เหมือนเดิม (คือมี 3 ปุ่มใต้หน้าจอ) เราดูจากระยะไกลก็ยังแยกแยะได้ว่าเป็นมือถือซัมซุง
กล้อง

กล้องถือเป็นจุดขายอีกอย่างของ Galaxy S6 ครับ เนื่องจากเวลาที่ได้ทดสอบมีน้อยเลยได้ทดสอบแค่บางอย่ าง สิ่งแรกที่ประทับใจมากคือมันเปิดแอพกล้องขึ้นมาเร็วม ากๆ โดยใช้วิธีกดปุ่มโฮมเบิ้ล 2 ที แอพกล้องจะโผล่ขึ้นมาพร้อมถ่ายทันที (ซัมซุงโฆษณาว่า 0.7 วินาทีแต่เราก็ไม่ได้วัดกันละเอียดว่าจริงแท้แค่ไหน แต่สรุปว่ามันเร็วละกันนะ)
ประเด็นต่อมาคือมันถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีมากๆ โดยซัมซุงจัดฉากไว้ให้ลองทดสอบ รูปนี้ถ่ายด้วย Canon G7x โดยถอยออกมาให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ถ่ายด้วย Galaxy Note 3 (คนละจุดกับ G7x)

ถ่ายด้วย Galaxy S6 (จุดเดียวกับ Note 3)

ผลงานออกมาดีเหลือเชื่อมาก!
Fingerprint Reader

ของใหม่อีกอย่างหนึ่งของ Galaxy S6 คือเปลี่ยนจากตัวสแกนนิ้วมือแบบรูด มาเป็นแบบแตะสัมผัส (เหมือน Touch ID ของ iPhone) ซึ่งแก้ปัญหา "รูดไม่ค่อยติด" ที่เคยเกิดกับมือถือรุ่นก่อนๆ อย่าง Galaxy S5 หรือ Note 4 ได้แบบเด็ดขาด
หน้าจอเซ็ตค่าลายนิ้วมือ เราต้องวางนิ้วบนปุ่มโฮมหลายๆ ครั้ง จนกว่าจะขึ้นครบ 100%

ลองดูวิดีโอที่ถ่ายมาครับ แตะปั๊บปลดล็อคเครื่องทันใจ

ซอฟต์แวร์

เวลาทดสอบน้อยอีกเหมือนกันครับ สิ่งแรกที่พบคือมีแอพมาให้น้อยมาก เพียงแค่หน้าครึ่งเท่านั้น! (แต่ต้องบอกว่าบางอย่างรวมมาเป็นโฟลเดอร์ เช่น แอพกูเกิล)


แอพของไมโครซอฟท์มีพรีโหลดมาให้ แต่มีแค่ 2 ตัวคือ OneDrive กับ Skype (ผมเข้าใจว่า OneNote ยังไม่เปิดให้ดาวน์โหลดบนสโตร์ไทย)

เวอร์ชันของซอฟต์แวร์

อุปกรณ์เสริม

ซัมซุงนำอุปกรณ์เสริมของ Galaxy S6 มาโชว์ในงานหลายตัวด้วย เผอิญไม่ได้ลองใส่ให้ดู เลยมีแต่ภาพนะครับ
เคสฝาพับ (flip case) แบบเห็นหน้าจอ

เคสคริสตัล

เคสอันนี้สวยมาก เป็นสีเมทัลลิก

อันนี้เป็นเคสโลหะเต็มรูปแบบ

สรุป

เนื่องจากเวลาทดสอบมีน้อย เท่าที่ได้ลองจับคงบอกได้แค่ว่า

  1. กล้องมันเทพมาก และน่าจะเป็นสุดยอดจุดขายของ Galaxy S6 เลยทีเดียว
  2. ดีไซน์และวัสดุดีกว่าเดิมมาก (ชนิดว่าไม่น่าเชื่อว่าเป็นซัมซุงทำ) จุดอ่อนเรื่องดีไซน์แบบเดิมๆ หายเกลี้ยง (แต่ปัจจัยที่ผลักดันให้คนซื้อจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องกล้องมาก่อน วัสดุตามมาเป็นอันดับสอง)

ส่วนฟีเจอร์เรื่องแบตเตอรี่ที่ยกมาเป็นจุดขายอีกข้อใ นงานแถลงข่าวนั้นไม่ได้ทดสอบเลย คงต้องรอตอนรีวิวครับ
ปิดท้ายด้วยสิ่งที่น่าสนใจเช่นเคย


Galaxy S6, Samsung, Mobile




อ่านต่อ...