ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการโมดิฟาย`การปรับแต่งต่าง ๆ
                                
กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

ชื่อกระทู้: ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการโมดิฟาย`การปรับแต่งต่าง ๆ

  1. #1

    Cool ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการโมดิฟาย`การปรับแต่งต่าง ๆ



    การฉีดไนตรัส
    อุปกรณ์-ชิ้นส่วนในระบบ
    อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้งในระบบ
    1. โซลินอยด์ ทำงานด้วยไฟฟ้า 12 โวลท์ ใช้สวิทซ์กดที่แฮนด์
    2. ท่อทางเดินของแก๊สไนตรัส
    3. ถังเก็บ-ถังบรรจุแก๊สไนตรัส
    4. วงจรไฟฟ้าควบคุมพร้อมชุดหัวฉีด เจ๊ต













    รูป รูป

  2. #2
    Senior Member FATBOY555's Avatar
    วันที่สมัคร
    Sep 2006
    สถานที่
    ไม่ค่อยได้ขี่ ส่วนใหญ่จะทำงาน
    ข้อความ
    548
    ขอบคุณ
    0
    ได้รับขอบคุณ 0 ครั้ง ใน 0 ข้อความ
    ผลการให้คะแนน
    20

    Red face

    อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ jack ราชมงคล ขก. อ่านข้อความ
    การฉีดไนตรัส
    อุปกรณ์-ชิ้นส่วนในระบบ
    อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้งในระบบ
    1. โซลินอยด์ ทำงานด้วยไฟฟ้า 12 โวลท์ ใช้สวิทซ์กดที่แฮนด์
    2. ท่อทางเดินของแก๊สไนตรัส
    3. ถังเก็บ-ถังบรรจุแก๊สไนตรัส
    4. วงจรไฟฟ้าควบคุมพร้อมชุดหัวฉีด เจ๊ต
    สุดยอด
    81 scootergang

  3. #3

    มาตรฐาน โมดิฟาย

    การไสลด์ลิ่มจานไฟ
    หมายถึงการทำให้เนื้อโลหะของลิ่มจานไฟด้านบนถูกปาดออ กไปส่วนหนึ่งตามแนวลิ่ม สำหรับมิติของมัน จะถูกกำหนดการที่จะต้องเอาออกไปแค่ไหนก็ตามแต่รถฯรุ่ นนั้น ๆ สำหรับความลึกจะวัดได้จากการที่ส่วนที่ถูกไสลด์ออกเม ื่อนำลิ่มตัวนี้ใส่กลับตำแหน่งเดิมแล้ว จะต้องไม่โผล่พ้นออกมาจากกล่องลิ่มที่เพลาข้อเหวี่ยง ก็เป็นอันใช้ได้ แต่ต่องมีเนื้อโลหะในส่วนที่เต็มเหลือมากพอที่จะบังค ับตัวลิ่มให้แน่นสนิทกับกล่องลิ่มเหมือนเดิม ส่วนความกว้างจะถูกกำหนดด้วยองศาที่เราต้องการ ที่จะย้ายตำแหน่งในการจุดระเบิดนั่นเอง



  4. #4

    มาตรฐาน เด็กดอย

    เพลาลูกเบี้ยว (CAMSHAFT)
    ถ้าจะเปรียบเทียบการปรับแต่งรถจักรยานยนต์ ให้มีประสิทธิภาพและสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้น ๆ ให้สูงขึ้นกว่ามาตรฐานที่ทางบริษัทผู้ผลิตได้กำหนดมา ระหว่างเครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ กับ เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะแล้วหละก็ การปรับแต่งเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องใช้ความละเอียดอ่อน จนน่าเวียนหัวมากกว่าเครื่องยนต์ 2 จังหวะ มากมายนัก
    โดยเฉพาะกับตัวปัญหาที่ใคร ๆ พากันเรียกว่า "เพลาลูกเบี้ยว (แคม)" ไม่น่าเชื่อ เจ้าชิ้นส่วนตัวเล็ก ๆ ในเครื่องยนต์ชิ้นนี้ มีส่วนผลักดันและสร้างแรงม้าให้กับเครื่องยนต์ที่มัน ได้เข้าไปอาศัยอยู่อย่างมากมาย สำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ แต่งช่องพอร์ทของ เสื้อสูบสักตัวยังง่ายกว่าการนำ "แคม" (เรียกทับศัพท์สั้น ๆ เป็นอันว่าเข้าใจตามนี้) เดิมติดรถฯ มาปรับเปลี่ยนองศาการเปิด-ปิด จังหวะของการทำงานนั้น ยากมากแล้วเจ้าแคมตัวนี้ ถ้าเป็นของแต่งที่ทาง สำนักโมดิฟายดัง ๆ ได้ทำออกมาขายก็ช่างแพงซะเหลือหลาย จนจับไม่ลง
    สำหรับผู้รักความเร็วบนเจ้าสองล้อคู่ใจ แล้วตั๋วถึง (หมายถึง มีกะตังก์) ก็โอ.เค สามารถซื้อหามาจับยัดเข้าไปได้ แต่ถ้าพวกเรา (รวมถึงนักเขียนด้วย) ซึ่งราคาตามปกติ การทำให้ท้องอิ่มยังเหนื่อย อุตส่าห์กัดฟันเอาน้ำรูปท้องซื้อรถจักรยานยนต์ได้สัก คัน กะจะแต่งให้แรงเท่าเพื่อนซะหน่อย ราคาอะไหล่แต่งแต่ละชิ้น พอฟังราคาก็แทบขาดใจแล้วหละก็ เรามาเล่นรถฯแรงสไตล์ตามตังค์ในกระเป๋ากันดีกว่า ถึงจะไม่แรงเท่าคนตั๋วถึงแต่ก็วิ่งได้ดีกว่ารถฯ ชาวบ้าน แถมยังตามทันเจ้ารถฯแรงคันนั้นอีกต่างหาก ถึงแม้จะเห็นห่าง ๆ กันก็เถอะน่า
    สำหรับหลักการทำงานของเจ้าแคมตัวนี้ ถ้าร่ายกันแบบถ่ายเป็นตัวหนังสือ ก็เกรงว่าคนอ่านคงหลับคมหนังสือ แถมตื่นมาก็ไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก (หมายถึง ผู้ที่มีความสนใจนะครับ ไม่ได้หมายถึง ผู้ที่มีความรู้เป็นช่าง) ซึ่งส่วนนี้ทางผู้เขียนไพยายามถ่ายทอดด้วยภาพ และภาษาง่าย ๆ เพื่อที่จะได้สุดวกกับการอ่าน และก็ไม่ใช้หลักวิชาการจนนึกว่ากำลังอ่านตำราเรียนอย ู่
    ถ้าเกิดว่ารถจักรยานยนต์ของคุณได้มีการรื้อชุดฝาสูบอ อกมา ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม คุณควรตรวจสอบตำแหย่งการทำงานของชุดเพลาข้อเหวี่ยงกั บชุดเพลาลูกเบี้ยวกันก่อน โดยใช้วิธีการดูมาร์คที่กำหนดจุดการทำงานของเครื่องย นต์ จุดแรกที่คุณจะเช็ค คือ จุดตำแหน่ง "T" ที่มีอยู่ที่ล้อแม่เหล็ก กับ จุดชี้ตำแหน่งที่มีอยู่ที่ฝาครอบจานไฟให้ตรงกันก่อนซ ึ่งหมายถึง จุดศูนย์ตายบนของลูกสูบนั่นเอง (แต่ถ้าคุณทำการปรับขยับระบบไฟโดยการไสลด์ลิ่ม จะทำให้จุดชี้ตำแหน่ง "T" และมาร์คต่าง ๆ ที่ล้อแม่เหล็กเกิดการเคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิม โดยเมื่อคุณทำการหมุนเพลาข้อเหวี่ยงให้ลูกสูบขึ้นไปอ ยู่ที่จุดสูงสุดของการเคลื่อนตัว จะทราบด้วยการถอดหัวเทียนออก แล้วใช้อะไรก็ได้ที่แข็ง ๆ และสอดเข้าไปที่รูใส่หัวเทียนได้ จัดการนำวัสดุชิ้นนี้สอดเข้าไปจนเรารู้สึกได้ว่าชนกั บหัวลูกสูบแล้ว ก็ทำการหมุนล้อแม่เหล็กอย่างช้า ๆ จนถึงจุดที่คุณรู้สึกว่าหัวลูกสูบได้ดันสิ่งที่คุณจิ ่มมันเข้าไปออกมาได้ไม่มากไปกว่านี้อีกแล้ว คุณก็จัดการหาอะไรมาขีดตำแหน่ง "T" ที่ล้อแม่เหล็กซะใหม่ เพื่อที่จะทำให้การตรวจเช็คในครั้งต่อไปง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณมีเครื่องมือสำหรับการตรวจสอบจุดศูนย์ตายบน โดยตรง (Diameter Gauge) และรู้วิธีการใช้ก็จะง่ายกว่าครับ ถ้าไม่มีเครื่องมือตัวนี้ การเช็คแบบแรกจะไม่แน่นอน คุณจัดการถอดฝาสูบออกมาแล้วหมุนให้เห็นกันจะ ๆ ไปเลยดีกว่าว่าหัวลูกสูบขึ้นสุดแล้ว ก็มาร์คตำแหน่งไว้ที่ล้อแม่เหล็กได้เลย (แต่ถ้าคุณทำการขยับล้อแม่เหล็กก่อนที่จะทำอะไรกับชุ ดเสื้อสูบและฝาสูบของเครื่องยนต์รถฯ คุณก็จัดการเปิดฝาครอบชุดเฟืองโซ่ราวลิ้นออกมา ดูตำแหน่งมาร์คที่เฟืองราวลิ้นกับมาร์คที่ฝาสูบให้ตร งกันแล้วจัดการขีดตำแหน่ง "T" ที่ล้อแม่เหล็กได้เลย คุณจะเห็นได่ว่าจุดกำหนดตำแหน่งการทำงานที่ล้อแม่เหล ็กจะบ่งบอกถึงตำแหน่งการเคลื่อตัวของลูกสูบ ส่วนจุดกำหนดตำแหน่งการทำงานที่เฟืองราวลิ้นจะบ่งบอก ถึงตำแหน่งการหมุนรอบตัวของเพลาราวลิ้น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเปิดและปิดวาล์วทั้งสองตัว ฉะนั้นเมื่อลูกสูบอยู่ที่จุดสูงสุด จุดกำหนดตำแหน่งของเฟืองราวลิ้น จะมีสิทธิอยู่ได้เพียงสองตำแหน่งเท่านั้น คือ อยู่ตรงกันกับจุดชี้ตำแหน่งที่ฝาสูบ (จุดท็อป โดยวาล์วทั้งสองจะปิดสนิท) กับอยู่ตรงข้ามกันพอดี (180 องศา) กับจุดชี้ตำแหน่งที่ฝาสูบ (จุดโอเวอร์แลป โดยวาล์วทั้งสองมีการทำงานซึ่งจะกล่าวถึงหลังจากนี้)
    ถ้าคุณทำการรื้อชุดฝาสูบ ออกมาทำการซ่อมบำรุงหรือทำการปรับแต่งทุกครั้ง คุณต้องตรวจสอบจนแน่ใจว่า จุดกำหนดการทำงานของเครื่องยนต์ทั้ง สองจุด คือ จุดกำหนดที่กำหนดตำแหน่งตรงล้อแม่เหล็กตรงเฟืองราวลิ ้นอยู่ที่จุดกำหนด เท่านั้น เพราะถ้าปิดผิดไปจากนี้ หัวของวาล์วไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่งจะกระแทกกับหัวลูกสูบท ันที หมายถึพังครับ

  5. #5

    มาตรฐาน เด็กดอย

    การจูนอัพคาร์บูเรเตอร์
    ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าผมมีความชำนาญเฉพา ะมิคูนิ แต่หลักการนี้ก็สามารถใช้ได้กับไคฮิน และยี่ฮ้ออื่นเหมือนกันครับ แต่เบอร์และขนาดของนมหนูจะแตกต่างกันครับ และอีกอย่างคือเริ่มต้นผมคงไม่อยากอธิบายตั้งแต่หลัก การทำงาน เพราะหลายๆท่านคงจะเบื่ออ่าน เราเข้าที่วิธีการปรับแต่งและอาการที่เกิดขึ้นเลยดีก ว่า
    1. เตรียมคาร์บูเรเตอร์ แนะนำควรเป็นคาร์บูฯใหม่เพราะถ้าเจอคาร์บูฯเสีย อาจจับปัญหาไม่ถูกพาลหลงทางไปเลยครับ
    2. นมหนูเมน และเดินเบา(ตัวเล็ก) หลายๆเบอร์

    เตรียมการ
    1. รถที่จะเซ็ทควรเป็นรถที่อยู่ในอาการปกติ เปลี่ยนหัวเทียนใหม่ ล้างทำความสะอาดลูกสูบฝาสูบไม่ให้มีคราบเขม่า ท่อไอเสียควรเป็นท่อใหม่สะอาด และเซ็ทลงตัวกับรถเป็นทีเรียบร้อย ไฟจุดระเบิดควรตั้งค่ากลางไว้ไม่แก่มาก ไม่อ่อนมาก ขั้นตอนต่อไปก็ล้างคาร์บูฯเป่าให้แห้งเตรียมไว้
    2. เลือกนมหนูมา 1 ตัว(อาจใช้การเดาแต่ควรจะเบอร์มากไว้ก่อนแต่ก็ไม่ควร มากเกินไป)ใส่เข้าไปเลยครับ ส่วนนมหนูเดินเบาแนะนำที่เบอร์ 30-35 แล้วติดเครื่อง อุ่นเครื่อง 1-2 นาที แล้วปรับสรูอากาศขันสุดแล้วคลายออก 2 รอบ ปรับสรูเดินเบาให้ได้รอบ 1500 รอบ/นาที

    อาการและวิธีการปรับ
    - ค่อยๆเร่งเครื่อง ถ้าเครื่องมีอาการสำลัก มีน้ำมันพ่นออกปากคาร์บูฯมาก เครื่องดับ น้ำมันท่วม ลดนมหนูเมนลง 2-3 เบอร์(เบอร์ละ10)
    - ถ้าสตาร์ทเครื่องไม่ติด ถ้าติดต้องใช้โช้คตลอดเวลา ให้เพิ่มนมหนูเมนอีก 1-2 เบอร์ ติดเครื่องได้แล้ว อุ่นเครื่องสักหน่อย เร่งเครื่อง 2-3ครั้งแล้วบิดสุด
    - เร่งวอด เครื่องดับ ก่อนดับมีน้ำมันพ่นออกปากคาร์บูฯมาก ลดนมหนูลง 2 เบอร์
    - เร่งได้สุดแต่ รอบไม่คงที เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำเพิ่มนมหนูทีละ 0.5 จนเร่งได้สุดรอบ (ห้ามเร่งแช่นานๆเด็ดขาด ควรเร่งครั้งละไม่เกิน 5 วินาที)

    การปรับเซ็ทนมหนูเดินเบา
    ตั้งเดินเบาให้รอบต่ำสุดเท่าที่จะทำได้(ห้ามปรับสรูอ ากาศ)
    - ปรับจนสุดรอบเครื่องไม่ต่ำ เครื่องไม่ยอมดับ เวลาเร่งเบาๆมีอาการสำลัก ให้ลดนมหนูเดินเบาลง 1 เบอร์
    - เครื่องเร่งเดินเบาไม่ได้ แต่ไม่มีอาการสำลักเร่งเครื่องได้ เพิ่มนมหนูเดินเบา 0.5 เบอร์ เมื่อนมหนูเดินเบาได้ที ให้ขันสกรูอากาศเข้า0.5 รอบ (น้ำมันจะหนานิดๆสตาร์ทติดง่าย)

    อาการเมื่อนมหนูเดินเบาได้ที่
    ปรับเดินเบาสุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อขันสกรูอากาศเข้า รอบเครื่องจะค่อยๆสูงขึ้นๆเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งเครื่อ งจะสำลัก(หนามาก)รอบจะค่อยๆต่ำลงจนอาจดับ
    ขันสกรูอากาศสุดแล้วคลายออก 1.5 รอบ แล้วค่อยๆคลายออก รอบเครื่องจะสูงขึ้นตามเสียงเครื่องจะครางแรงไม่สำลั กสามารถเร่งเครื่องต่อได้ไม่ดับเมื่อคลายออกถึงจุดจุ ดหนึ่ง เครื่องจะวอดจนอาจดับ นั่นคืออาการที่นมหนูเดินเบาได้ที่ สำหรับผู้ที่เคยเห็นช่างปรับสรูอากาศแล้วบิดคันเร่ง เร่งสุด แล้วก็ปรับเข้าปรับออกอยู่นั่นแหละ อันนั้นมั่ว ไม่แนะนำให้ใช้บริการครับ

    ถึงเวลาลองวิ่งแล้วครับ
    อุ่นเครื่องให้ได้ที่ เริ่มออกตัวเบาๆ ถ้าเครื่องมีอาการสำลักนิดๆ รอบหนักๆ ให้ลดนมหนูเดินเบาลงอีก 0.2-0.3 เบอร์ ถ้าออกตัวได้ปกติ ส่งรอบถึง3000รอบโดยไม่มีอาการอืด นั่นหละแจ๋ว
    ตานี้ครับลดเกียร์ลงส่งรถคุณไปให้ถึงความเร็วสูงสุด ระหว่างทางถ้าเริ่มบิดมีอาการวอดเล็กน้อยก่อนจะเร่งข ึ้น เสื้อนมหนูเมนคุณเล็กไปต้องเปลี่ยนไปเบอร์ใหญ่ขึ้น อาจจะใช้การแยงรูเสื้อนมหนู แต่ขอแค่นิดเดียวนะครับเดี๋ยวเสียแล้วจะไม่คุ้ม ต่อไปบิดไปครับจนถึงความเร็วสูงสุด ถ้ามีอาการชักกระตุก น้ำมันบางครับ รีบเพิ่มเบอร์นมหนูขึ้น 1 เบอร์ ถ้าเกิดอาการนี้อย่าบิดแช่ ให้วิ่งช้าๆกลับมาเซ็ทใหม่ครับ ใครดันทุรังมีสิทธิ์ลูกทะลุ
    เมื่อวิ่งได้สุดโดยไม่มีอาการผิดปกติ ดับเครื่อง แล้วเปิดฝาสูบทันทีครับ
    - ฝาสูบแห้งมีสีเทา หัวเทียนมีสีเทา หัวลูกสูบมีสีเทา น้ำมันบาง เพิ่มนมหนู 0.5-1 เบอร์ครับ
    - ฝาสูบแห้ง หัวเทียนมีสีน้ำตาลอ่อนปนเทา น้ำมันบาง เพิ่มนมหนู 0.2-0.3 เบอร์ครับ
    - ฝาสูบมีคราบน้ำมันบางๆทั้งห้องเผาไหม้ หัวเทียนมีสีน้ำตาลปนดำ น้ำมันหนา ลดนมหนู 0.2-0.3 เบอร์ครับ
    - ฝาสูบมีคราบน้ำมันเยิ้ม หัวลูกสูบมีสีดำ หัวเทียนมีสีดำ น้ำมันหนา ลดนมหนูลง 0.5 เบอร์ครับ
    - ฝาสูบด้านไอเสียแห้ง หัวเทียนแห้งมีสีน้ำตาลแก่ ฝาสูบด้านไอดีมีคราบน้ำมันบางๆเคลือบอยู่ หัวลูกสูบมีสีน้ำตาลปนดำ เป็นลักษณะที่น้ำมันพอดีครับ

    ข้อมูลนี้เป็นการแนะนำเป็นการจูนคารบูฯ ขั้นมากกว่าพื้นฐาน มิได้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณใดๆ และทีเขียนไปนี้เป็นข้อมูลตรงจากประสพการทั้งทางทางท ฤษฎีดี และปฏิบัติ ที่ข้าพเจ้าสังสมมา ขอให้ผู้อ่านและผู้ที่รักมอเตอร์ไซค์เหมือนผม ได้ผลประโยชน์จากข้อมูลนี้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆครับ

  6. #6

    มาตรฐาน สีรถ

    em95
    วันเกิดกับสีรถ ที่ถูกฉโลกตามหลักทักษา






    บุคคลที่เกิดวันอาทิตย์

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเขียวเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีเทา สีควันบุหรี่เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีฟ้า สีน้ำเงิน (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอาทิตย์

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันวันอาทิตย์

    * อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และอายุ 77 ปีห้ามซื้อรถสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 ,และ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีเขียวทุกชนิด

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีเทา สีควันบุหรี่ เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด

    บุคคลที่เกิดวันจันทร์

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเขียว หรือสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีม่วงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีแดง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต)

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันจันทร์

    * ช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีม่วง

    * และช่วงอายุย่าง 26 , 35 , 44 , 53 , 62 , 71 และ 80 ขึ้นไป สีที่ห้ามซื้อคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด ยกเว้นสีแดงสีเดียว

    บุคคลที่เกิดวันอังคาร

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีดำ หรือสีม่วง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทองเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแดงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีบรอนซ์เงิน สีขาว สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันอังคาร

    * อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีดำและสีม่วง เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด

    บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีดำ สีเทาเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์ทอง สีเหลืองอ่อนเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีชมพู สีโอโรส (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลา งวัน)

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)

    * อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเหลืองแก่ สีแสด และสีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีเทา

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด



    บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีดำ สีม่วงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์เงิน สีแสด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพุธ(กลา งคืน)

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพุธ(กลางคืน)

    * อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 และอายุ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงินและสีเหลืองอ่อน

    * และช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 ,49 ,58 และ 67ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีม่วง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด

    บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีแดงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีเขียวเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีดำ สีม่วง (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันพฤหัสบด ี

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันพฤหัสบดี

    * อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69และอายุย่าง 78 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีแดง

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด

    บุคคลที่เกิดวันศุกร์

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีชมพู และสีโอโรสเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีแสด สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเทา สีดำ สีควันบุหรี่ (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันศุกร์

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันศุกร์

    * อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68 และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีชมพู สีโอโรส

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง และสีแสด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


    บุคคลที่เกิดวันเสาร์

    สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเทา สีดำ เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี สีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง หรือสีชมพู สีโอโรสเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี

    * สีอื่นๆไม่ดีและไม่เสีย (ธรรมดา) สีที่ต้องห้าม คือ สีเขียวทุกชนิด (เป็นสีที่อัปมงคลตลอดชีวิต) เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันเสาร์

    นอกจากนี้แล้ว บุคคลที่เกิดวันเสาร์

    * อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเทา สีดำ เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง

    * สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 , 68และอายุย่าง 77 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีฟ้า สีน้ำเงิน

    * และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

    * ถ้าไม่ใช่อายุจรที่ย่างมาถึงดังกล่าวข้างต้นก็สามารถ เลือกซื้อสีที่เป็นมงคลได้ตลอด


  7. #7

    มาตรฐาน เด็กดอย


    em98 "เติมลมยางไนโตรเจน" ความเชื่อที่ไม่แน่ใจกันมานาน ว่าดี หรือ ไม่ดี ปัจจุบันการเติมลมยางไนโตรเจน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยม เพราะมีข้อดีหลายอย่าง
    ในระยะเริ่มต้น มีเติมเฉพาะยางล้อเครื่องบิน และ รถแข่งเท่านั้น


    ข้อดีของการเติมลมยางด้วยไนโตรเจนมี ดังนี้

    1. ช่วยประหยัดน้ำมัน จากการพิสูจน์ในอเมริกา รถที่เติมลมด้วยไนโตรเจน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
    จะลดลง โดยจำนวนระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 แกลอน จะสูงขึ้น 1 ถึง 1.5 ไมล์


    เหตุผล ด้วยอุณหภูมิของล้อที่ลดลง เมื่อใช้ลมยางไนโตรเจน จะช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุน
    ของยาง จึงช่วยประหยัดน้ำมัน


    2. ปลอดภัยยิ่งขึ้น ทำให้อุบัตเหตุที่มีสาเหตุจากยางลดลง

    เหตุผล เพราะไนโตรเจนจะช่วยรักษาอุณหภูมิของยางอย่างที่กล่า วมาข้างต้น ทำให้ความดัน
    ภายในลมยางขยายตัวได้น้อย จึงช่วยลดอุบัติเหตุจากการระเบิดของยางที่เกิดจากควา มร้อน

    3. ไม่ต้องตรวจเช็คลมยางบ่อย อันนี้คงเหมาะกับสุภาพสตรีทั้งหลายที่ไม่มีความชำนาญ เรื่องการ
    ดูแลรักษารถ


    เหตุผล เพราะไนโตรเจนมีอะตอมขนาดใหญ่กว่า ออกซิเจนมาก ทำให้ซึมเข้าออกเนื้อยางได้ยากกว่า
    ออกซิเจน ดังนั้นลมยางจึงไม่ค่อยลดลง

    4. ช่วยยืดอายุยาง มีผลมากกับยางที่ใช้น้อยแต่ใช้มาเป็นเวลานานๆ

    เหตุผล เพราะการเติมลมยางปกติ ที่มีออกซิเจนผสมอยู่มากจะเข้าไปทำปฎิกิริยากับเคมีใ นเนื้อยาง
    ทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าไนโตรเจน นอกจากนี้การที่อุณหภูมิร้อนน้อยกว่าทำให้ยากสึกหรอน ้อยกว่าอีกด้วย

Bookmarks

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •