GS160 MK I ถูกผลิตในช่วงปี 1962 ไม่นานนัก โดย Piaggio ได้เลือกใช้สีเทาขาว เบาะสีเทา รวมถึงคิ้วอะลูมิเนียมขัดเงา ซึ่ง เป็นสิ่งทีสวยงามมาก ยางแผ่นถูกติดตั้งอยู่ตรงกลางกระดูกงูที่พื้นแทนการใ ช้ รางแบบ 3 เส้นแบบเดิม และยังมีลายละเอียดปลีกย่อย เช่น ช่องระบายอากาศที่ฝาข้างจะยาวเท่ากันหมดและเยื้องกัน ไปเรื่อยๆ ลายเส้นของฝาข้างเป็นลายเส้นที่สวยงานมีและสัดส่วนสม บรูณ์ที่สุดของ Vespa
ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมา ประกอบกันในทุกมุมจึงทำให้ GS160 เป็น scooter ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นกล่าวถึงมากที่สุดที่ได้มี การผลิต scooter มา
MK I ตัวต้นปีจะมี แผ่น อะลูมิเนียม ปั๊มขึ้นรูปสำหรับติดป้ายทะเบียน ติดตั้งมาในรุ่นท้ายมน และเบาะใช้สีเทาอ่อนและเดิยเส้นคิ้วเบาะเป็นสีเทาเข้ ม แต่มันไม่ได้รับการยอมรับในเวลารวดเร็วและได้ถูกเปลี ่ยนเป็น หนังสีเทาเข้มเดินเส้นคิ้วเบาะด้วยสีเทาอ่อนแทน และ ใน MK I ตัวปลายปี ได้ทำการปรับเปลี่ยนตัวถังให้มีขนาดเล็กลงและท้ายเป็ นแบบเหลี่ยมเพื่อให้สามารถติดป้ายทะเบียนได้ง่ายขึ้น และ แบตเตอรี่ถูกติดตั้งไปในบางประเทศเช่น อเมริกาเหนือ, สแกนดิเนเวียฯลฯ
MK II ได้ถูกนำออกมาปลายปี 1963 และได้ผลิตต่อเนื่องถึง 2 ปี. ซึ่งMK1 ขายออกไปนอกประเทศอิตาลี่ไปไม่มากโดยที่ในอเมริกา MK I ถูกส่งมาน้อย ว่า 1000 คัน เมื่อเทียบกับ MK II ที่ส่งมาขาย 6000-8000 คัน
ในรุ่น GS160 MK II กล่องเครื่องมือด้านท้าย (เกะหลัง)ถูกแทนที่ด้วยกล่องเครื่องมือด้านหน้า(เกะห น้า) ที่มีขนาดใหญ่กว่าในถูกติดตั้งด้านในของบังลมหน้าตำแ หน่งด้านหน้าขาของผู้ขี่ ส่วนเบาะของ MK II ยังคงใช้รูปทรงเดียวกัน กับ MK I แต่เปลี่ยนเป็นสีดำ และหม้อกรอง (airbox) ได้ถูกเปลี่ยนจากแบบกลมเป็นแบบรีสองชิ้นแทน ซึ่งจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า.
MK II ยังมีการปรับปรุงอีก 2 ครั้งในช่วงเวลา2 ปีของสายการผลิต คือเปลี่ยนกุญแจล็อกกล่องเครื่องมือ (เก๊ะ)จากแบบกลมเป็นแบบเหลี่ยม (ซึ่งผู้เขียนคิดว่า น่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เปลี่ยนกุญแจล๊อคคอจากแ บบกลม เป็นแบบรี)และได้มีการสลับท่อร้อยสายควมคุมด้านในตัว ถังใหม่(ซึ่งผู้เขียนไม่เคยสังเกต) ซึ่งในช่วงเวลา1962-1964 คาว่า ได้มีการผลิต MK II มากกว่า 60,000 คัน
น้องเล็กแห่งตระกูล VS แต่ไม่เล็ก 180SS
GS 160 ถูกแทนที่ด้วย 180 "Super Sport" ในปี 1964 SS 180 ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นสุดการเดินทางของการออกแบบด้วย เส้นสายอันโค้งมนของ Piaggio และมันถูกแทนที่ด้วย สุนทรียศาสตร์ แห่งเหลี่ยมและมุมซึ่งมันก็ได้ครอบครองการออกแบบ Piaggo ไปอีก 30 ปี ก่อน Design อันโค้งมนกลับมาอีกครั้ง !
ที่มา http://pistonported.com/, http://www.vespags.it/, http://www.uk.vespa.com/
Num Vespa
8/07/52
Chaiyaporn_ksp@hotmail.com




ตอบ-อ้างอิงข้อความ







Bookmarks