เที่ยวกรุงเทพฯกับ Lam Station
    
    
    
พื้นที่โฆษณา      พื้นที่โฆษณา      โรงงานผลิตโฟม eva tel. 083-9999217      พื้นที่โฆษณา
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 6 หน้า 1 2 3 4 5 6 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 15 จากทั้งหมด 90

ชื่อกระทู้: เที่ยวกรุงเทพฯกับ Lam Station

  1. #1
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน เที่ยวกรุงเทพฯกับ Lam Station



    ความจริงกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรที่อยู่ใกล้ตัวเรา นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย ผมนาย Lam Station จึงขออาสาพาเพื่อนพ้องน้องพี่ให้ได้รู้จักกับสถานที่ ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร..พร้อมหรือยังครับ...ถ้าพ ร้อม..สองมือล้วงกระเป๋า..สองเท้าก้าวไปกับผมได้เลยค รับ

    ถนนราชดำเนิน

    สร้างในสมัย : รัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มมีเส้นทางสัญจรที่เรียกว่า ถนน เป็นครั้งแรกร้อยกว่าปีที่แล้ว เรามีถนนสายแรกที่ชื่อถนน เจริญกรุง ซึ่งสร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย ู่หัว ตามคำกราบบังคมทูลขอของเหล่าราชทูตในสยาม ที่หวังจะมีเส้นทางสัญจรที่ราบเรียบสายยาว เพื่อจะได้เป็นที่ที่รถม้า และยานพาหนะแบบตะวันตกเดินทางได้โดยสะดวก และนับแต่นั้นมา สยามของเราจึงมีเส้นทางคมนาคมตามแบบตะวันตกเรื่อยมาค รั้นมาถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงสานต่อพระราชดำริจากรัชกาลที่ 4 ในแผนการขยายประเทศ ให้สอดรับกับนานาประเทศ

    ด้วยการสร้างเส้นทางคมนาคมเพิ่มมากขึ้น และในแผ่นดินของพระองค์นี่เอง ที่พระองค์ทรงโปรดฯ ให้สร้างถนนสายสำคัญที่สุดสายหนึ่งในกรุงเทพขึ้น ถนนสายนี้เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอ ยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากพระบรมมหารา ชวัง กับพระราชวังดุสิต ดังนั้นถนนสายนี้จึงเป็นถนนเส้นยาวที่สุดที่กินเนื้อ ที่ถึง 2 เขต คือเขตพระนครและเขตดุสิต และแบ่งเส้นทางเป็น 3 ช่วงคือช่วง ถนนราชดำเนินนอก คือ เนื้อที่จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาจนถึง ราชดำเนินกลาง คือ ท้องสนามหลวง ไปจนถึง ราชดำเนินใน คือ ถนนหน้าพระลาน จรด สะพานผ่านพิภพลีลาศ ซึ่งถนนหลวงสายนี้ใช้เวลาสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2442 จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2446 เป็นถนนที่ชาวไทยภูมิใจว่าเป็น Avenue แห่งแรก และแห่งเดียวของไทย

    รัชกาลที่ 5ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระราชดำริ ที่จะขยายบ้านเมืองให้รับกับความเจริญจากตะวันตก ดังนั้น โครงการในพระราชดำริมากมายจึงได้เริ่มขึ้นถนน เป็นโครงการในพระราชดำริ ที่สำคัญที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้น ตามเส้นทางสายสำคัญๆ รวมทั้งเส้นทางที่จะตัดผ่าน มายังพระบรมมหาราชวัง และพระราชวังอื่นๆ ที่พระองค์โปรดเสด็จอยู่เนืองๆ ด้วย ดังนั้น ถนน ราชดำเนิน จึงเกิดขึ้นมาในช่วงนั้นนอกจาก รัชกาลที่ 5 จะมีพระราชประสงค์ ที่จะสร้างถนนเชื่อมเส้นทางระหว่าง พระบรมมหาราชวัง และพระราชวัง ดุสิต พร้อมทั้งพระราชวัง สราญรมย์

    โดยการสร้างถนนสายนี้ พระองค์ โปรดให้สร้างถนนขนาดกว้างแล้ว สร้างสถานที่ราชการสำคัญๆ ขึ้นมาทั้ง 2 ฟากถนน โดยสร้างมาจากแนวคิดเดียวกันกับ Queen`s Walk ในย่าน Green Park ในกรุง ลอนดอน อีกทั้งพื้นที่ที่จะมีการตัดถนนผ่านนั้น มีบางส่วนที่อยู่ในตำบล บ้านพานถม และตำบล ป้อมหักกำลังดัสกร (ย่านบางลำพูในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นทางสัญจรสายเปลี่ยว พระองค์ จึงโปรดให้ตัดยาวขึ้นอีก เพื่อจะขยายส่วนของถนนตรงนี้ ให้เป็นย่านการค้าคึกคักส่วนเส้นทางระหว่างพระราชวัง ทั้ง 3 แห่ง คือ พระบรมมหาราชวัง พระราชวังดุสิต และ พระราชวัง สราญรมย์ ก็ให้สร้างสถานที่ราชการขึ้นแทน จากนั้นจึงทรงพระราชทานนามว่า ถนนราชดำเนิน ตามแบบอังกฤษที่ Queen`s Walk ซึ่งตรงกับความหมายตามพระราชดำริ ที่ให้สร้างคือ ทางที่กษัตริย์เดิน นั่นเองถนน













    รูป รูป  
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  2. #2
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

    พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

    หลังการยึดอำนาจรัฐประหารของ คณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือคปค.เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 หลายๆ คนยังสับสนเรียกการรัฐประหารครั้งนี้ว่าการ "ปฏิวัติ" ซึ่งจริงๆแล้ว เมืองไทยมีการปฏิวัติเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ภายใต้การนำของคณะราษฎร หรือคณะราษฎร์ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 จะทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามในวันที ่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ที่ถือเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทยในปัจจุบัน

    เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าฯ และรับรู้ถึงประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทยช่วงเปลี่ย นแปลงการปกครอง ฉันจึงเลือกเดินทางไปยัง "พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" ที่ตั้งอยู่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวในอดีตอันทรงคุณค่า

    เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ฯพระปกเกล้า ที่ชวนชมด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตกสไตล์นีโอคลาสสิคสีขา ว มี 3 ชั้น มียอดโดมตรงกลาง ซึ่งก็คืออาคารพิพิธภัณฑ์นั่นเอง

    อาคารหลังนี้สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เดิมเป็นสำนักงานใหญ่กรมโยธาฯ ต่อมาในปี ในปี พ.ศ.2523 ได้ปรับเปลี่ยนเป็น “พิพิธภัณฑ์รัฐสภา” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์ฯพระปกเกล้า ในปี พ.ศ.พ.ศ.2544 โดยมีสถาบันพระปกเกล้าดูแลรับผิดชอบ

    ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่องราวต่างๆเ กี่ยวกับรัชกาลที่ 7 ทั้งหมด ตั้งแต่การสืบราชสันติวงศ์,พระราชประวัติก่อนเสด็จขึ ้นครองราชย์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชกรณียกิจ งานฉลองพระนครครบ 150 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง การพระราชทานรัฐธรรมนูญ เครื่องราชภัณฑ์และพระราชนิยมส่วนพระองค์ พระราชประวัติหลังสละราชสมบัติ รวมถึงยังมีการแสดงในส่วนของศาลาเฉลิมกรุงเก่าอีกด้ว ย ซึ่งในส่วนนิทรรศการทั้งหมดนั้นจะอยู่ในชั้นที่ 2 และ 3

    พูดถึงการวางจุดต่างๆเพื่อเป็นแนวทางในการนำชมนิทรรศ การนั้นฉันคิดว่ามีวิธีการจัดวางที่ดีมาก โดยทางเดินจะช่วยบังคับให้เราไล่เรียงเรื่องราวต่างๆ ไปตามลำดับกาลและง่ายต่อการเข้าใจ เมื่อฉันขึ้นบันไดไปยังชั้นที่ 2 ก็เป็นการเริ่มต้นเรื่องราวพระราชประวัติทั้งหมด ทั้งเรื่องราวและรูปภาพที่จัดแสดงไว้ทำให้ฉันเหมือนไ ด้นั่งเครื่องไทม์แมกชีนย้อนกลับไปสู่โลกแห่งอดีตกาล และด้วยความที่มีการจัดการจัดระเบียบที่ดี ทำให้ในปีนี้พิพิธภัณฑ์ฯพระปกเกล้า สามารถคว้าวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือรางวัลกินรี ครั้งที่ 6 ในรางวัลยอดเยี่ยมประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการท่ องเที่ยวมาได้

    สำหรับเรื่องราวอันทรงคุณค่าทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่ฉ ันขึ้นบันไดไปยังชั้นที่ 2 สิ่งที่ฉันได้พบคือเรื่องราวพระราชประวัติตั้งแต่ทรง พระราชสมภพเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุ ลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ฉันได้เห็นรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะย ังทรงพระเยาว์พร้อมด้วยพระราชบิดาและพระราชมารดาและพ ระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆที่มีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนเต็มตา













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  3. #3
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (2)

    พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (2)

    ถัดไปเป็นการแสดงเรื่องของพระราชประวัติการศึกษาทั้ง ในประเทศและต่างประเทศในประเทศอังกฤษ ทรงสำเร็จในวิชาการทหารจากโรงเรียนนายร้อยเมืองวูลิซ (The Royal Military Academy, Woolwich) จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายร้อยตรีกิตติมศักดิ์ แห่งกองทัพบกอังกฤษ และยังมีชุดเครื่องแบบจัดแสดงโชว์อยู่ในนิทรรศการ

    ต่อมาเป็นภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับการผนวช และจำพรรษาอยู่ ณ พระตำหนักทรงพรต วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อลาผนวชไม่นานก็ได้ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิ งรำไพพรรณี สวัสดิวัฒน์ เมื่อวันที่26 สิงหาคม พ.ศ.2461 ซึ่งมีชุดดินเนอร์ ตราพระราชเสาวนีย์ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระศรี พัชรินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันอภิเษกสมรสจัดแสดงให้ดูด้วย

    และเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จส วรรคต พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ขึ้นเป็นกษัตริย ์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไปในปี พ.ศ. 2468 ซึ่งในนิทรรศการได้มีรูปแสดงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกไ ว้ให้ได้ชม และที่ฉันเห็นแล้วถึงกับต้องหยุดตั้งสมาธิแล้วค่อยๆอ ่านอย่างใช้เวลานานก็คือ พระบรมนามาภิไธยในสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวตามที่ ได้จารึกไว้ในพระสุพรรณบัฏ ซึ่งมีความยาวมาก จนฉันไม่สามารถจดจำมาเขียนเล่าได้ หากมิตรรักนักอ่านท่านใดสนใจใคร่รู้ ก็ต้องไปดูไปอ่านเอาเองที่พิพิธภัณฑ์ฯ

    ส่วนในชั้นที่ 3 เป็นเรื่องราวพระราชประวัติต่อจากชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์แล้วไปจนกระทั ่งการพระราชทานรัฐธรรมนูญในปี 2475 โดยนิทรรศการได้เล่าถึงเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ มากมาย อาทิ การได้ช้างเผือก การสมโภชช้างพลายสำคัญ เรื่องการก่อสร้างทางรถไฟสายต่างๆ การสร้างพิพิธภัณฑ์สถานสำหรับพระนครเพื่อรวบรวมโบราณ วัตถุต่างๆไว้สำหรับให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมและศึก ษาค้นคว้า ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาการปกครองท้องถิ่นให้เป็นพ ื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย ภาพแสดงพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี

    ต่อมาเป็นเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎรได้ทำการยึดอำนาจด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเป ลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็ นระบอบการปกครองที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมน ูญ นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกและพระบาทสมเด็จพระป กเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งรา ชอาณาจักรสยามเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475

    จากนั้นก็ทรงประกาศให้ยกเลิกการนุ่งผ้าม่วงหรือโจงกร ะเบน ให้นุ่งกางเกงขายาวตามแบบสากลแทน ส่วนสุภาพสตรีได้พัฒนาจากการนุ่งซิ่นมาเป็นผ้าถุงสำเ ร็จและสวมเสื้อไม่มีแขนแทน

    จากชั้น 3 ทางบังคับให้เราเดินลงมายังส่วนแสดงอีกส่วนหนึ่งที่ช ั้น 2 ในส่วนนี้แสดงถึงเครื่องราชภัณฑ์และพระราชนิยมส่วนพร ะองค์ทั้งด้านดนตรี กีฬา การทรงกระอักษร และด้านภาพยนตร์ ซึ่งในส่วนของภาพยนตร์นั้นมีการจำลองศาลาเฉลิมกรุงแล ะมีห้องฉายภาพยนตร์ขนาดเล็กไว้สำหรับฉายภาพยนตร์พระร าชกรณียกิจในสถานที่ต่างๆ และภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ด้วย

    ต่อมาก็เป็นเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆหลังสละราชส มบัติในปี พ.ศ. 2477 และเสด็จสวรรคต ณ ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2488 รวมพระชนมพรรษา 52 พรรษา

    ภายในพิพิธภัณฑ์ฯนี้ มีทั้งรูปภาพ ประราชประวัติ และข้าวของเครื่องใช้ทั้งเครื่องแต่งกาย อาวุธ เครื่องใช้ รวมถึงของสะสม และสิ่งของต่างๆที่พระองค์รัชกาลที่ 7 เคยใช้ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพร รณีพระบรมราชินีให้ทรงนำมาจัดแสดง ซึ่งถ้ามิตรรักนักอ่านผู้ใดสนใจ ฉันขอแนะนำให้ไปชมไปศึกษากันได้ที่ "พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" รับรองว่าจะต้องรู้ซึ้งถึงอดีตเหมือนได้นั่งเครื่องไ ทม์แมกชีนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์อันทรงคุณค่าของยุคนั ้นเลยทีเดียว













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  4. #4
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน สะพานกรุงเทพฯ

    สะพานกรุงเทพฯ

    เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 รองลงจากสะพานพระพุทธยอดฟ้า เชื่อมระหว่างฝั่งพระนครซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางคอแหลมบ ริเวณสี่แยกถนนตก และฝั่งธนบุรีในพื้นที่เขตธนบุรีบริเวณสี่แยกบุคคโล ใช้ในการคมนาคมทางบกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และปิด - เปิด ให้เรือรบเข้าออก

    ลักษณะการก่อสร้างเป็นแบบคอนกรีตอัดแรง โดยวิธีการอิสระซึ่งยาวที่สุดในประเทศไทย มีช่องทางจราจร 3 ด้าน ความยาวสะพาน 350.80 เมตร ช่วงกลางน้ำยาว 226 เมตร เริ่มเปิดใช้งานเมื่อวนที่ 25 มิถุนายน 2502













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  5. #5
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน อุทยานปลา

    อุทยานปลา

    คลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองสำคัญในพื้นที่เขตลาดกระบ ัง สายน้ำที่สะอาดเพราะการร่วมกันดูแล ทำให้เกิดแหล่งชุมชนของปลาจำนวนมากจนเป็นที่เลื่องลื อ

    เนื่องจากวัดหลายแห่งอยู่ริมคลอง เช่น วัดลานบุญ วัดลาดกระบัง วัดสังฆราชา วัดสุธาโภชน์ ฯลฯ ได้ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ปลา โดยประกาศให้เขตหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน "ห้ามจับสัตว์น้ำ" รวมทั้งนำข้าวก้นบาตรมาโปรยเป็นอาหารปลา จึงมีปลาจำนวนมากมาชุมนุม ทำให้เกิดอุทยานธรรมชาติของปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาเทโพ และ ที่มีมากที่สุดก็คือ ปลาสวาย

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    วัดลานบุญ
    1 หมู่ที่ 7 กม. 15 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
    โทร. (662)329-0283













    รูป รูป  
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  6. #6
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน ตลาดน้ำตลิ่งชัน

    ตลาดน้ำตลิ่งชัน

    ริมฝั่ง "คลองบางขุนศรี" หรือคนทั่วไปมักเรียกว่า "คลองชักพระ" ยังคงบรรยากาศ และวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ ชาวบ้าน วัด บ้านทรงไทย ทั้งแบบเก่า และ แบบประยุกต์ ร้านค้า เรือขายของ สองฝั่งแวดล้อมด้วยสวนกล้วยไม้ สวนผักและผลไม้พื้นบ้าน อาทิ กระท้อนห่อ ขนุน มะปรางไข่ มะม่วง เป็นต้น

    ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบท ผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ ตลาดมีเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ เท่านั้น โดยประมาณ 07.00 น. พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งก็คือ ชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และสัตว์น้ำต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป เพียงแต่ผลผลิตเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และวิถีชีวิตชาวสวน

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำ ซึ่งมีอาหารไทยและขนมหวานหลากหลายชนิด งานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดทัวร์ทางน้ำท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตริมคลอง และฟังดนตรีไทยที่จะมาบรรเลงเพลงในวาระโอกาสพิเศษต่า งๆ













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  7. #7
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน ทะเลบางขุนเทียน

    เที่ยวทะเลบางขุนเทียน

    ว่ากันว่าบางขุนเทียนเนี่ยเป็นทะเลที่เดียวของกรุงเท พ และบริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายอย่ าง ทะเลบางขุนเทียนนั้นมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9 และ 10
    แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน บริเวณโดยรอยยังคงควมเป็นธรรมชาติ ตามชายฝั่งเต็มไปด้วยฝูงนกนางนวล เหยี่ยว อีกา และมีป่าชายเลน ป่าแสม รวมทั้งป่าโกงกางขึ้นอยู่ทั่วไป

    สิ่งที่น่าสนใจ

    (1) หลักเขตกรุงเทพมหานคร หลักเขตกรุงเทพมหานครนั้นอยู่ในทะเล ประมาณ 800 เมตร ซึ่งจากที่ได้ฟังมา เขาบอกว่า น้ำทะเลที่กัดเซาะชายฝั่งกรุงเทพเข้ามานี้ จะเซาะเขามาเรื่อยๆ จนทำให้หลักเขตกรุงเทพมหานครของเราลงไปอยู่ในน้ำ นั่นเอง
    (2) ร้านอาหารบริเวณชายฝั่ง
    ที่ทะเลบางขุนเทียนนี้จะมีร้านอาหารทะเลมากมาย เช่น เรือเสบียง ครัวแสวงซีฟู้ด เขียวเสวย แต่ละร้านก็จะมีเมนูเด็ดแตกต่างกันไป รับรองว่ามาที่นี่ได้ทานอาหารทะเลสดๆกันแน่นอน

    [SIZE="3"](3) การล่องเรือ ชมธรรมชาติริมสองฝั่งคลองย่านบางขุนเทียน
    บริการล่องเรือก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยครับ คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมงชายฝั่งซึ่งเป็นแห่ งเดียวของกรุงเทพ ชาวบ้านจะดักปู เลี้ยงปลา นากุ้ง หอย เช่นหอยแมลงภู่ หอยแครง หอย[/SIZE]













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  8. #8
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน คลองบางหลวง

    คลองบางหลวง หรือที่บางคนเรียกว่าคลองบางกอกใหญ่ ก็คือลำคลองที่แยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงช่วงระหว่างป้อมวิไชยประสิทธิ์และวัดอรุณราชวรารา มนั่นเอง

    เมื่อรู้ตำแหน่งที่ตั้งแล้ว Lam Stationรีบพาตัวเองมาสำรวจหาบ้านขุนนางในคลองบางหลวง นี้ทันที
    จริงๆ แล้วบ้านของขุนนางในอดีตนั้นก็จะตั้งเรียงรายอยู่ริม คลองบางหลวงทั้งสองฝั่ง แต่วันนี้ Lam Stationเลือกเดินสำรวจเพียงฝั่งเดียว คือฝั่งซอยอิสรภาพ 28 ติดกับสะพานเจริญพาศน์ หน้าปากซอยสังเกตได้ง่ายเพราะมีกุฎีเจริญพาศน์ตั้งอย ู่ข้างหน้า เมื่อย่างเท้าเข้าไปในซอย ก็ถือว่าได้เหยียบย่างเข้าสู่ย่านขุนนางแล้ว

    ซึ่งหากไม่ทราบถึงเรื่องราวในอดีต Lam Station ก็คงจะมองบรรดาบ้านเรือนและตึกแถวในซอยแห่งนี้อย่างธ รรมดาๆ แต่ครั้นเมื่อทราบถึงที่มาแล้ว Lam Station ก็สอดส่ายสายตามองหาบ้านที่ดูจะเข้าเค้าว่าเป็นบ้านข ุนนาง เมื่อเดินเข้าไปถึงประมาณกึ่งกลางซอย ก็เห็นบ้านหลังหนึ่ง กำแพงสูงใหญ่ ต้นไม้ร่มครึ้ม มองเห็นตัวบ้านเพียงชั้นบนและหลังคาบ้านเท่านั้นบ้าน ลักษณะนี้เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นบ้านของขุนนางเก่า แน่นอน ซึ่งเมื่อถามไถ่คนแถวนั้นก็ได้ความว่าบ้านหลังนี้คือ บ้านของ “พระยาอาหารบริรักษ์” (ทิน ศิริสัมพันธ์) ข้าราชการกรมนาในสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งยังเป็นต้นสกุลชูโต ที่ในช่วงหลังๆ คนจะรู้จักบ้านนี้ในชื่อของบ้านคุณหญิงเนื่อง ชูโต แล้ว Lam Station ยังรู้มาว่า คุณไข่มุกต์ ชูโต ซึ่งเป็นข้าราชบริพารของสมเด็จพระราชินีก็ยังเคยอาศั ยอยู่ในบ้านหลังอีกด้วย แต่ปัจจุบันไม่มีใครอาศัยอยู่แล้ว มีแต่เพียงคนเฝ้าเท่านั้น

    ส่วนบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้ๆกันเป็นบ้านของ “ขุนอินทร์ไอยสวรรค์” (ผล ภูมิรัตน) ที่บรรพบุรุษของท่านคือพระมหาราชครูศิริวัฒนพราหมณ์ สืบเชื้อสายมาจากพราหมณ์เทศ ประเทศอินเดีย ในแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยอยุธยา และชาวบ้านจะเรียกบ้านนี้ว่า “บ้านช่างทอง” เพราะลูกหลานในสกุลนี้เป็นสกุลช่างทองที่ต่างก็รับใช ้งานในวังมายาวนาน

    แต่ว่าบ้านหลังนี้วันที่ Lam Stationไปก็ดูเงียบเหงาเหมือนไม่มีคนอยู่ Lam Station จึงเลือกเดินไปยังตรอกเล็กๆ ทางซ้ายมือ ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านของขุนอินทร์ฯ แล้วก็ไปเจ๊อะเจอกับบ้านของ “พระฤชาประมวญ” (สวาทดิ์ สายบัว) ที่เป็นขุนนางที่รับผิดชอบทางด้านกฎหมายในสมัยปลายรั ชกาลที่ 5 ถึงช่วงต้นรัชกาลที่ 6 หรือที่คนแถบนี้รู้จักกันดีในชื่อ “บ้านหมอสำราญ” และ “ตรอกหมอสำราญ” ซึ่งหมอสำราญก็คือสะใภ้ของพระฤชาประมวญ และมีความสำคัญต่อชาวบ้านในแถบนี้มาก เนื่องจากว่าเป็นผู้ที่คอยทำคลอด หรือเป็น “หมอตำแย” คอยช่วยเหลือชาวบ้านในขณะที่การแพทย์ยังไม่เจริญเท่า ปัจจุบัน และ Lam Station ก็ได้ทราบมาว่า หมอสำราญนั้นยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนพยาบาลกับ สมเด็จย่าอีกด้วย

    อ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในย่านคลองบางหลวงนี้มีดีอะไร เหตุใดบรรดาขุนนางจึงมาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยกันมาก คำตอบข้อหนึ่งที่ Lam Stationสืบรู้มาก็คือ เมื่อครั้งที่กรุงศรีอยุธยาแตก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้มาตั้งบ้านเมืองใหม่ที่ กรุงธนบุรี พร้อมทั้งอพยพผู้คนมาด้วย ดังนั้นเหล่าบรรดาขุนนางที่ติดตามพระเจ้าตากสินมาก็ม าสร้างบ้านเรือนอยู่ใกล้กับพระราชวังด้วย


    (บน)บ้านพระฤชาประมวล ที่เก่าแก่ไปตามเวลา (ล่าง)คลองบางหลวงเมื่ออดีต













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  9. #9
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน นั่งเรือยนต์...ตามเงาฝีพาย "กวีเอกของโลก"

    นั่งเรือยนต์...ตามเงาฝีพาย "กวีเอกของโลก"

    Lam Station มีโอกาสลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตามเงาฝีพาย พระสุนทรโวหาร กวีเอกของโลก ผู้ได้ออกแจวล่วงหน้าพวกเราไปก่อนแล้วกว่าสองร้อยปี โดยมีโคลงนิราศ และบทกลอนของบรมครู คอยเป็นเข็มทิศชี้ทาง
    ตามอัตชีวประวัติของท่านบอกว่า พระสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นบุตรของขุนศรีสังหาร (พลับ) และมารดาช้อย แม่นมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

    กวีเอกท่านนี้ เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนแปด ขึ้นหนึ่งค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลาสองโมงเช้า ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ที่บ้านใกล้กำแพงวังหลัง ริมคลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี

    จากท่าน้ำคลองบางหลวง เรือยนต์ลัดเลาะชมสองฟากตลิ่งอยู่เพียงแค่สิบนาที ก็พาพวกเข้าสู่ดินแดนอันเป็นบ้านเกิดของบรมครูแห่งกา พย์กลอน

    แต่ดูเหมือนว่า เรือยนต์ของพวกจะแล่นช้ากว่าฝีพายของผู้ดีบางกอกเสีย แล้ว และเวลาที่ล่วงมากว่า218 ปี นั้นก็นานเกินพอที่จะทำให้บ้านเกิด และที่วิ่งเล่นของสุนทรภู่ เปลี่ยนไปเป็นสถานีรถไฟธนบุรี

    "ที่บริเวณนี้ในสมัยรัชกาลที่ 1 คือพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือวังหลัง ถือเป็นบ้านเกิด และเป็นที่ใช้ชีวิตในวัยหนุ่มของสุนทรภู่

    "หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ก็ได้มีการรื้อโรงเรือนต่างๆ รวมถึงเครื่องใช้จากงานพระเมรุมาศ นำมาสร้างโรงพยาบาลเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล

    "และได้พระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า โรงพยาบาลวังหลัง ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงพยาบาลศิริราช ในปัจจุบัน คงเหลือแค่ชื่อตรอกวังหลัง ให้เป็นที่เรียกขานเท่านั้น" วิทยากรประจำทริปเล่าภาพอดีตให้ฟัง
    ความผูกพันในถิ่นฐานบ้านเกิดของสุนทรภู่ ปรากฏอยู่ในนิราศหลายเรื่อง รวมถึงในโคลงนิราศสุพรรณที่ท่านได้รำพึงรำพันถึงวังห ลังว่า


    วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า เจ้าเอย
    เคยอยู่ชูชื่นเชย ค่ำเช้า
    ยามนี้ที่เคยเลย ลืมพักตร์ พี่แฮ
    ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า คลาดแคล้วแล้วหนอ ฯ


    (บน) ภาพมุมสูงแลเห็นสายน้ำเล็กๆไหลผ่านใจกลางเมืองหลวง เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับสมญายามว่า
    "เวนิชตะวันออก"
    (ล่าง) ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งธนบุรี













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  10. #10
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน นั่งเรือยนต์...ตามเงาฝีพาย "กวีเอกของโลก" (2)

    นั่งเรือยนต์...ตามเงาฝีพาย "กวีเอกของโลก" (2)

    วันนี้แม้ม่านฉากเรือพ่วง เรือแพ ที่เคยลอยออกันอยู่เต็มปากคลองบางกอกน้อย เหมือนอย่างที่ท่านสุนทรภู่ เขียนไว้โคลงนิราศสุพรรณ จะไม่มีให้แลเห็น แต่ยิ่งเรือยนต์ลอยลำลึกเข้าไปในคลองบางกอกน้อยมากขึ ้นเท่าใด ภาพวิถีชีวิตของชุมชนเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนก็แจ่มชั ดมากขึ้นเท่านั้น

    ทิวทัศน์บ้านทรงไทยโบราณ ที่รายเรียงกันอยู่สองฟากคูคลอง ภาพวิถีชีวิตสองฟากฝั่งคลองที่ยังคงพึ่งพาสายน้ำอย่า งเอื้ออาศัย และภาพเรือแจวขายผลไม้ ก๋วยเตี๋ยว โอเลี้ยง กาแฟ ฯลฯ ยังเป็นเค้าโครงบอกเล่าเรื่องราววันเก่าของคลองสายนี ้ได้เป็นอย่างดี

    เพียงครู่ใหญ่ พวกก็มาถึงท่าน้ำวัดวัดศรีสุดาราม หรือวัดชีปะขาว สถานที่ที่เป็นสำนักวิชาความรู้แห่งแรก เมื่อครั้งเยาว์วัยของสุนทรภู่ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในครั้งกระโน้น โดยคำกล่าวอ้างจากโคลงนิราศสุพรรณ บอกให้รู้ว่า หลังจากเรียนจบ ท่านก็ยังคงวนเวียนมาช่วยสอนเด็กๆ ในสำนักเดียวกันมิได้ขาด

    ดังนั้น ที่วัดแห่งนี้จึงมีอนุสาวรีย์ของสุนทรภู่ ซึ่งเป็นรูปปั้นตอนเด็กไว้ผมจุก นั่งขัดสมาธิ ถือกระดานชนวนดูทะมัดทะแมง แปลกตาไปจากที่เคยพบเห็นในที่อื่นๆ

    หลังจากที่เพลิดเพลินอยู่กับเรื่องราวการศึกษาของท่า นอยู่นานสองนาน Lam Station จึงรีบลงเรือยนต์แล่นตามฝีพายพระสุนทรโวหาร ต่อไปจนถึงแยกคลองบางใหญ่ ซึ่งคุ้งน้ำทางซ้ายมือทอดตัวไปจังหวัดนครปฐม ที่ครั้งหนึ่งสุนทรภู่เคยใช้ลำคลองสายนี้ ไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ ก่อนจะก่อเกิดเรื่องราวเป็นนิราศพระประธม


    ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับเรื่องในอดีตของกวีเอกท่านน ี้ อาการเสียดายก็เกิดขึ้นในใจทันที เมื่อรู้ว่าการเดินทางตามรอยสุนทรภู่ในครั้งนี้ มาถึงปลายทางเสียแล้ว โดยเวลาพลบค่ำได้ลบเงามหากวีแห่งกรุงสยาม เสียสิ้นแล้ว Lam Station จึงได้แต่ทอดสายตามองแผ่นน้ำที่นอนอาบแสงสุดท้ายของต ะวันอยู่แน่นิ่ง

    คงมีเพียงแสงแรกของวันใหม่ กับคืนเดือนเพ็ญเท่านั้น ที่จะทอดเงาฝีพายของมหากวี ให้พวกเราได้เห็น และได้ติดตามกันต่อไป


    (บน) วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้ง (ล่าง) เรือแจวขายผลไม้













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  11. #11
    Magato Member ต้าชิงเสียว's Avatar
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    501
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    11

    มาตรฐาน

    สถานที่น่าสนใจมากครับ พี่ไก่ เหมาะที่พวกเราจะไปทัศนศึกษากันนะครับ ไม่ไกลด้วย พี่ๆน้องๆว่าไงกันบ้าง เร้วๆ
    Lambretta Pianissimo... Lambretta Prestissimo...
    Lambretta Da Capo an no al fine..


  12. #12
    ~แลมตาหวาน~ ~แลมตาหวาน~'s Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    LSS
    ข้อความ
    721
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    12

    มาตรฐาน

    LAMBRETTA

    ขาเมา

    naalbum@hotmail.com

  13. #13
    นกกระจอกชวา..เคยู Java_K.U.'s Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    KU Classic Club...**
    ข้อความ
    6,055
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    18

    มาตรฐาน

    เมืองน่าอยู่ คนก็น่ารัก ..**
    LambrettA มันอยู่ใน สายเลือด และ ใต้หนังกำพร้า .....

    เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ดูไม่ยากหรอกครับ ดูตอนที่คุณเดือดร้อนสิครับ....
    I still remember the moment we met..

  14. #14
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Java_KU อ่านข้อความ
    เมืองน่าอยู่ คนก็น่ารัก ..**
    เมืองกรุงเทพน่าอยู่
    คนพิมายน่ารัก...

    ใช่หรือเปล่าเจตน์
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

  15. #15
    Senior Member Lam Station's Avatar
    วันที่สมัคร
    Dec 2005
    สถานที่
    Lambretta Service Station
    ข้อความ
    5,555
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 1 ครั้ง ใน 1 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    17

    มาตรฐาน ถนนข้าวสาร


    ถนนข้าวสาร...

    ไหนๆก็พูดมาถึงย่านราตรีบันเทิงในเมืองกรุงฯทแล้ว ก็อยากจะเล่าต่อว่าเดี๋ยวนี้ยามค่ำๆหลังเลิกงานมักจะ มีผู้คนเดินไปดูสีสันยามราตรี ที่ถนนข้าวสารเป็นประจำ

    เหตุผลที่ไปเดินบ่อยก็เพราะว่า ข้อแรกถนนข้าวสารอยู่ กลางเมืองกรุงเพท ข้อ 2 ถนนข้าวสารหลังการปรับปรุงใหม่ น่าเที่ยว น่าเดินขึ้นเยอะ ข้อที่ 3 เป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อ 2 และเป็นข้อที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อถนนข้าวสารปรับปร ุงใหม่ผลที่ตามมาก็ทำให้ในแต่ละคืนมีคนมา ตระเวนราตรีกันคึกคัก โดยเฉพาะสาวๆนี่มากันตรึมเลย!!!

    และเมื่อไปเดินเล่นบ่อยๆ เลยได้ข้อสังเกตเกี่ยวกับความเป็นที่สุด 9 เรื่องของถนนข้าวสารมาฝากบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวส กูตเตอร์แบบสบายๆไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไร

    เอาหล่ะ โม้มาเยอะแล้ว ขอเริ่มที่สุดในข้าวสารด้วยเรื่อง บ้านเก่าที่สุด(1) ถ้าเป็นบ้านไม้ก็บ้านไม้เก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นร้ านต้มยำกุ้ง บ้านหลังนี้เป็นบ้านขุนนางเก่า ส่วนบ้านปูนเก่าสุดก็บ้านที่ทำเป็นร้าน Side walk บ้านทั้ง 2 หลังมีอายุไล่เลี่ยกันคือประมาณเกือบ 100 ปี เห็นจะได้

    อ้อ!!! กือบลืมบ้านตึกเก่าอีกหลัง ที่อายุความเก่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 2 บ้านแรกก็คือ บ้านเก่าตระกูลไกรจิตติ ย่านซันเซ็ทสตรีท ซึ่งถือเป็นย่านใหม่ที่สุด(2)ในข้าวสาร ที่นอกจากจะมาแรงแล้ว บรรยากาศที่นี่ก็น่านั่งด้วยกลุ่มอาคารเก่าโทนสีเหลื องสดใส โดยเพื่อนฉันที่เป็นสถาปนึก เอ้ย!!! สถาปนิกบอกว่าตึกใหญ่ที่ย่านซันเซ็ทเขาเรียกกันว่าตึ กสไตล์อาร์ตนูโว ก็รับฟังด้วยความงงๆ เพราะไม่รู้จริงว่าอาร์ตนูโวนี่เป็นยังไง รู้แต่ว่าวงนูโวนี่แก่แล้วแต่ก็ยังพยายาม กลับมาร้องเพลงอีก

    ส่วนอาคารที่ใหญ่ที่สุด(3) ก็คงจะไม่มีที่ไหนเกินตึกบัดดี้ลอดจ์ ที่ชั้นล่างเป็นพลาซ่า ชั้น 2 เป็นบัดดี้เบียร์ ส่วนชั้นบนเป็นโรงแรมที่ว่ากันว่าหรูที่สุดและแพงที่ สุดเอาไว้รับพวกลูกค้าต่างชาติมีตังค์

    สำหรับเรื่องที่สุดลำดับต่อไป ต้องรอให้วิกาลดึกซักหน่อย( 5 ทุ่มขึ้นไป) แล้วค่อยย่างกรายเข้าไปในนั้น แล้วเราๆท่านๆก็จะรู้ว่า ซูซี่ผับ (Susie pub) นั้นเป็นสถานที่ที่มีคนเยอะที่สุดบนถนนข้าวสาร(4) เยอะขนาดที่แทบจะไม่มีที่ยืน แต่ถ้าถามว่าในเมื่อคนเยอะขนาดนี้แล้วทำไมคนถึงนิยมไ ปกันอีก เรื่องนี่ก็ตอบไม่ได้ แต่จำได้ว่าตอนที่ซูซี่เปิดใหม่ๆ ลูกค้า 80 % เป็นชาวต่างชาติ แต่เดี๋ยวนี้เหตุการณ์กลับตาลปัตรคนไทยเข้าไปเที่ยวซ ูซี่กันเกือบ 90 % ทีเดียว


    ขอสลับอารมณ์มาที่เรื่อง อาหารยอดนิยมที่สุด(5) ในช่วงนี้และช่วงเกือบปีที่ผ่านมา คงไม่มีเมนูไหนฮอตฮิตติดลมบนเท่ากับผัดไทรถเข็น ราคาประหยัด 10 บาท 15 บาท จะนั่งกิน เดินกินก็อิ่มทั้งนั้น ส่วนเมนูที่รองลงมาก็เห็นจะเป็นข้าวไข่เจียว 10 บาท นี่ก็กินง่ายและอิ่มท้องไม่แพ้กัน

    เวลาไปเดินถนนข้าวสารแล้วเกิดหิวขึ้นมาคราใด ผัดไทนับเป็นเมนูแรกสุดที่ถูกถามหา ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นการกินไปเดินดูสาวไป และเมื่อเดินไปเดินมาหลายๆครั้ง ฉันก็สังเกตว่าที่นี่มีสาวฝรั่งบึบบับเยอะมั่กมั่ก เอ้ย!!! ไม่ใช่ ที่สังเกตเห็นก็คือตลอด 2 ข้างทางของถนนข้าวสารและในตรอกซอกซอยมีเอเย่นต์ทัวร์ เยอะมาก ครั้นสอบถามไปทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็ถึงได้รู้ว่าที่น ี่มีเอเย่นต์ทัวร์เยอะที่สุดในเมืองไทย(6) คือช่วงถนนประมาณ 300 กว่าเมตร มีเอเย่นต์ทัวร์เกือบ 500 เจ้าเห็นจะได้


    แฟชั่นช่วงนี้ที่มาแรงเห็นจะไม่มีอะไรเกินแฟชั่นทำผม

    นอกจากจะมีเอเย่นทัวร์เยอะสุดแล้ว บน 2 ฟากถนนข้าวสารหากใช้สายตามองซ้ายมองขวาสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าแฟชั่นยอดฮิตที่สุด(7) ก็จะหนีไม่พ้นแฟชั่นทำผม ซึ่งจะพบเห็นได้ทั่วไป มีทั้งถักผม ต่อผม ทำเดรด ล็อก ให้บริการทั้งคนไทยและเทศ ส่วนแฟชั่นที่เคยฮิตแต่ตอนนี้เสื่อมความนิยม แต่ว่าก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปรายก็คือแฟชั่นสัก ที่น่าแปลกว่าสาวๆนิยมไปใช้บริการมากกว่าผู้ชาย

    ทีนี่ก็มาถึงเรื่องที่สุดของถนนข้าวสารที่ไม่ค่อยมีค นรู้ก็คือ ช่วงกลางวันถนนข้าวสารถือเป็นแหล่งขายเครื่องเงินที่ ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย(8) และก็เปิดขายมานานแล้วด้วย แต่หากว่าเห็นร้านขายเครื่องเงินเหล่านั้นเป็นร้านเล ็กๆ ก็อย่าได้แปลกใจไป เพราะส่วนมากเขาเน้นขายส่งโดยมีโรงงานอยู่ต่างจังหวั ด หากใครไม่เชื่อก็ลองไปเดินดูช่วงกลางวันได้

    เหตุการณ์ดำเนินมาถึงความเป็นที่สุดอันดับที่ 9 ซึ่งได้เลือกเอาเรื่องราวที่ข้าวสารเป็นถนนที่มีชื่อ เสียงโด่งดังที่สุดในเมืองไทย เป็นการปิดท้าย เหตุผลนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก เพราะในไกด์บุ๊คต่างชาติไม่ว่าเล่มไหนๆต่างก็บรรจุถน นข้าวสารไว้ให้เป็นศูนย์กลางแห่งย่านต่างชาติในเมือง ไทย เมื่อมาถึงเมืองไทยควรตั้งต้นจากข้าวสารก่อนที่จะเดิ นทางไปเที่ยวยังที่ต่างๆ

    สำหรับ 9 เรื่องที่สุดของข้าวสารนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของสีสัน ในถนนข้าวสารที่ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายให้เล่าขาน ส่วนที่ได้คัดเลือกมาแค่ 9 เรื่อง ทั้งๆที่ยังมีเรื่องราวของความเป็นที่สุดมากกว่านี้ ก็ไม่มีอะไรมากเพียงแต่ว่าตามประสา Lam Station ถือเคล็ดถือโชค เลข 9 ถือเป็นเลขสวยที่หวังว่าจะช่วยให้คอลัมน์นี้ก้าวหน้า ตามไปด้วย

    ยังไงๆใครที่ไปเดินข้าวสารหากเจออะไรเป็นที่สุดก็เก็ บมาบอกเล่ากันได้ เพราะตอนนี้ Lam Stationพยายามหา “สาวงามที่สุดแห่งข้าวสาร”แต่ก็จนใจที่ยังหาไม่ได้ซั กที เหตุที่หาไม่ได้นี่ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ แต่ว่าเวลาไปเดินถนนข้าวสารทีไรฉันเจอสาวงามเยอะไปโม ้ด เลยไม่รู้ว่าจะยกตำแหน่งสาวสวยที่ซู๊ดแห่งข้าวสารให้ กับใครดี .....ใครรู้ช่วยบอกด้วยครับ....

    (ภาพบน)บ้านไม้หลังเก่าแก่ที่สุดถูกดัดแปลงเป็นร้านอ าหารต้มยำกุ้ง
    (ภาพล่าง)ผัดไทรถเข็นเมนูยอดนิยมที่หากินได้ทั่วไปบน ถนนข้าวสาร













    รูป รูป    
    We're team service.
    We're Lambretta Service Station.


    ติดต่อ Lam Station โทร. 081-867-6974

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 6 หน้า 1 2 3 4 5 6 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

กระทู้ที่คล้ายกัน

  1. สอง_พี่_น้อง จาก...LAM....service....station
    By jantra_ann in forum Show Off Euro Classic Bike
    คำตอบ: 17
    ข้อความล่าสุด: 04-12-2006, 23:29

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •