ดักไอชื่อมันก็บอกอยู่แล้วครับ ว่าดักไอความร้อนของน้ำมันเครื่อง ที่มีน้ำมันเครื่องไหลออกมาทางนั้นแสดงว่ามันไหลเวีย นทั้งระบบไม่สะดวก หรือถ้าเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไปก็มีสิทธิ์ที่จะล้ นออกมาทางนี้เช่นกัน ยังไงง่ายๆก็ลองเช็คตามสายอ่อนดูว่ามีอะไรเข้าไปขวาง ทางเดินน้ำมันอยู่รึป่าว เมื่อก่อนรถผมเองก็เคยเป็นอาการนี้แต่สาเหตุมาจากการ ใส่ออยล์ครับ น้องๆมาช่วยเปลี่ยนแล้วลืมเอากระดาษหนังพิมพ์(ที่เค้ าอุดมาในสายเพื่อไม่ให้น้ำมันมันเลอะ)ออก ขี่ไปน้ำมันเครื่องไหลออกมาแทบหมดจำได้งานมอเตอร์โชว ์ปีนู้น และด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ต้องเปลี่ยนซีลตรงสเตอร์หน้ าด้วยเพราะกำลังอัดของน้ำมันเครื่อง เรื่องเครื่องยิงทรายยิงส่วนไหนของเครื่องมาครับที่จ ริงไม่น่าเกี่ยว เบื้องต้นลองตรวจดูตามที่ผมบอกก่อน ได้ผลยังไงมาบอกอีกทีแล้วกัน
Catch the Windตา-กลม ตาก-ลม สังคม สองล้อPaPaYa![]()
Did you google this question before you asked?
http://www.google.co.th/search?sourc...%b5+w650+sr400
No Matter What You Ride Just Ride It With Your Pride
เท่าที่เคยใช้มาทั้งสองแบบ ไม่รู้สึกว่าแตกต่างกันครับ รถวิ่งปกติดีทั้งสองแบบ
คอหรีดอลูมิเนียมกลึง+ท่อยาง มันจะประหยัดกว่าเวลาที่ต้องเปลี่ยนท่อยาง
ผมซื้อท่อยางมา 70บาทตัดใช้ได้ 5ท่อน(ท่อยางหม้อน้ำนะ ท่อยางเทอร์โบมันแพงกว่านี้)
แต่มันก้อไม่ได้ขาดหรือต้องเปลี่ยนกันบ่อยๆครับ...น่ าใช้
...ส่วนคอหรีดเดิม ถ้าเป็นแบบที่มี"ตัวครอบ"แบบในรูป ก้อทนครับ ใช้กันยาวๆ มันจะขาดยากขึ้นเยอะ
ยางคอหรีดจะเก่า หรือเสื่อมมันก้อยังใช้ได้อีกนาน...อันนี้ก้อน่าใช้ค รับ
**โดนส่วนตัวแนะนำให้ใช้ของเดิมครับผม
![]()
No Matter What You Ride Just Ride It With Your Pride
ถ้าใส่พวกกรองเปือย ยางคอหลีดมันจะรับน้ำหนักคาร์บูทำให้คอหลีดขาดเร็ว
ทางป้องกันอีกทางคือให้ใช้ลวดหรือเคเบิลไทร์ดึงรั้งค าร์บูไว้ มันจะช่วยยืดอายุ
ยางคอหลีดได้อีกนาน
ส่วนเรื่องประสิทธิภาพ การสร้างคอหลีดขึ้นมาควรจะให้เส้นผ่านศูนย์กลางวงใน
ของคอหลีดใหญ่เท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางวงในของปากคาร ์บู ใหญ่กว่าได้แต่
อย่าแคบกว่า ทำซัก 42มิล กำลังดี แต่อย่าแคบกว่า 39มิล
ความยาวของคอหลีด ยิ่งสั้นยิ่งดี อย่ายาวมาก เพราะระยะทางของปากคาร์บู
ถึงคอหลีดก็มีผลต่อประสิทธิภาพของรถเช่นกัน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย sup148 : 23-01-2010 เมื่อ 09:25
จริงๆการที่นำมันเครื่องดันออกมาทางท่อดักไอ มันก็มีหลายสาเหตุ
อย่างที่พี่ปันและท่านอื่นบอกมามันก็เป็นสาเหตุนึง แต่ถ้าต่อสายให้สูง
แล้วมันยังดันน้ำมันเครื่องออกมา สาเหตุมาจากเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป
ตัดทิ้งไปได้
ตอนนี้เหลือแค่ สองสาเหตุเท่านั้นครับที่จะเป็นไปได้
1. มีการอุดตันในทางเดินน้ำมันเครื่องทั้งหมด
2. แหวนหลวมทำให้กำลังอัดรั่วลงในห้องใต้ลูกสูบ
กำลังอัดนี่เองที่ดันให้น้ำมันเครื่องทะลักออกทางท่อ หายใจ
แต่สาเหตุที่มีผลมาจากการยิงทราย น่าจะเป็นข้อ2
เพราะถ้าร้านยิงทรายเอาเสื้อสูบไปยิงโดยที่ไม่ได้ปิด กระบอกสูบ
ทรายมันก็จะกัดผนังกระบอกสูบให้เป็นรอย หรือเป็นตามด ทำให้
กำลังอัดรั่วหล่ะคับ
การแก้ไขคงต้อง
1.เช็คทางเดินของน้ำมันเครื่องทั้งหมด
2. เปลี่ยนลูกเปลี่ยนแหวนให้โตขึ้น แล้วคว้านล้างกระบอกสูบใหม่
เพื่อลบรอยตามด โดยเทียบลูกสูบกับรถยนต์ หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ
ก็ใช้ลูกเดิมแต่ต้องตีปลอกใหม่
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย sup148 : 23-01-2010 เมื่อ 09:43
จามในรอบเดินเบาโดยที่ไม่ได้เกิดตอนเดินคันเร่งแล้วผ ่อนทันที น่าจะมีสองสาเหตุใหญ่ๆ สองจุดครับ
1.หัวเทียน ลองเปลี่ยนหัวเทียนใหม่นะครับ ใช้เบอร์ bp7es หรือ bp8es เพราะเบอร์ bp6es หายาก
แถมยังไม่ค่อยเหมาะกับอากาศของเมืองไทยที่ร้อน หรือ ถ้าคุณใส่หัวเทียนเข็มก็ถอดมันออกโยนทิ้ง
ไปซะ ถ้ารถเดิมๆ ไม่ได้แต่งเครื่อง เปลี่ยนคอย แต่งชุดไฟ ใส่ไปมีแต่รวน อย่าให้คนขายมันหลอก
ซื้อมาก็แพง ใส่ไปก็ไม่ได้ดี มีแต่รวน ใช้ ngk ธรรมดานี่หล่ะดีที่สุด
2.จูนคาร์บูใหม่
รบกวนสอบถามเรื่องการเตรียมตัวไปทริปแบบตัวคนเดียวด้ วยครับ ผมกะว่าจะขี่srจากกรุงเทพไปภูเก็ต ควรจะมีการเตรียมตัวเรื่องรถอย่างไรบ้าง และขอคำแนะนำในการขับขี่ที่ใช้เวลานานแบบนี้ว่าควรขี ่ที่ความเร็วเท่าไหร่จึงประหยัดน้ำมันสูงสุด(รถผมปี2 004ใช้คาร์บูเดิมครับ) ระยะเวลาแค่ไหนควรพักรถด้วยครับ
Ride to Live
Live to Ride
Bookmarks